กางเกงทรงนี้เรียกว่าอะไร...ศัพท์แฟชั่นขั้นพื้นฐานที่สายแฟต้องรู้!

     ยังคงต่อเนื่องกับซีรีส์ที่สาวๆ สายแฟ(ชั่น) ทุกคนต้องรู้กับ #VogueFashionClass ที่พร้อมบอกเล่าเรื่องราวแฟชั่นขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่หัวจรดเท้า ครั้งนี้โว้กยังคงต้องขอร่ายยาวต่อจากครั้งที่แล้ว ด้วยเรื่องราวใกล้ตัวที่สาวสายแฟ(ชั่น) หลายคนยังมองข้าม และไม่รู้ กับศัพท์ขั้นพื้นฐานการเรียกทรงกางเกงต่างๆ อีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่สาวๆ ยุคใหม่รู้สึกสนุกสนานที่จะได้สวมใส่ แต่ก่อนที่จะไปสนุกสนานอย่างเต็มที่กับการสวมใส่กางเกงตัวโปรดในตู้เสื้อผ้านั้น โว้กขอรวบรวมคำเรียกขานชื่อ ทรงกางเกง ขั้นพื้นฐาน ที่แตกต่างกันในแต่ละแบบมาให้ทุกคนได้รู้กันก่อนที่นี่...

 

Straight หรือ กางเกงทรงกระบอก, ทรงตรง

     ด้วยลักษณะขั้นพื้นฐานของกางเกงทรงนี้ ที่เป็นทรงกางเกงที่โอบเข้าสะโพกพอดี และในส่วนของขากางเกงนั้นจะทิ้งตัวเป็นแนวตรง เหมาะกับสาวๆ ที่ตัวเล็ก แต่ยังมีส่วนเว้าส่วนโค้ง เพราะกางเกงทรงนี้จะช่วยเน้นให้ช่วงขาของผู้ที่สวมใส่นั้น ดูเรียวยาวมากขึ้น 

 

Slim Fit หรือ ทรงกางเกงแบบพอดีสัดส่วน

     ลักษณะสำคัญของกางเกงทรงนี้คือจะคล้ายกับทรงกางเกงแบบ Straight แต่ต่างกันตรงที่จะมีความรัดรูปมากกว่า และเข้ารูปตามทรงขาของผู้สวมใส่มากกว่า หากว่าก็ไม่ได้รัดรูปจนเกินไปอย่างกางเกงทรง Skinny จึงเหมาะกับสาวสายแฟ(ชั่น) หลายคนที่มีสัดส่วนของขาที่สวยอยู่แล้วนั่นเอง

 

Baggy หรือ ทรงกางเกงแบบหลวม

     กางเกงทรงนี้ถูกพัฒนามาจากกางเกงในรูปแบบ Tailor-Made จากเสื้อผ้าผู้ชาย ดังนั้นแล้วลักษณะสำคัญก็คือเป็นทรงกางเกงแบบหลวมโคร่ง มีขนาดใหญ่กว่าขนาดขาของผู้สวมใส่อย่างเห็นได้ชัด และกางเกงทรงนี้ยังเคยเป็นอีกหนึ่งไอเท็มแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงยุค 1970s อีกด้วย

 

Peg Top หรือ กางเกงเน้นสัดส่วนสะโพก

     อาจเรียกได้ง่ายๆ ว่าเป็นกางเกงทรงบอลลูน  ด้วยลักษณะของกางเกงทรงนี้ที่จะมีการตัดเย็บให้เน้นในส่วนของสะโพกเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงเหมาะอย่างมากสำหรับสาวๆ ที่ไม่ใช่สาวทรงนาฬิกาทราย และอยากจะสวมใส่ เพื่อออกอวดโฉมให้เห็นส่วนสะโพกชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

กางเกงทรง Boot Cut

     นับเป็นอีกหนึ่งกางเกงทรงคลาสสิกก็ว่าได้ อย่างที่เราได้เห็นในภาพยนตร์แนวคาวบอยอยู่บ่อยครั้ง ลักษณะของกางเกงทรงนี้ จะเป็นทรงที่ตรงพอดีกับช่วงต้นขา แต่ปลายขาช่วงตรงข้อเท้าจะมีดีไซน์บานออกเล็กน้อย เพราะนั่นเป็นการออกแบบมาเพื่อให้สามารถครอบรองเท้าบู๊ตไว้ใต้กางเกงได้พอดีนั่นเอง เหมาะกับสาวๆ สายแฟ(ขั่น)ที่อยากให้ช่วงขาแลดูกว้าง หรือคนที่ชอบใส่รองเท้าบู๊ต 

 

Bell Bottom หรือ กางเกงทรงขากระดิ่ง

     กางเกงขากระดิ่งที่ว่านี้ มีลักษณะไม่ต่างจากกางเกงทรง Flare สักเท่าไหร่ แต่จุดสังเกตคือในช่วงของต้นขานั้นจะรัดมากกว่า จึงทำให้ในส่วนปลายที่เป็นดีไซน์บานออกมานั้นเห็นได้ชัดกว่าปกติ เป็นทรงกระดิ่ง บางครั้งคนยังนิยมเรียกขานกางเกงทรง Bell Bottom และ Flare ไว้ในหมวดหมู่เดียวกัน

 

Flare หรือ กางเกงทรงขาม้า

      ลักษณะสำคัญของกางเกงทรงนี้ เป็นทรงที่ถูกดีไซน์มาให้รัดรูปตามส่วนโค้งเว้าของช่วงขา แต่ในส่วนของปลายกางเกงนั้นจะบานออกเป็นทรงเหมือนหางปลา จึงน่าจะเป็นที่ถูกใจของเหล่าสาวที่อยากให้ช่วงขาดูเรียวเล็กกว่าความเป็นจริง เพราะเป็นทรงที่เล่นกับเส้นนำสายตาคน จึงสามารถหลอกตาได้ดี 

 

 

Wide Leg หรือ กางเกงทรงขาบาน

     ลักษณะสำคัญของกางเกงทรงขาบานนี้ก็คือ จะมีลักษณะที่กว้างมาตั้งแต่ส่วนบนจนถึงส่วนปลาย ต่างจากกางเกงทรงขากระดิ่ง และกางเกงทรงขาม้าที่จะเริ่มกว้างจากช่วงเข่าลงมา

อ่านเพิ่มเติม:

  1. กระเป๋าทรงนี้เรียกว่าอะไร...พจนานุกรมชื่อพื้นฐานของกระเป๋าทุกทรงที่สายแฟต้องรู้
  2. ชุดเดรสทรงนี้เรียกว่าอะไร...ศัพท์ขั้นพื้นฐานที่สาวสายแฟ(ชั่น)ต้องรู้!
  3. คัมภีร์ซักผ้า! สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้าแปลว่าอะไรบ้าง เช็คด่วนถ้าไม่อยากซักผิด
Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล