Métiers d'Art คืออะไร ทำความรู้จักกับคอลเล็กชั่นโชว์งานฝีมือชั้นครูของ CHANEL

     เป็นประจำทุกช่วงปลายปีที่แฟนของ Chanel เฝ้ารอปรากฏการณ์ด้านแฟชั่นด้านความละเอียดลออในการรังสรรค์ผลงาน ธีมในโชว์แต่ละครั้งถูกนำมาผสมผสานกับเทคนิคอันหลากหลายในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าและเครื่องประดับโดยช่างฝีมือชั้นครูตามแบบฉบับของ Métiers d'Art ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดการสร้างสรรค์งานแฟชั่นของโลกที่มีเพียงชาเนลเท่านั้นเป็นผู้ริเริ่มและสานต่ออย่างจริงจัง กระแสของคอลเล็กชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตกับฝีมือชั้นครูนั้นคือความพิเศษปลายปีของปฏิทินแฟชั่นเสมอมา

 

     คอลเล็กชั่น Métiers d'Art จัดเป็นคอลเล็กชั่นที่อุทิศให้กับเหล่าโรงช่างฝีมือทุกแห่งของชาเนลซึ่งเปรียบได้กับศิลปาชีพที่เป็นผู้ผลิตผลงานด้วยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ตั้งแต่ปี 1985 ชาเนลถือเป็นแฟชั่นเฮาส์เจ้าแรกและเจ้าเดียวในโลกที่บุกเบิก อนุรักษ์ และควบรวมเอาโรงช่างฝีมือชื่อดังของฝรั่งเศสมาอยู่ภายใต้การดูแลของแบรนด์ และยกย่องให้เป็นช่างประจำแฟชั่นเฮาส์อย่างสมเกียรติและเป็นทางการที่สุด จนเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมแฟชั่นฝรั่งเศส แน่นอนว่าแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก ซึ่งโรงช่างฝีมือแต่ละแห่งของชาเนลจะทำหน้าที่สร้างสรรค์งานในสาขาที่ตนถนัดแตกต่างกัน ดังนี้

 

GOOSSENS ช่างฝีมืองานทอง

ภาพ: Courtesy of Chanel

     ย้อนกลับไปเมื่อปี 1953 โรเบิร์ต กู๊ดเซิน (Robert Goossens) ผู้ก่อตั้งโรงช่างฝีมืองานทองมือหนึ่งของฝรั่งเศสจับมือกับกาเบรียล โคโค่ ชาเนล (Gabrielle Chanel) ร่วมกันสร้างสรรค์เครื่องประดับงานทองด้วยเทคนิคและสไตล์เฉพาะตัว ด้วยฝีมือของช่างชั้นครูทำให้กู๊ดเซินเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งงานสลัก งานช่างทอง และงานออกแบบสำหรับคอสทูม จิวเวลรี ซึ่งช่วยส่งเสริมให้คอลเล็กชั่นสำคัญของชาเนลนั้นเป็นที่กล่าวขานในด้านนี้มาโดยตลอด 

 

MASSARO ช่างทำรองเท้า 

ภาพ: Courtesy of Chanel

     อีกหนึ่งไฮไลต์ของคอลเล็กชั่น Métiers d’Art ทุกซีซั่นคือรองเท้าซึ่งล้วนสร้างสรรค์โดยช่างฝีมือชั้นครูของมาสซาโร ซึ่งเป็นโรงช่างฝีมือทำรองเท้าที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1894 และร่วมงานกับชาเนลในปี 1957 ซึ่งเป็นยุคของเรย์มองด์ มาสซาโร หลานชายผู้ก่อตั้ง นับตั้งแต่ความนิยมรองเท้าทูโทนของชาเนลเริ่มแพร่ไปทั่ว มาสซาโรจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชาเนล นอกจากรองเท้า 2 สีแล้ว ความคลาสสิกของรองเท้าสีเบจและรองเท้าทรงต่างๆ ที่ช่างฝีมือรังสรรค์ให้กับชาเนลก็น่าจดจำไม่แพ้กัน หลังจากนั้นมาสซาโรก็เข้าร่วมครอบครัวชาเนลอย่างเป็นทางการในปี 2002 และสร้างสรรค์รองเท้าให้กับแบรนด์เสมอมา

