ทำความรู้จักกับ VIP Jets สัญชาติไทยที่ไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้าก็สามารถนั่งไพรเวทเจ็ทได้เหมือนกัน

ไม่ว่าใครก็ต้องฝันสักครั้งจะได้นั่งเครื่องบินส่วนตัวหรือไพรเวทเจ็ทใช่ไหม โว้กเองก็เช่นเดียวกัน หากก่อนอื่นเราต้องขอสารภาพเลยว่าพึ่งจะได้มีโอกาสทำความรู้จักและรับรู้ว่าเมืองไทยเองก็มีไพรเวทเจ็ทไว้คอยให้บริการจากการไปทริปพักผ่อนที่รีสอร์ทแสนสวยอิงแอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและความสงบ ราวกับไข่มุกแห่งเอเชียในฟากทะเลอ่าวไทยที่รอวันให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมความงามนี้อย่าง “เกาะรง” สวรรค์ของการพักผ่อนในเมืองสีหะนุวิลล์ ประเทศเขมร หากชื่อที่ไม่คุ้นหูนี้อาจทำให้ใครหลายคนคาดเดาไปต่างๆ นานาพร้อมคิดว่าการเดินทางไปต้องลำบากอย่างแน่นอน แต่กลับกัน เพราะการเดินทางมาที่เกาะรงนี้ค่อนข้างสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนมาก เนื่องจากปัจจุบันมีหลากหลายสายการบินที่ ให้บริการบินตรงจากท่าอากาศยานดอนเมืองถึงท่าอากาศยานสีหนุวิลล์ ได้โดยไม่ต้องแวะที่เมืองเสียมราฐ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือสายการบิน VIP Jets นั่นเอง

 

และด้วยการเดินทางของทีมโว้กเพื่อไปพักผ่อนที่เกาะรงนี้เองทำให้เราได้รู้จักกับการบริการสุดพรีเมียมด้วยการนั่งเครื่องบินส่วนตัวอย่าง VIP Jets ที่เขาให้บริการด้วยเครื่อง Cessna Mustang Citation CE-510 จำนวน 4 ที่นั่ง เราจึงไม่พลาดที่จะขอสัมภาษณ์ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังในการเริ่มต้นธุรกิจนี้จากคุณ Luzi Matzig (ลุดซี่ แม๊ทซิก) ที่ควบตำแหน่งกัปตันของเที่ยวบินและ CEO ของบริษัท รวมถึงคุณปุ้ม-วิภารัตน์ มีสิทธิ์สกุล Head of Operations ของบริษัท VIP Jets นี้ด้วย

จุดแรกเริ่มของ VIPJets

เริ่มต้นเลยต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 คุณ Luzi Matzig ซื้อเครื่องบินเจ็ทมาด้วยจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวเลยคือ ความชอบ หากการขับเครื่องบินเจ็ทเล่นได้ประมาณ 4-5 ปี รุ่นน้องเก่าที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ MedEvac (medical evacuation) เรียกอีกอย่างว่า air ambulance คือการอพยพทางการแพทย์ (รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ) เข้ามาชักชวนให้ร่วมกลุ่มกันด้วยความที่เล็งเห็นว่าทางคุณลุดซี่มีเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ซึ่งการทำ MedEvac ต้องทำเป็นฟูลแพ็คอยู่แล้วนั่นคือต้องมีนักบินสองคน ต้องมีทีมช่างคอยเช็คเครื่องตามกฎเกณฑ์ของสำนักงานการบิน เลยคิดว่าไหนๆ แล้วก็ทำเป็นธุรกิจ VIP Jets ให้บริการในส่วนของ Charter Service ไปในตัวเลยก็แล้วกัน และสำหรับการมาเป็นธุรกิจ VIP Jets เต็มตัวก็ประมาณ 4-5 ปีนี้เอง สรุปง่ายๆ เลยคือซื้อมาเพื่อขับเล่น แต่เรากลับเห็นช่องทางที่จะสร้างเป็นธุรกิจได้ด้วย

 

การเริ่มต้นด้วยการทำ MedEvac

อย่างที่เล่าไปว่าเราเริ่มต้นจากการทำ MedEvac ก่อนตามคำชวนของรุ่นน้องคุณลุดซี่ ซึ่งเราเห็นว่าการทำ medevac นั้นมันมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ค่อนข้างรวดเร็ว โดยการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์จำพวก stretcher หรือเตียงผู้ป่วย และแท็งก์ออกซิเจนเตรียมพร้อม ซึ่งแน่นอนว่าอุกปรณ์ทุกอย่างต้องได้รับการ certify เรียบร้อยแล้วนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนห้องโดยสารภายในจากเก้าอี้นั่งให้กลายเป็นเตียง ในการเข้าร่วมทำ MedEvac ก็เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งในประเทศไทยที่มีอยู่ไม่กี่เจ้าเท่านั้น โดยการให้บริการนี้ก็จะเป็นในแบบ Bed to Bed คือไปรับผู้ป่วยจากเตียงโรงพยาบาลที่ประสบเหตุเพื่อไปส่งถึงเตียงของโรงพยาบาลปลายทางที่จะเข้ารับการรักษา ทีมก็จะประกอบด้วยนักบิน 2 ท่านที่ฝึกมาเพื่อการบินประเภทนี้โดยเฉพาะ และทีมแพทย์รวมถึงพยาบาลที่ไปด้วย พร้อมกับทีมงาน Ground Ambulance ต่างๆ

ซึ่งบริการนี้เราต้องพร้อมภายใน 3 ชั่วโมงแล้วสามารถบินได้ในทันที ถ้าต้องไปรับผู้ป่วยต่างประเทศก็ใช้จะเวลาเตรียมการ 4 ชั่วโมง ซึ่งทางเราเองก็สแตนด์บาย 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่แน่นอนด้วยการบินข้ามประเทศมันย่อมมีข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ที่เยอะพอสมควร เพราะบางสนามบินก็ไม่ได้เปิดตลอดเวลา โดยการให้บริการ MedEvac นี้ก็จะอยู่ในภาคพื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือกลุ่มอาเซียนอย่างประเทศพม่า ลาว กัมพูชา บังคลาเทศ อินเดีย ภูฏาน เวียดนามและจีนตอนใต้ โดยจัดส่งผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทยหรือสิงคโปร์

การทำธุรกิจเพิ่มเติมด้วยการทำ Service Charter (VIP Jets)

เราพึ่งเริ่มทำในส่วนของ VIP ได้ประมาณ 4-5 ปีเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมันง่ายกว่ามาก เพราะการบริการเที่ยวบินแบบนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เขาจะจองล่วงหน้าค่อนข้างนาน ดังนั้นมันจึงมีเวลาในส่วนของการเตรียมเอกสารเรื่องการขอสายการบิน การขออนุญาตจอด (Landing permit) การขอเส้นทางการบินหรือการประสานงานต่างๆ ในส่วนนี้ให้เรียบร้อย ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละประเทศเองก็มีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ความรวดเร็วในการขอเอกสารเองก็แตกต่างกันด้วย ทั้งนี้ VIP Jets ก็ตั้งฐานอยู่ที่ดอนเมืองและมีลักษณะเป็นแบบ Non schedule เนื่องจากเครื่องเราเป็นเครื่องเล็กไม่ได้เป็นเครื่องใหญ่แบบโบอิ้ง จะให้เราไปส่งที่ไหนเราก็ไป ในส่วนของการคิดราคารอบบินก็จะดูที่ Ground Handling คือการบริการส่วนภาคพื้นดินว่าต้องมีหยุดเติมน้ำมัน หรือการเช็คดูแลเครื่องต่างๆ หรือไม่ ซึ่งส่วนมากถ้าบินระยะไกลก็จะต้องมีส่วนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้โค้ดราคาแพงขึ้นนั่นเอง ในเรื่องของนักบินคุณลุดซี่เองก็จะบินอยู่ในส่วนของ VIP เพราะถ้าเป็น MedEvac ต้องเป็นนักบินเฉพาะในบริษัทของเราดูแล เนื่องจากการบินแบบนั้นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้บริการ

 

การดูแลธุรกิจ VIP Jets นี้

การดูแลในส่วนของธุรกิจนี้เราเน้นที่ความปลอดภัยของตัวเจ็ทเลย เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงคอยเช็ค ซ่อมเครื่องและดูแลตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งเขาจะแพลนเลยว่าเราต้องทำอะไรบ้างในแต่ละเดือนต้องเช็คอะไรบ้าง ต้องเสริมอะไรบ้าง ซึ่งทางเราเองก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องตามเกณฑ์ของสำนักงานการบิน เราทำตามกฎระเบียบ มีเอกสารครบและถูกต้องทุกประการ ซึ่งเราเองก็ภูมิใจมาก เพราะทั้งหมดมันเกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของเรา เราค่อยๆ ทำและเรียนรู้มาตลอดทาง จึงค่อนข้างดีใจกับธุรกิจนี้

 

แผนในการขยายธุรกิจ VIP Jets

เราเองก็มีความคิดที่จะขยายธุรกิจนี้เหมือนกัน เพราะในกรณีของการทำ MedEvac หลายครั้งผู้ป่วยเขาต้องการให้ญาติไปด้วยมากกว่า 1 คน ด้วยตอนนี้ภายในห้องโดยสารญาติสามารถนั่งไปได้แค่ 1 คน เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วการทำธุรกิจนี้ส่วนมากก็จะเป็นแบบ MedEvac มากกว่าการให้บริการในแบบ VIP หรือ Service Charter ณ ตอนนี้เองเราก็ยังทำแผนการโปรโมทอยู่ ด้วยคนไทยเราค่อนข้างจะน้อยมากที่รู้ว่ามีการให้บริการทั้งในส่วนของการอพยพผู้ป่วยและการบริการเที่ยวบินในแบบไพรเวทเจ็ทแบบนี้อยู่ที่ประเทศไทย โดยเราก็โปรโมทตามสื่อ ตามบล็อกต่างๆ ร่วมทั้ง Air Charter Service ของต่างประเทศด้วย เพราะส่วนมากคนที่มาใช้บริการส่วนของ VIP กลับเป็นชาวต่างชาติเสียมากกว่า

และนี่คือความเป็นมาของไพรเวทเจ็ทในประเทศไทยที่นอกจากจะมีหน้าที่ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยแล้ว ยังมีการให้บริการบินส่วนตัวสุดพรีเมียมอีกด้วย รู้เบื้องลึกเบื้องหลังขนาดนี้แล้ว เราเชื่อว่าแฟนๆ โว้กหลายคนคงต้องเริ่มสนใจในรายละเอียดแล้วใช่ไหมตามไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองบินได้ที่นี่เลย

 

Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล