FASHION

โว้กลิสต์ 6 พระราชวังสำคัญแห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่ทุกคนต้องรู้จัก

     หลายคนที่คอยติดตามเรื่องราวของเหล่าสมาชิกแห่งราชวงศ์อังกฤษมาเป็นเวลานาน ก็คงจะสามารถจับต้นชนปลายถูกบ้างเกี่ยวกับที่ประทับของแต่ละพระองค์ นั่นคือพระราชวัง หรือปราสาทที่มีอยู่ด้วยกันหลากหลายที่ กระจายอยู่ทั่วประเทศอังกฤษ หรือต่างประเทศ หากหลายคนก็ยังคงสงสัยในหมุดหมายของที่พำนักเหล่านี้อยู่ไม่น้อย ครั้งนี้โว้กประเทศไทยจึงขออาสาเขียนแผนที่ของเหล่าปราสาท และพระราชวัง 5 แห่งหลักสำคัญ แห่งราชวงศ์อังกฤษว่า แต่ละที่นั้นเป็นที่พำนักของสมาชิกราชวงศ์พระองค์ใดกันบ้าง

 

Buckingham Palace

ภาพ : Civitatis

 

     พระราชวังบักกิ้งแฮมถูกเรียกกันเล่นๆ ว่า “บักเฮาส์” ซึ่งพระราชวังบักกิ้งแฮมนับเป็นพระราชวังสำคัญแห่งหนึ่งในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็ว่าได้ เพราะพระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่ สมเด็จพระราชนีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ทรงใช้เป็นที่ประทับหลักในกรุงลอนดอน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองของคณะรัฐบาล และยังเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวสำคัญที่หนึ่งแห่งกรุงลอนดอน และยังเป็นที่รวมพลังใจ ทั้งในโอกาสเฉลิมฉลองสำคัญ และในยามคับขันของชาวอังกฤษ  ซึ่งไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ Changing the guard หรือ พิธีผลัดเวรยามของทหาร อันสวยงาม ซึ่งโดยปกติแล้วพิธีดังกล่าวจะเริ่มในเวลาราวๆ 11.00 น. และใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการผลัดเวรยามของทหารดังกล่าว ซึ่งได้กลายเป็นการแสดงในสายตาของคนทั่วไปในที่สุด

     พระราชวังบักกิงแฮมแต่เดิมชื่อ “คฤหาสน์บักกิงแฮม” (Buckingham House) ก่อนที่ในปี ค.ศ. 1761 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 ทรงซื้อจากดยุคแห่งบักกิงแฮมเพื่อเป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ ที่รู้จักกันในชื่อ “วังพระราชินี” (The Queen's House)และพระราชวังบักกิงแฮมได้กลายมาเป็นพระราชฐานที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1837 การต่อเติมครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายจึงเกิดขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งรวมทั้งด้านหน้าที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

 

Windsor Palace

ภาพ : Royal.uk

 

     พระราชวังวินด์เซอร์ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะราชสกุลวินด์เซอร์แห่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นี้ ถูกตั้งชื่อตามพระราชวังแห่งนี้นั่นเอง พระราชวังดังกล่าวถูกสร้างโดยสมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1070 โดยมีสถาปัตยกรรมเป็นแบบโรมาเนสก์ พระราชวังวินด์เซอร์ยังนับเป็นพระราชฐานที่ยังมีผู้อยู่อาศัยจริง ที่มีขนาดใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

     พระราชวังวินด์เซอร์ นับเป็นหนึ่งในพระราชฐานหลักจากสามแห่งของราชวงศ์อังกฤษปัจจุบัน โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 มักทรงใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์หลายวันที่พระราชวังวินด์เซอร์ เป็นทั้งที่จัดงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ และเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วยังพบว่า พระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษเกือบทุกพระองค์ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการสร้าง และวิวัฒนาการของพระราชวังวินด์เซอร์มาโดยตลอด พระราชวังแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นป้อมปราการ ที่ประทับอย่างเป็นทางการ กระทั่งบางช่วงบนหน้าประวัติศาสตร์ยังเคยใช้เป็นเรือนจำ พระราชวังวินด์เซอร์จึงเกี่ยวพันกับประวัติของพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษอย่างใกล้ชิด แม้แต่งานพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ กับ เมแกน มาร์เคิล ก็จัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพระราชวังวินด์เซอร์แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

 

Balmoral Castle 

ภาพ : The Cheat Sheet

 

     หากย้อนกลับไปในเหตุการณ์การจากไปของไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์นั้น หลายคนน่าจะคุ้นกับปราสาทแบลมอรัล ที่ตั้งอยู่ ณ ประเทศสกอตแลนด์มากขึ้น เพราะเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เก็บตัวอยู่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์นั้น ปราสาทดังกล่าวได้รับการก่อสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย โดยฝีมือของ เซอร์วิลเลียม ดรัมมอนด์ ในปี ค.ศ. 1390 ซึ่งเดิมสเคยเป็นสมบัติส่วนพระองค์ของพระเจ้าโรเบิร์ตที่ 2

     ในปัจจุบันปราสาทบัลมอรัลได้กลายเป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ โดยบัลเมอรัลใช้เป็นที่ประทับมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1848 เมื่อพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ตทรงเช่ามาจากผู้แทนของเซอร์โรเบิร์ต กอร์ดอน ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงโปรดปราสาทบัลเมอรัลเป็นอย่างมาก จนในที่สุดก็ทรงซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิมในราคา 30,000 ยูโร ในปี ค.ศ. 1852 และในทันทีที่ทรงเป็นเจ้าของ เจ้าชายอัลเบิร์ตก็ทรงวางแผนขยายให้ปราสาทมีขนาดกว้างใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีพื้นที่พอที่จะรองรับสมาชิกครอบครัวของพระองค์ โดยได้ทรงออกแบบด้วยฝีมือของพระองค์เอง และสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1856 และแฟชั่นผ้าโพกหัวแบบ Babushka ในแบบของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก็เกิดขึ้นที่นี่เช่นกัน

 

Sandringham House

ภาพ : thedailybeast.com

 

     ซานดริงแฮม คือพระตำหนักส่วนพระองค์ของราชวงศ์อังกฤษที่ถูกใช้มาเป็นเวลาสี่ชั่วคน สิ่งที่โดเด่นของพระตำหนักดังกล่าวนี้ ก็เห็นจะเป็นหน้าต่างลักษณะโค้งที่ช่วยทำให้ภายในดูโปร่งขึ้น ตัวตำหนักได้รับการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก และไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเด่นเช่นตำหนักหรือวังอื่นๆ แต่อย่างใด ทว่าก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยจริงๆ นั้นค่อนข้างแคบ เมื่อเทียบกับบริเวณโดยรอบที่อาจจะดูกว้างใหญ่

     เมื่อพระเจ้าจอร์จที่ 6 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1952 ที่ซานดริงแฮม สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จึงมักจะทรงใช้เวลาที่ซานดริงแฮมเป็นการส่วนพระองค์กับครอบครัวในวันครบรอบวันสวรรคตของพระชนกของพระองค์ เราจึงได้เห็นพระตำหนักซานดริงแฮมกลายเป็นสถานที่ที่ทรงใช้ประทับในทุกๆ ช่วงปลายเดือนธีนวาคม จนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี อีกทั้งสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ยังทรงเคยมีรับสั่ง พระราชทานพระตำหนักซานดริงแฮมให้เป็นของขวัญให้เจ้าชายวิลเลียมอีกด้วย เนื่องจากพระองค์ได้ทรงเล็งเห็นว่า พระตำหนักแห่งนี้ แม้จะมีอาณาเขตกว้างใหญ่ แต่ก็อยู่ในพื้นที่การดูแลของทางสำนักพระราชวังโดยเข้มงวด ซึ่งสามารถมั่นใจได้เลยว่า ดยุก และดัชเชสแห่งแคมบริดจ์ จะสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เริ่มต้นชีวิตครอบครัวได้อย่างอบอุ่น และสงบสุข ปราศจากการรบกวนของเหล่านักข่าวและปาปารัซซี่ทั้งหลายอย่างแน่นอน

 

Kensington Palace

ภาพ : Park Grand London Kensington

 

     ความน่าสนใจของพระราชวังเค็นซิงตัน นอกเหนือจากความงาม และความหรูหราที่เป็นที่เลื่องลือมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แล้ว ครั้งหนึ่งพระราชวังแห่งนี้ยังเคยเป็นที่ประทับของไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งปัจจุบันนี้ยังได้กลายเป็นที่ประทับของครอบครัว ดยุก และดัชเชสแห่งแคมบริดจ์ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

     และหากจะย้อนกลับไปถึงเรื่องราวในอดีตของพระราชวังแห่งนี้ ก็ต้องเริ่มต้นจากที่พระราชวังดังกล่าวเดิมชื่อ "คฤหาสน์นอตติงแฮม" ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับเอิร์ลแห่งนอตติงแฮม ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่หมู่บ้านเค็นซิงตัน ก่อนที่พระเจ้าวิลเลียมที่ 3 จะได้ทรงซื้อต่อจากผู้สืบตระกูลของเอิร์ลแห่งนอตติงแฮมในปี ค.ศ. 1689 เพราะมีพระประสงค์จะออกมาอยู่นอกใจกลางกรุงลอนดอน โดยต่อมายังได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น พระราชวังเค็นซิงตัน ดังเช่นปัจจุบันนั่นเอง

 

Frogmore Cottage

ภาพ : Express.co.uk

 

     กลายเป็นสถานที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวว่าเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร้คิล ได้เตรียมตัวย้ายออกจากพระราชวังเค็นซิงตัน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวอันเป็นส่วนตัวที่ ฟรอกมอร์ คอตเทจ แห่งนี้ ซึ่งนับเป็นเป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 ในเขตพระตำหนักฟร็อกมอร์ ใกล้กับพระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้พระราชทานให้กับดยุก และดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ที่ทั้งคู่ยังเคยได้ใช้อาคารหลังนี้จัดงานเลี้ยงฉลองพิธีเสกสมรสเมื่อเดือน พ.ค. 2018

     ฟรอกมอร์ คอตเทจ ประกอบไปด้วยอาคารทั้งสิ้น 5 หลังที่ได้รับการบูรณะใหม่ เพื่อให้พร้อมเป็นที่ประทับแห่งใหม่สำหรับเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล โดยทั้งคู่เพิ่งจะย้ายเข้าไปเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะมีพระประสูติการพระโอรสอาร์ชีตามมาในเดือนพฤษภาคม ปี 2018 โดยได้มีการเปิดเผยข้อมูลจากบัญชีรายรับรายจ่ายส่วนพระมหากษัตริย์ว่า การบูรณะพระตำหนักฟรอกมอร์ คอตเทจ แห่งใหม่นี้ ต้องใช้เงินจากภาษีประชาชนไปกว่า 2.4 ล้านปอนด์ หรือ 94 ล้านบาทโดยประมาณ เพื่อแลกกับสิ่งแวดล้อมที่ทั้งคู่ต้องการใช้ทายาทของเขาเติบโตมา

คีย์เวิร์ด: #RoyalFamily