 

LESAGE ช่างฝีมืองานปักตกแต่ง

ภาพ: Courtesy of Chanel

     เอ่ยถึงโรงช่างฝีมือด้านการปักคงไม่มีใครเกิน “เลอซาจ” ที่สร้างสรรค์ทั้งงานปักสุดวิจิตรและผ้าทวีดสุดแสนจะซับซ้อนเข้าขั้นปักตาแตกในภาษาชาวบ้านนี้ อาจพูดได้ว่าในโลกนี้คงไม่มีใครทำงานปักได้อย่าเลอซาจอีกแล้ว โรงช่างฝีมือแห่งนี้มีการสืบทอดวิธีการปักแบบเฉพาะตัวรุ่นสู่รุ่น ช่างฝีมือล้วนมีความชำนาญในการสร้างสรรค์ผลงานประดับตกแต่งทั้งบนเสื้อผ้าและแอ็กเซสเซอรี่ต่างๆ พวกเขามีคลังสะสมงานเก่าคุณภาพเยี่ยมเป็นเครื่องการันตีฝีมือกว่า 60,000 ชิ้น ถ้าไม่เชื่อลองพิสูจน์ฝีมืออันสุดยอดลองด้วยการมองผ้าทวีดบนแจ็กเก็ตชาเนลตัวโปรดของคุณดูสิ

 

LOGNON ช่างฝีมืองานอัดพลีต

ภาพ: Courtesy of Chanel

     โรงช่างฝีมือ เมซง ลุนญง กำกับงานด้วย เฌอรารด์ ลุนญง (Gerard Lognon) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอัดพลีตในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาตั้งแต่ปี 1853 โดยขึ้นชื่อด้านการผสานทักษะงานฝีมือดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลอันล้ำสมัย ซึ่งขั้นตอนการอัดพลีตในแบบของลุนญงนี้จะต้องใช้ประสบการณ์ ความละเอียดแม่นยำ และความรู้ความเข้าใจในวัสดุแต่ละชนิดเป็นอย่างดี เมซงแห่งนี้ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกับชาเนลในปี 2013 เพราะเหตุนี้ชาเนลจึงไม่เคยพลาดเรื่องงานอัดพลีตเลย

 

ATELIER MONTEX ช่างฝีมืองานถักและปักตกแต่ง

ภาพ: Courtesy of Chanel

     อเตลิเยร์ มงเต็กส์ สตูดิโองานปักตกแต่งร่วมสมัยในปารีสคือผู้เชี่ยวชาญด้านงานถักและปักตกแต่งเบอร์หนึ่งที่สามารถสร้างผลงานออกมาได้ทันสมัย จึงทำให้ชาเนลเลือกอุทิศผลงานหลายๆ คอลเล็กชั่นให้กับโรงช่างฝีมือแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยลวดลายและเทคนิคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยากจะหาใครเหมือน ไล่ตั้งแต่การใช้ตัวเกี่ยวงานถักโครเชต์ลูว์เนวีล และเข็มร่วมกับเครื่องปักคอร์เนลี ซึ่งเป็นที่รู้จักมามากว่าร้อยปี ไปจนถึงการควบคุมเครื่องจักรและควบคุมงานด้วยมือสอดผสานกันไปอย่างไร้ที่ติ

 

MAISON MICHEL ช่างทำหมวก

ภาพ: Courtesy of Maison Michel

     เมื่อกล่าวถึงชาเนล หมวกก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญมาก เมซง มิเชล ที่ก่อตั้งโดย ออกุสต์ มิเชล (Auguste Michel) ตั้งแต่ปี 1936 แต่ความเก่าแก่ไม่ได้พรากความคิดร่วมสมัยของการทำหมวกไปจากช่างฝีมือที่นี่ ฝีมืออันยอดเยี่ยมผสานกับความล้ำเลิศด้านการออกแบบ โดดเด่นถึงขนาดได้เข้าร่วมชายคาชาเนลตั้งแต่ปี 1997 หลังจากนั้นเครื่องประดับศีรษะของชาเนลชิ้นนี้จึงกลายเป็นที่พูดถึงทุกครั้ง และยิ่งทวีความน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ให้แฟนคอยว่าครั้งหน้าจะมีหมวกรูปร่างหน้าตาแบบไหนมาให้เชยชมอีก

 

BARRIE KNITWEAR ช่างฝีมือด้านหัตถกรรมงานถัก

ภาพ: Vogue Paris

     เมื่อพูดถึงความซับซ้อนและละเอียดเชิงกระบวนการงานถักนิตแวร์ถือเป็นงานที่ต้องอาศัยฝีมือชั้นครูถึงจะออกมาสมบูรณ์แบบได้อย่างชาเนลทำ ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความงดงามเหล่านี้คือผู้ผลิตผ้าแคชเมียร์ในดินแดนสกอตแลนด์ ประวัติศาสตร์ยาวนานและการสั่งสมเทคนิควิธีการกว่า 140 ปีทำให้แบร์รี่ นิตแวร์ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้าน Métiers d'Art ของชาเนลในปี 2012 และศาสตร์งานถักเหล่านี้ได้รับการการันตีจากเหล่าห้องเสื้อกูตูร์ชื่อดังตั้งแต่ยุค ‘50s และ ‘60s เป็นต้นมา เพราะฉะนั้นรับรองได้เลยว่าชาเนลไม่พลาดกับเรื่องงานถักแน่นอน

 

DESRUES ช่างฝีมือด้านเครื่องประดับ

ภาพ: Courtesy of Chanel

     ชาเนลกับเครื่องประดับเป็นของคู่กันชนิดขาดกันไม่ได้จริงๆ เดส์รูส์ คือยอดฝีมือเรื่องการผลิตคอสทูมจิวเวลรี ผลงานชิ้นหลักของช่างฝีมือภายใต้เครือเดร์รูส์คือกระดุม กระดุมทุกเม็ดของชาเนลคือความใส่ใจจากแบรนด์อมตะแห่งนี้ เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจเลยที่งานชั้นยอดจากเดร์รูส์จะถูกใจกาเบรียล โคโค่ ชาเนลผู้ก่อตั้ง เพราะความยอดเยี่ยมระดับทำจิวเวลรีถวายแก่ดยุกแห่งเวสต์มินสเตอร์นั้นไม่ธรรมดา ลองสังเกตกระดุมและเครื่องประดับชาเนลแต่ละชิ้นดูสิมันช่างงดงามปราศจากตำหนิเสียจริง

 

LEMARIÉ ช่างผู้เชี่ยวชาญเรื่องขนนกและดอกไม้

ภาพ: Vogue Paris

     ขนนกยูง นกกระจอกเทศ และความพลิ้วไหวอื่นๆ รวมถึงดอกไม้คือเครื่องหมายสะท้อนความอ่อนช้อยงดงามทางศิลปะได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นในคอลเล็กชั่นของชาเนลสิ่งเหล่านี้จะมาช่วยเติมเต็มให้ทุกแง่มุมของแบรนด์สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หลังจากเชี่ยวชาญด้านการใช้วัสดุเหล่านี้มาประดับ ความพิเศษจึงเกิดขึ้นเมื่อช่างฝีมือเริ่มนำผ้าชนิดต่างๆ มาขมวดม้วนให้กลายเป็นดอกไม้ และเมื่อชาเนลให้สถานะดอกคาเมเลียเป็นสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ดอกสีขาวที่เราคุ้นตากันก็ถูกคิดค้นและตีความใหม่จากช่างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาอย่างถี่ถ้วน ความยอดเยี่ยมเฉพาะทางที่ยากจะหาผู้ใดเปรียบทำให้เลอมารีมาเป็นพาร์ตเนอร์กับชาเนลตั้งแต่ปี 1996

 

