FASHION

จากหนุ่มถือป้ายกระดาษลังประท้วงสู่การชูป้ายในฐานะแขกฟรอนต์โรว์ของ Dolce & Gabbana

     หนุ่มถือป้ายกระดาษท่าท่างนิ่งๆ ปรากฏตัวในฐานะแขกฟรอนต์โรว์ของแบรนด์ Dolce & Gabbana เขาแรกกระแสได้ตั้งแต่ก่อนเข้าชมโชว์ด้วยป้ายพิเศษเอกลักษณ์ประจำตัวพร้อมข้อความหลากหลายรูปแบบ แต่ทุกข้อความสื่อถึงแบรนด์ดังจากอิตาลีในแง่มุมน่ารักๆ สร้างความตลกขบขันให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก อย่างเช่น “AM I #DGEnough” หรือว่า “ฉันเป็นหนุ่มโดลเช่พอหรือยัง” ต่อด้วย “This Sign is #DGFattoAmano” หรือ “ป้ายนี้คืองานแฮนด์เมด” และปิดท้ายด้วยข้อความแสดงความตื่นเต้นในโชว์ว่า “Ciao! Mamma This is My First Fashion Show” หรือแปลว่า “แม่! นี่คือแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของผมเลยนะ” กระดาษแผ่นบางๆ นี้กลายเป็นกระแสไปทั่วทวิตเตอร์ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกันว่าเขาคือใครและประท้วงอะไรน่าสนใจมาบ้าง

ป้ายแรกที่ทำให้แอคเคาต์อินสตาแกรมโด่งดังขึ้นมา / ภาพ: @dudewithsign

     ต้องย้อนกลับช่วงเดือนตุลาคม 2019 หนุ่มนิวยอร์ก 2 คนชื่อ Seth Phillips และ Elliot Tebele จับมือกันสร้างสรรค์การประท้วงแบบโนสนโนแคร์แต่เป็นกระแสทั้งโลกในถิ่นโซโฮ เมืองแมนฮัตตันกับอินสตาแกรม @dudewithsign โดยป้ายประท้วงแรกคือ “หยุดกด ‘Reply-All’ เพื่อตอบอีเมล์ทั่วทั้งบริษัทสักที” ข้อความนี้ฟังดูเป็นเรื่องจุกจิกน่ารำคาญและเป็นประสบการณ์ร่วมของใครหลายคนแต่ไม่มีใครหยิบมาพูดจริงจัง พอเซธยืนชูป้ายท่ามกลางผู้คนด้วยคาแรกเตอร์ชายสวมแว่นดำ ผมยาว และนิ่งเฉยอยู่ดีๆ มันก็โดนใจคนเข้าอย่างจังจนกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องพูดถึงและกลายเป็นมีมดัดแปลงต่างๆ นานา

การถือป้ายประท้วงเรียกร้องให้มีมันฝรั่งทอดกรอบในถุงมากขึ้น เรียกรอยยิ้มให้ผู้พบเห็นได้ไม่น้อย / ภาพ: @dudewithsign

     เสน่ห์ของแอคเคาต์ @dudewithsign คือความจั๊กจี้ของการประท้วงเรื่องเล็กๆ มันช่างตรงใจ เรียกรอยยิ้ม และรู้สึกคันๆ เมื่อโดนเหน็บแนม และประเด็นของหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีแค่การประท้วงแต่บางครั้งเป็นข้อความไร้เหตุผลแต่ก็ดันตรงชีวิตคนเสียได้ก็สร้างความถูกอกถูกใจจนตอนนี้แอคเคาต์อินสตาแกรมดังกล่าวมีผู้ติดตามแล้วมากกว่า 4 ล้านคน เรียกได้ว่าขายได้ด้วยคอนเทนต์ที่แท้จริง ถึงแม้กระบวนการจะไม่มีอะไรมาก คิดถึงประสบการณ์ร่วมของคน ลองบี้จุดนั้นๆ เหมือนกับเราเกาจุดคัน เมื่อนั้นกระแสก็จะแผ่เป็นวงกว้างโดยเราไม่จำเป็นทำอะไรเกินพอดี แค่ถือป้ายนี่ล่ะปังได้เหมือนกัน

นี่ก็จิกกัดเรื่องมารยาทบนเครื่องบินแบบแสบๆ คันๆ / ภาพ: @dudewithsign

     พวกเขาเผยว่าข้อความมากมายก็มาจากเพื่อนร่วมงานหรือคนในแวดวงสื่อด้วยกันนี่ล่ะ ปัญหาของคนอื่นอาจจะไม่เป็นปัญหากับเราโดยตรง เพียงแต่ว่าการนำเสนอแบบนี้ยิ่งทำให้เราฉุกคิดว่าเรื่องเล่นๆ อาจจะมีนัยยะซ่อนอยู่หรือแม้แต่มันมีความหมายต่อความรู้สึกของเจ้าของประสบการณ์มากเพียงใด งานนี้เซธเผยกับฟอร์บส์ออนไลน์ว่า “เราทำงานในพื้นที่แห่งความสนุกและสร้างสรรค์ เมื่อปล่อยคอนเทนต์แรกไปไอเดียทั้งหลายจากทีมก็พรั่งพรูออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน” และเสริมอีกว่า “เมื่อจะไปประท้วงแต่ละทีต้องมีความเข้าใจกับปัญหาของบุคคลในวงกว้างแต่พวกเขาก็ไม่คิดจะหยิบมาพูดกัน” ฟังดูเหมือนง่ายแต่กลับยากไม่ใช่เล่นทีเดียว

ความกวนด้วยใบหน้าแสนนิ่งคือเสน่ห์ที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ / ภาพ: @dudewithsign

     ก่อนหน้านี้เซธไม่ใช่พวกหนุ่มหล่อประจำเมืองใหญ่ เขาอยู่บ้านนอกแถบเท็กซัสและจบการศึกษาที่นั่นก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิตต่อที่นิวยอร์ก และเหมือนว่าเขาจะชื่นชอบเมืองนี้เอามากเสียด้วย งานนี้อินสตาแกรม @dudewithsign จะยิ่งเพิ่มพูนจินตนาการเข้าสู่กระบวนการคิด ตอนนี้เขาตัดสินใจอยู่ว่าจะทำแบบนี้(ตลก)ต่อไปดีไหมหรือจะหยุดไว้เพียงเท่านี้ คนใจกว้างแบบนี้พร้อมจะเรียนรู้ ทำให้ดีที่สุด และพบปะผู้คนชั้นยอด และสุดท้ายหนุ่มกลุ่มนี้ก็ฝากได้ด้วยว่า “ฉันแค่กำลังศึกษา ทำให้ดีที่สุด และพบปะผู้คนยอดเยี่ยมในรูปแบบต่างๆ และฉันมั่นใจว่าสิ่งที่ฉันที่ดีจะวนกลับมาในแบบที่ฉันมั่นใจ” จากชีวิตเรียบง่ายตอนนี้บุกแฟชั่นวีกในแบรนด์ระดับโลกเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จถึงขีดสุดของจริง

คีย์เวิร์ด: #FW20 #FW2020