WATCHES & JEWELLERY

คาร์เทียร์ชวนตามหาไอคอนของตัวเองผ่านคอลเลคชั่นทั้ง 7 ที่คาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ

พบ 7 คอลเลคชั่นระดับมาสเตอร์พีซและร่วมค้นหาไอคอนของตัวเองไปด้วยกัน

หนึ่งในสุดยอดเอกลักษณ์ที่ทำให้ใครหลายคนชื่นชอบ Cartier คือเรื่องงานคราฟต์และศิลปะแห่งการดีไซน์ที่ยากจะหาใครเหมือน และเพื่อตอกย้ำพร้อมทั้งสานต่อแก่นแห่งแรงบันดาลใจนี้ เมซงจึงบอกเล่าทักษะงานฝีมือผ่านแคมเปญ The Culture of Design เน้นย้ำเอกลักษณ์ที่อัดแน่นด้วยลายเส้นงดงามอันมีดีไซน์เฉพาะตัว ซึ่งประกอบไปด้วย 7 คอลเลคชั่นมาสเตอร์พีซ มาให้แฟนๆ ได้เข้าร่วมชมผ่านร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพที่กลับมาสร้างสีสันและมอบประสบการณ์ที่ไม่มีสิ้นสุดอีกครั้ง ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ซึ่งชิ้นงานสุดไอคอนิกทั้ง 7 คอลเลคชั่นภายในป๊อปอัพจะมีอะไรบ้างตามมาดูกัน

Juste un Clou (จุตส์ เอิง คลู)

จุตส์ เอิง คลู รังสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของความเรียบง่าย ซึ่งถือเป็นงานออกแบบที่ท้ายทายการดีไซน์ของเครื่องประดับในยุคนั้นที่ส่วนมากจะมีความหรูหราเพื่อแสดงออกถึงชนชั้นฐานะ แต่เมื่อปีค.ศ. 1970 อัลโด ซิปูโย ดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ ณ เวลานั้นหยิบเอารูปทรงตะปูที่พบได้ทั่วไปมาตีความใหม่ พร้อมผสมผสานลายเส้นโค้งมนที่คลาสสิก กลายเป็นเครื่องประดับที่มีสัญลักษณ์ถึงจิตวิญญาณรักอันบริสุทธิ์ และก่อเกิดเป็นอีกหนึ่งชิ้นมาสเตอร์พีซทรงคุณค่าที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

Ballon Bleu de Cartier (บัลลง เบลอ เดอ คาร์เทียร์)

นาฬิกาบัลลง เบลอ ถือเป็นคารเทียร์พีซในยุคใหม่ที่ผสานเสน่ห์แห่งความคลาสสิกของแบรนด์เข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว นาฬิการุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2007 ด้วยดีไซน์ที่เป็นหน้าปัดทรงกลมทรงโค้งนูนแต่ยังคงความสมดุลระหว่างมิติชวนให้เรานึกถึงบอลลูนลมร้อนขนาดใหญ่กลางผืนฟ้า ที่มาพร้อมเม็ดมะยมสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกซ่อนไว้ในวงแหวนที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา จึงมอบความแปลกใหม่ที่สร้างความรู้สึกนุ่มนวลและงดงามในเวลาเดียวกัน

Tank (แทงก์)

อีกหนึ่งชิ้นสุดไอคอนิกต้องยกให้นาฬิการุ่นแทงก์ที่เหล่าคนดังทั้ง Lady Diana, Andy Warhol ไปจนถึง Michelle Obama ใส่ติดข้อมือเป็นประจำ หากย้อนกลับไปเมื่อปีค.ศ. 1917 หลุยส์ คาร์เทียร์ ได้นำแรงบันดาลใจจากภาพมุมด้านบนของรถถังมารังสรรค์ขึ้นเป็นเครื่องประดับชิ้นนี้ ซึ่งมีเอกลักษณ์อย่างโลหะสองชิ้นที่ประกบตัวเรือนทรงเหลี่ยมด้วยหลักการออกแบบกราฟฟิกให้มีลักษณะเหมือนคาน ในขณะเดียวกันตัวเรือนกับสายนาฬิกาก็ประกอบเข้ากันอย่างกลมกลืน เพื่อรักษาหัวใจหลักของแรงบันดาลใจในความสมดุลเอาไว้

Tritiny (ทรินิตี้)

ปีค.ศ.1924 คือปีที่แหวนทรินิตี้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้การออกแบบของ หลุยส์ คาร์เทียร์ เขาหยิบวงแหวนสีทองไวท์โกลด์ เยลโลโกลด์ และพิงค์โกลด์ 3 วงที่มีเส้นสายเรียบง่ายและขนาดสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ มาเกี่ยวกระหวัดพันเข้าด้วยกัน เผยความงดงามของศิลปะที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความซับซ้อน ซึ่งสะท้อนภาพถึงสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ว่าจะยั่งยืนได้นั้นควรประกอบไปด้วย 3 สิ่งอย่างความซื่อสัตย์ มิตรภาพ และความรักนั่นเอง  

Panthère de Cartier (ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์)

นาฬิกาที่เปรียบเหมือนเครื่องประดับคือหมุดหมายสำคัญในการรังสรรค์นาฬิกาปองแตร์เมื่อปีค.ศ.1983 ตัวเรือนทรงเหลี่ยมมุมพร้อมเส้นสายที่กลมกลืนอย่างไร้รอยต่อ คือความโดดเด่นที่อ่อนช้อย นาฬิกาเรือนนี้ยังถูกนำมาตีความใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 2017 เพื่อถ่ายทอดนิยามความเป็นสตรีที่เปี่ยมสุข เด็ดเดี่ยว และเป็นอิสระ ซึ่งถือเป็นการเชิดชูแก่ Jeanne Toussaint สตรีต้นแบบของคาร์เทียร์ที่เป็นคนริเริ่มในการนำเสือแพนเตอร์เข้ามาใช้ในงานออกแบบของเมซง

Love (เลิฟ)

เลิฟ คือเครื่องประดับที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านการดีไซน์ของคาร์เทียร์ได้เป็นอย่างดี เส้นสายที่คมชัดคือความสมบูรณ์แบบที่ อัลโด้ ซิพูลโล รังสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1969 เขานำทองคำหรูหราทรงโค้งสองชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยเชื่อมผ่านสกรูและไขควงแบบเฉพาะ นำเสนอชิ้นงานที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตศิลป์ ซึ่งตรงนี้เองคือจุดสำคัญของคอลเลคชั่น Love เพราะเมื่อใส่เครื่องประดับชิ้นนี้แล้ววิธีการล็อกจะเป็นแบบกึ่งถาวร เปรียบได้กับความรักที่คล้องกันแนบแน่นสื่อถึงความเป็นนิรันดร์ที่อัลโด้ต้องการจะนำเสนอนั่นเอง

Santos de Cartier (ซานโตส เดอ คาร์เทียร์)

นาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นที่เป็นที่พูดถึงคือซานโตส นาฬิกาเรือนนี้รังสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1904 โดย หลุยส์ คาร์เทียร์ ได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนสนิทที่เป็นนักบินที่ต้องมีนาฬิกาพกติดตัวตลอดเวลา แต่ด้วยนาฬิกาพกในยุคนั้นมักมีลักษณะเป็นทรงกลมและไม่สะดวกต่อการใช้งาน เขาจึงหยิบแนวคิดเรื่องรูปทรงและสัดส่วนที่สมดุลกันของแต่ละวัสดุพร้อมด้วยดีไซน์เรียบง่าย หากโดดเด่นและเต็มไปด้วยรายละเอียดมารังสรรค์ขึ้น และตั้งชื่อนาฬิการุ่นนี้ตามเพื่อนของเขาว่า ซานโตส ยังถือเป็นครั้งแรกที่คาร์เทียร์ออกแบบนาฬิกาข้อมือที่มีหน้าปัดสี่เหลี่ยมอีกด้วย

และนี่คือไอคอนิกทั้ง 7 คอลเลคชั่นที่คุณจะได้พบ ซึ่งนอกเหนือไปกว่านั้นแล้วภายในป๊อปอัพยังเปิดตัวมินิเกมสุดพิเศษผ่านช่องทางดิจิทัล ให้ทุกคนได้มาร่วมค้นหาไอคอนในแบบของตัวเอง เพียงแค่กด add friend ใน line official ของ cartier ประเทศไทย @CartierTH เท่านั้น พบกับประสบการณ์แห่งศิลปะและการออกแบบอย่างประณีตได้ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ตั้งแต่ 16 กันยายน