GUILLET ช่างฝีมืองานตกแต่งดอกไม้และช่อดอกไม้

ภาพ: Wall Street Journal

     ช่างฝีมือภายใต้ชายคาชาเนลต้องมีความประณีตขั้นสูงสุด การจะเป็นเพชรยอดมงกุฎจะต้องถูกเจียระไนมาเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ ฌูล์เลต์ที่เจียระไนงานดอกไม้ได้ละเอียดยิบ การนำชิ้นส่วนแต่ละชิ้น มาประกอบกันอย่างใจเย็น ค่อยๆ คีบ ค่อยๆ บรรจงติดเข้าด้วยกัน คิดดูว่ากว่าจะมาเป็นดอกไม้สักช่อ กว่าจะมาเป็นแอ็กเซสเซอรี่สักชิ้นหนึ่งของชาเนลนั้นต้องพิถีพิถันเพียงใด เพราะฉะนั้นชิ้นงานเกี่ยวกับฟลอรัลหรือดอกไม้จะต้องผ่านช่างฝีมือแห่งฌูล์เลต์ที่จับมือตกลงอยู่กับชาเนลตั้งแต่ปี 2006 โดยเฉพาะ

 

CAUSSE ช่างทำถุงมือ

ภาพ: Vogue Paris

     ถุงมือเป็นองค์ประกอบในลุคของชาเนลเสมอมา มิติการทำถุงมือชั้นเลิศมอบให้กับลุคต่างๆ คือความสมบูรณ์แบบที่ชาเนลตั้งใจส่งมอบให้กับผู้ชมทุกคน โรงช่างฝีมือทำถุงมือแห่งนี้ก่อตั้งแต่ปี 1892 ช่างฝีมือเหล่านี้สร้างสรรค์ทั้งถุงมือกูตูร์ไปจนถึงถุงมือเน้นฟังก์ชั่นที่ยังคงความสวยงาม นอกจากปกป้องอุ้งมือผู้สวมใส่จากความเหน็บหนาวแล้ว ถุงมือจากชาเนลที่ผ่านการรังสรรค์มาจากที่นี่จะต้องวิจิตรงดงามและพิเศษทั้งเรื่องดีไซน์ไปจนถึงวัสดุที่ใช้ ซึ่งความยอดเยี่ยมเหล่านี้ชาเนลได้โอบกอดเข้ามาอยู่ในครอบครัวตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา

 

     ด้วยเหตุนี้ชาเนลนับตั้งแต่ยุคของผู้ก่อตั้งอย่างกาเบรียล โคโค่ ชาเนล มาจนถึงดีไซเนอร์คนปัจจุบันอย่างเวอร์ฌินี วิอารด์ จึงเล็งเห็นว่าเหล่าโรงช่างฝีมือเหล่านี้นี่เองที่ควรได้รับการยกย่องเฉกเช่นช่างฝีมือในอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง Métiers d'Art เพื่อนำเสนอและอุทิศให้กับเหล่าโรงช่างฝีมือชั้นครูเหล่านี้โดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นความงดงามบนรันเวย์ที่คอยสะท้อนความลึกซึ้งในงานฝีมือของแต่ละศาสตร์ได้เป็นอย่างดี ความปราดเปรื่องด้านแฟชั่นไม่ใช่แค่เรื่องฉากหน้าอันน่าประทับใจ แต่หมายถึงฉากหลังผู้ปักประดับความวิจิตรงตระการตาลงบนศิลปะแฟชั่น และโชว์ “Métiers d'Art” ของชาเนลทำให้เราได้ซึบซับสิ่งเหล่านี้ได้เสมอ...

อ่านเพิ่มเติม:

  1. เจาะลึกแฟชั่นโชว์ Chanel Cruise 2019 สุดแสนอลังการ (แบบละเอียดยิบ)
  2. Chanel บุกนิวยอร์ก! เตรียมสร้างโชว์ใหญ่ที่เดียวกับ Met Gala
  3. ใครจะใส่รองเท้าเป็นร้อยคู่ก็ช่าง! แต่ CHANEL ให้นางแบบใส่รองเท้าแค่คู่เดียว
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล