LIFESTYLE

Mandarin Oriental Paris นิยามความสมบูรณ์แบบครั้งใหม่ของโรงแรมหรูที่ตั้งกลางกรุงปารีส

โรงแรมระดับลักชัวรี่กำลังสร้างแนวทางในการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไป วันนี้การพัฒนาของ Mandarin Oriental ไม่หยุดนิ่ง ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้เช่นเคย

     ถ้าพูดถึงโรงแรมระดับลักชัวรี่ที่คนไทยคุ้นเคยนั้น Mandarin Oriental ต้องขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน ด้วยความเก่าแก่คลาสสิกและอยู่คู่กับยุคสมัยความรุ่งเรืองของไทยมายาวนาน วันนี้เราจะได้เห็นโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลแห่งใหม่ ณ กรุงปารีส ที่คลุกเคล้าเอากลิ่นอายสไตล์ปาริเซียงเข้ากับเอกลักษณ์อันแข็งแกร่งของทางโรงแรม โดยโรงแรมแห่งนี้เปิดให้บริการช่วงปี 2011 นับจนถึงตอนนี้ก็เพียง 9 ปีเท่านั้น ถือเป็นโรงแรมแมนดารินที่ค่อนข้างใหม่และพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

     โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในกรุงปารีสย่าน Rue Saint-Honoré ใกล้กับ Place Vendôme สถานที่สำคัญของฝรั่งเศสที่นักท่องเที่ยวทุกคนไปเยือนสักครั้งในชีวิต โลเคชั่นดีขนาดนี้ทำให้แมนดาริน โอเรียบเต็ลถูกพูดถึงตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการเสียอีก คุณจะไปที่ไหนก็ได้หากพักที่นี่ เพราะเดินทางสัญจรสะดวกมากเลยทีเดียว จะไปเที่ยวกลางเมืองเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์หรือแม้แต่เดินย่านกลางเมืองเพื่อสัมผัสวิถีคนปารีสก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรือการเดินทางสู่สนามบินเองก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง นับเป็นโลเคชั่นทองที่ทางแมนดาริน โอเรียนเต็ล ปารีสตั้งใจเลือกที่แห่งนี้เพื่อปักหลักเป็นโรงแรมในเครือตัวเองโรงแรมเดียวในกรุงปารีส

     “ปาริเซียงที่แท้จริง!” ถึงแม้จะเพิ่งเปิดบริการมาไม่นานแต่ทางโรงแรมก็มุ่งเน้นถึงความเป็นรากเหง้าของปารีส นอกจากเรื่องโลเคชั่นแล้ว ภายในโรงแรมยังตกแต่งดั่งศิลปะจากยุค ‘30s ตัวอาคารเองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เห็นแล้วนึกถึงทันทีว่านี่คือ “แมนดาริน โอเรียนเท็ล ปารีส” นอกจากนี้ทีมของโรงแรมยังนิยามที่แห่งนี้ว่า “การผสมผสานระหว่างความหรูหราของปารีสแบบร่วมสมัยกับและความประณีตเรียบร้อย” ทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างเหมาะเจาะ Jean-Michel Wilmotte ดูแลเรื่องการรีโนเวทสถานที่ จับมือ Neveux-Rouyer วางแปลนพื้นที่ พร้อมทั้งได้ Sybille de Margerie จัดการเรื่องตกแต่งภายในกับส่วนห้องพัก ส่วน Gilles & Boissier ก็ดูแลพื้นที่อพาร์ตเมนต์ ยังไม่หมดเท่านี้เพราะยังปิดท้ายด้วย Agence Jouin Manku ที่อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์ห้องอาหารและบาร์ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ปารีสจึงเต็มไปด้วยความใส่ใจจากระดับสุดยอดฝีมือในแต่ละแขนง

     ถึงแม้จะมีการพูดถึงศิลปะเก่าแก่จากยุค ‘30s แต่สำหรับโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้ต้องการผู้ใหญ่มาพักอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องการตอบสนองให้ครบทุกช่วงวัยตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว ด้วยความที่โลเคชั่นดีมากจึงสามารถทำกิจกรรมแบบใดก็ได้ เดินทางสะดวก ใครอยากเลือกประสบการณ์แบบใดก็เลือกเอาได้เลย จะขึ้นบอลลูนหรือเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ก็มีตัวเลือกให้เด็กๆ วัยรุ่นจะไปถนนสุดเก๋เพื่อแวะช็อปปิ้งก็ตอบโจทย์ ความใส่ใจเองก็เป็นจุดสำคัญ ทางแมนดาริน โอเรียนเต็ล ปารีสมีเชฟสำหรับรังสรรค์เมนูเพื่อเด็กและวัยรุ่นโดยเฉพาะยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะยังมีโรงหนังส่วนตัว เกม และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ผ่อนคลายด้วย นับเป็นการสร้างมิติใหม่ของการพักโรงแรมเพื่อสร้างฐานผู้เข้าพักให้หลากหลายมากขึ้น และลดภาพจำว่าแมนดารินต้องเป็นผู้ใหญ่พักเท่านั้น

     ความครบถ้วนของการดูแลจะไม่หลุดมาตรฐานคำว่าลักชัวรี่ แมนดาริน  โอเรียนเต็ล ปารีสที่เพียบพร้อมด้วยห้องทั้งธรรมดาและสวีตกว่า 135 ห้อง ห้องถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อตอบโจทย์การเข้าพักของแขกให้มากที่สุด มีตั้งแต่ขนาด 37, 42 และ 50 ตารางเมตร ส่วนห้องพิเศษก็มีทั้ง Duplex Suites, Panoramic Suites, Couture Suites, The Oriental Penthouse Suite, The Mandarin Penthouse Suite, Mandarin Penthouse Floor และสุดยอดความหรูหรากับ The Parisian Apartment ทั้งหมดมาพร้อมกับสิทธิ์การใช้ประโยชน์สิ่งอำนวยความะสะดวกครบครันโดยเฉพาะจุดเด่นเรื่องสปาที่มีการให้บริการครบวงจรรวมถึงมีสระน้ำสำหรับผ่อนคลายอีกด้วย

     สุดยอดความพิเศษกับ Parisian Apartment หรือ Appartement parisien นั้นมีความพื้นที่ถึง 430 ตารางเมตร ถือเป็นห้องพักในโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดห้องหนึ่งในกรุงปารีส เป็นห้องที่กินพื้นที่ทั้งชั้นเต็มๆ อพาร์ตเมนต์นี้ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกยิ่งกว่าครบครันตั้งแต่ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องรับประทานอาหารประกอบส่วนครัวต่างหาก ห้องรับแขก และมุมต่างๆ มากมายที่ถูกออกแบบและตกแต่งอย่าลงตัว สามารถรองรับแขกได้มากถึง 8 คน การบริการทุกอย่างเรียกว่าเป็น “Bespoke” หรือการออกแบบตามความต้องการของแขกโดยเฉพาะ อาหารชั้นยอดที่สุดจะถูกเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มในระดับเดียวกัน การพักที่นี่จึงไม่ใช่แค่นอนโรงแรม แต่หมายถึงการสัมผัสความเป็นแมนดารินอย่างเต็มเปี่ยมที่สุด

     ปิดท้ายกันด้วยเรื่องห้องอาหารและบาร์ที่แมนดาริน โอเรียนเต็ล ปารีสขนมาอย่างครบครัวถึง 5 รูปแบบ ไล่ตั้งแต่ร้านมิชลิน 2 ดาวที่เสิร์ฟความเอ็กซ์คลูซีฟจากอาหารที่ได้รับการขนานนามว่า “โอตกูตูร์” กับ Sur Mesure by Thierry Marx สัมผัสบรรยากาศด้านนอก อาหารรสชาติที่ลดความจริงจังลงมา เมนูที่เรียบง่ายแต่ซ่อนเอาไว้ซึ่งความพิเศษหาได้ที่ Camélia เอิ่มเอมกับการพักผ่อนหย่อนใจบนชื่อถนนพร้อมรับประทานอาหารเช้ายาวไปถึงจิบชากับห้อง L’Honoré ข้ามมาถึงบาร์กับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยามค่ำคืนที่จะทำให้คุณไม่อยากลุกไปไหนกับ Bar 8 และปิดท้ายด้วย The Cake Shop ร้านเค้กและขนมอบประจำโรงแรมที่สร้างกลิ่นหวานหอมคลุ้งไปได้ทั่วพื้นที่ ทั้งหมดนี้สามารถมัดแขกผู้มาเข้าพักกับบรรยากาศแห่งความสุขได้อย่างเหนียวแน่น และนั่นคือจุดประสงค์ของโรงแรมระดับลักชัวรี่อย่างแมนดาริน โอเรียนเต็ล ปารีสที่เสิร์ฟตั้งแต่ความสวยงามไปจนถึงความสะดวกสบายอันเหนือระดับ...

คีย์เวิร์ด: #MandarinOriental