FASHION

Jim Thompson จากดักแด้กลายเป็นผีเสื้องาม

แบรนด์แรกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมสะบัดปีกบินไปสู่เวทีโลกด้วยการนำทางของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง เรามีนัดกับมิสเตอร์ฌอง-คริสตอฟ วิเลน หัวเรือฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่แห่งอาณาจักรจิม ทอมป์สันที่ร้าน Bombyx by Jim Thompson สยามพารากอน ชาวฝรั่งเศสที่เคยทำงานให้ Loewe, Balenciaga, Bally และ Clergerie ผู้นี้คือผู้ผลักดันและอยู่เบื้องหลังการ รีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ของจิม ทอมป์สัน เริ่มตั้งแต่ แคมเปญโฆษณาที่ผ่านมาแล้วหลายซีซั่น การออกแบบคอลเล็กชั่นเรดี้ทูแวร์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น จนล่าสุดการเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่พร้อมร้านอาหารคอนเซปต์สุดเจ๋งข้างๆ กัน (ก็คือ ร้านบอมบิกซ์นี่เอง) ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้จิม ทอมป์สันก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก!

 

ร้าน Bombyx by Jim Thompson

ในขณะที่เรากำลังเอนจอยกับอาหารว่างจากบอมบิกซ์ ฌอง-คริสตอฟ วิเลนก็เดินทางมาถึงพร้อมกับทีมงานของจิม ทอมป์สัน เรากล่าวทักทายและจับมือกัน ท่าทีของเขาดูสุขุม อ่อนน้อมถ่อมตน เราชมว่าอาหารว่างอร่อยมาก ทีมงานเลยเล่าให้ฟังว่าร้านนี้มีการวางคอนเซปต์มาอย่างดี การตกแต่งภายในเป็นฝีมือของศาสตราจารย์เกียรติคุณ อิทธิพล ตั้งโฉลก ศิลปินแห่งชาติ ร้านจัดอยู่ในหมวด Art & Cuisine ที่การตกแต่งร้านจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ของศิลปินที่เชิญมาในแต่ละซีซั่น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในอาร์ตแกลเลอรีอย่างไรอย่างนั้น

ฌองเล่าให้เราฟังว่าเขาเคยเป็นสถาปนิกมาก่อน (สถาปนิกเกียรติยศประจำอยู่ที่ Villa Medici กรุงโรม) เราเลยสงสัยว่าแล้วทำไมถึง เปลี่ยนใจมาสายแฟชั่น “จุดเริ่มต้นเป็นเหมือนโปรแกรมการท่องเที่ยว ผมชอบงานที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นผล เหมือนกับขอบเขตของงานในแวดวงแฟชั่น” แต่การคิดแบบสถาปนิกของฌองกลับเป็นจุดแข็งในการ รีแบรนด์ใหม่ อย่างเรื่องแคมเปญโฆษณา ชิ้นที่เป็นแคมเปญรอยสัก มีหญิงสาวถ่ายคู่กับเสือตัวยักษ์ นางแบบยืนบนดาดฟ้าตึกกลางกรุงเทพฯ หรือไปถ่ายในละเมาะไม้ข้างทาง (ซึ่งฌองเรียกว่า “ป่า”) ก็มี จนมาถึงแคมเปญล่าสุดที่มีฉากหลังเป็นโรงงานของจิม ทอมป์สัน ที่อำเภอปักธงชัย ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ และที่เราทึ่งก็คือเขาเป็นผู้ถ่ายภาพแคมเปญเหล่านี้เองทั้งหมด

 

Jim Thompson F/W ’17

ท่ามกลางแสงไฟสลัวในบอมบิกซ์ เขาหยิบกล่องกระดาษกล่องหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ ในกล่องอัดแน่นไปด้วยสตอรี่บอร์ด มีภาพถ่ายที่สื่อ ถึงมู้ดแอนด์โทน สวอตช์ตัวอย่างผ้า โทนสีที่เลือก ไว้สำหรับทำคอลเล็กชั่น เขาเท้าความให้ฟังว่า “ผมจำเหตุการณ์หนึ่งได้แม่น เช้าวันนั้นผู้คน เยอะแยะดูวุ่นวาย ผมเห็นพระเดินผ่านมา แล้วผู้คนที่เดินสวนต่างก็หยุดให้พระเดินไปก่อน เป็น ภาพที่ทำให้ผมประหลาดใจมาก สีจีวรนั้นสะดุดตา ผมทีเดียว เลยจำภาพไว้แล้วเอามารวบรวมไว้ใน คอลเล็กชั่น สีเดียวกับที่คุณเห็นจากแถบสติกเกอร์ ที่ติดบนถุงของจิม ทอมป์สันนั่นแหละ” ฌองบอก ว่าเขาไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงจิม ทอมป์สัน จุดยืนของเขาคือรักษาตัวตนและรากเหง้าของแบรนด์เอาไว้ แต่ค่อยๆ ขัดเกลาให้เข้ารูปเข้ารอย และสวยงามเก๋ไก๋ตามสมัยนิยม ดังนั้นการรีแบรนด์ ของฌองจึงไม่ใช่ “Change for the better” แต่เป็นการ “Refined for the better” มากกว่า

 

Jim Thompson ขณะทำงาน กับชุมชนผ้าไหมบ้านครัว

ฌองเคารพและชื่นชมในตัวผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่างยิ่ง “มิสเตอร์จิม ทอมป์สันมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม เขามองการณ์ไกลล่วงหน้าไปถึง 30 ปี ก่อนยุคโลกาภิวัตน์ด้วยซ้ำ แถมยังเป็นคนนอบน้อมถ่อมตน เขาไม่ใช่คนที่คอยแต่จะบงการให้ทุกอย่างออกมาตามที่ตัวเองต้องการ เป็นผู้นำที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง มีวิธีสื่อสารความต้องการงานแต่ละชิ้นได้อย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญที่สุดคือเขาให้ความสนใจกับผ้าไหมเป็นอันดับแรก เพราะเห็นว่าสามารถนำมา ต่อยอดให้เกิดความสวยงามและน่าสวมใส่ โดยมีกรรมวิธีที่ไม่ยุ่งยากนัก ผมนับถือมิสเตอร์ จิมและวิสัยทัศน์ของเขา แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะ เดินตามรอยและคงสิ่งที่เขาสร้างสรรค์เอาไว้ นั่นคือสิ่งที่พวกเราพยายามจะทำให้สำเร็จ หน้าที่นี้จึงท้าทายมาก

“บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบางแบรนด์ถึง มีวิสัยทัศน์สั้นและฉาบฉวยนัก ผมคิดว่าอนาคตวงการแฟชั่นควรจะพัฒนาเทคนิคให้มีความโดดเด่น นำสิ่งที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดไปสู่ สิ่งใหม่ๆ” แน่นอนว่าไม่ใช่รูปแบบของ (แฟชั่น) คัลเจอร์ช็อก เพราะเขามองเห็นเสน่ห์ของประเทศไทยเหมือนกับที่มิสเตอร์จิมเคย สัมผัสมาแล้ว

 

บรรยากาศเขียวชอุ่มภายในร้านแฟลกชิปสโตร์สยามพารากอน

 แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่สยามพารากอนนี้จะเป็นต้นแบบของร้านอื่นๆ ทั่วโลก การตกแต่งร้านนี้เน้นความเป็นธรรมชาติที่มีกลิ่นอายไทยๆ

“ผมว่าพวกเราโชคดีมากเพราะจิม ทอมป์สัน เป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของผ้าไหมไทย มีการผสมผสานกัน ระหว่างการสร้างชื่อให้ผ้าไหมในอดีตกับวิสัยทัศน์ ของชิ้นงานในอนาคต มิสเตอร์จิมเป็นเสมือน ภัณฑารักษ์ที่คอยดูแลและเลือกสรรชิ้นงานต่างๆ ให้กับแบรนด์”

ฌองย้ำเป็นครั้งสุดท้ายว่า “เราไม่ได้ตามหา ทายาทของจิม ทอมป์สันเพื่อมาสืบทอดมรดก เราแค่พยายามเก็บรวบรวมเรื่องราวความหลงใหลผ้าไหมไทยของจิม ทอมป์สัน ผู้บุกเบิกธุรกิจผ้าไหมไทยให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง”

คีย์เวิร์ด: fashion jimthompson thai lifestyle