ความล้มเหลวที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับความในใจที่ไม่เคยบอกของ Alexander McQueen

     ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2010 โลกได้สูญเสียสุดยอดตำนานดีไซเนอร์อย่าง “Alexander McQueen” ไป ความยอดเยี่ยมในการรังสรรค์ผลงานคือเรื่องราวที่ผู้คนจดจำได้ไม่แพ้คาแรกเตอร์ความสติเฟื่องของเขาที่มักจะลงมือทำอะไรแปลกๆ อยู่เสมอ นั่นทำให้เรื่องราวทั้งในชีวิตจริงและบนรันเวย์มีรสชาติจัดจ้านให้แฟนๆ ได้ลิ้มลองเสมอ ถ้าเปรียบตัวอเล็กซานเดอร์กับผลงานของเขาเป็นอาหาร มันคงเหมือนอาหารรสจัดจ้านที่หน้าตาแปลกประหลาดไปจากปกติ ถ้าเป็นกะเพราก็คงเป็นกะเพรารูปร่างหน้าตาดัดแปลง คงไม่ใช่กะเพราเนื้อสับรสจัดทั่วไปแน่นอน แต่ทว่ากะเพราเนื้อจานนี้กลับมีจุดด่างพร้อยให้ผู้คนล้วงลึกว่าอาหารจานเด็ดจานนี้ถึงได้ออกมา “เกือบ” จะสมบูรณ์...วันนี้จุดด่างพร้อยนั้นจะถูกขยายความและเล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้วดีไซเนอร์หนุ่มจากลอนดอนเขาต้องเผชิญกับความโหดร้ายอะไรในช่วงหนึ่งของชีวิต

Alexander McQueen ขณะกำลังดูแลการฟิตติ้งของ Eva Herzigova ในคอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์แรกในชีวิต / ภาพ: Vogue UK

     “เมื่อพ่อครัวผัดกะเพราต้องรังสรรค์เมนูแบบไฟน์ไดนิ่ง” นี่วลีที่นิยามความท้าทายของอเล็กซานเดอร์ได้ดีที่สุดในช่วงปี 1996 ต่อ 1997 เมื่อ John Galliano ดีไซเนอร์เพื่อนร่วมชาติย้ายจาก Givenchy สู่รั้ว Christian Dior ตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของจีวองชี่จึงว่าง และแล้วก็เป็นโอกาสของอเล็กซานเดอร์ที่จะได้เดินหน้าสู่ความท้าทายใหม่อีกรูปแบบหนึ่ง คนอาจจะงงกับวลีขึ้นต้นย่อหน้านี้ว่าทำไมถึงเปรียบแบบนั้น ที่เปรียบแบบนั้นเพราะความขบถในการผลิตผลงานของดีไซเนอร์สมองเพชรคนนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบธรรมเนียมบางอย่างของแบรนด์ฝรั่งเศสแห่งนี้ เท่านั้นยังไม่พองานแรกที่เขาต้องรับคือคอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์ซึ่งอเล็กซานเดอร์ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ความละเมียดละไมขั้นสูงประกอบกับแรงกดดันมหาศาลเหมือนเชฟผู้ถนัดเมนูรสจัดจ้านแห่งวงการแฟชั่นจะเจอด่านพิสูจน์ที่หินสุดๆ

Isabella Blow และ Alexander McQueen ในฐานะเพื่อนคนสำคัญ / ภาพ: Backstage Tales

     แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้อเล็กซานเดอร์คงต้องขอบคุณ Isabellla Blow หญิงสาวผู้เป็นเหมือนแม่พระของอเล็กซานเดอร์ เธอคือผู้อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้เขามารับงานและอยู่ในจุดที่สูงมากในวงการแฟชั่นแบบนี้ แต่งานที่จีวองชี่นี้เองทำให้ความรู้สึกและความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มแตกร้าว น้ำตาของหญิงสาวผู้สนับสนุนเขามาตลอดเริ่มตกใน เธอไม่ได้ร้องไห้ต่อสาธารณะหรอก แต่เธอช้ำอยู่ในใจ...จะไม่ให้ช้ำได้อย่างไรเมื่อดีไซเนอร์หนุ่มตอบรับงานที่จีวองชี่แต่กลับทิ้งอิสซาเบลล่าไว้เบื้องหลัง คนที่เคยเคียงข้างกันมาตลอด คนที่เคยให้ชีวิตกับเขากลับถูกเมินเฉยใส่และเรื่องนี้เรื่องนี้คือสิ่งที่ประวัติศาสตร์แฟชั่นบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ความขมขื่นเหล่านี้มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือ...

Alexander McQueen ขณะกำลังฟิตติ้งชุดของ Naomi Campbell ในคอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์ประจำฤดูร้อน/ใบไม้ผลิ 1997 / ภาพ: Ann Ray

     ทุกคนตราหน้าอเล็กซานเดอร์ว่าเป็นคนเนรคุณ คนเริ่มตั้งคำถามถึงการตอบแทนอิสซีว่ามันเหมาะสมหรือที่เขาทิ้งเธอไว้เบื้องหลังแบบนี้ มันคือสิ่งที่รับได้จริงหรือ กระแสเริ่มหนักขึ้นคนเริ่มตราหน้าถึงการกระทำอันโหดร้ายของดีไซเนอร์คนเก่ง ช่วงนั้นเขาขะมักเขม้นตั้งใจทำงานโอต์กูตูร์คอลเล็กชั่นแรกในชีวิตจนลืมใส่ใจคนที่อยู่เบื้องหลัง อิสซียังคงอยู่ลอนดอน เขาไม่แม้แต่จะพาเธอข้ามน้ำข้ามทะเลสู่กรุงปารีส ความเป็นปฏิปักษ์ต่อโลกของอเล็กซานเดอร์กำลังเป็นพิษเป็นภัยต่ออิสซีคู่หูในชีวิตของเขา ถึงแม้ LVMH จะจ่ายเงินค่านายหน้าในการเสาะหาดีไซเนอร์มารับงานตำแหน่งหัวเรือของจีวองชี่ให้จำนวนไม่น้อย แต่มันก็ไม่เคยทดแทนความรู้สึกที่เสียไปจากการกระทำของอเล็กซานเดอร์ได้เลย...ประวัติศาสตร์ถูกบันทึกไว้เช่นนี้เสมอมา ตอนนี้เท่ากับว่าอเล็กซานเดอร์คือหนุ่มเพี้ยนและเป็นผู้ร้ายในเรื่องเล่าเต็มตัว

Naomi Campbell ในโชว์โอต์กูตูร์ครั้งแรกในชีวิตของ Alexander McQueen / ภาพ: kixqu

     หลังจากตรากตรำกับเรื่องส่วนตัวและทำการบ้านมาอย่างหนัก คอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 1997 ก็ออกสู่สายเหล่าสาวกแฟชั่น คอลเล็กชั่นผ่านหัวคิดการสร้างสรรค์ด้วยคอนเซปต์นิยายกรีกโบราณ เน้นโทนสีขาว-ทอง มีองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เป็นที่จดจำอย่างเฮดเดรสรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่มงกุฎ เขาสัตว์ หรือแม้แต่ดอกไม้ เท่านั้นยังไม่พออเล็กซานเดอร์เพิ่มความโดดเด่นด้วยแอ็กเซสเซอรี่โดยเฉพาะหู คอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์สีทองโดดเด่นที่น่าจะได้ผลตอบรับดีล้นหลาม แต่มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาล้มไม่เป็นท่ากับคอลเล็กชั่นแรกในฐานะผู้กุมบังเหียนจีวองชี่ เขาอาจจะลืมไปว่าที่นี่คือปารีส เมืองนี้มีขนบแบบปาริเซียงอยู่โดยเฉพาะเมื่อต้องทำเสื้อผ้าตัดเย็บชั้นสูงแบบนี้ สื่อและคนแฟชั่น ณ เมืองหลวงของฝรั่งเศสคาดหวังในแพตเทิร์นแบบที่พวกเขาคุ้นชิน เส้นทางของดีไซเนอร์ต่างถิ่นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนตอนเซ็นสัญญา ความจัดจ้านในรสชาติการรังสรรค์แฟชั่นของหนุ่มลอนดอนถูกวิจารณ์ยับจากการเสิร์ฟสิ่งของแปลกประหลาดบนโต๊ะอาหารไฟน์ไดนิ่ง สื่อกระหน่ำใส่เขาแบบไม่ยั้งปาก ความหดหู่เกิดขึ้นภายในจิตใจ เขาบินกลับลอนดอนอย่างรวดเร็วหลังโชว์จบ นั่นคงเป็นเพราะเขาน่าจะเริ่มคิดถึงอิสซาเบลล่าแล้วล่ะ

อีกหนึ่งลุคในคอลเล็กชั่นที่โดนวิจารณ์อย่างหนัก / ภาพ: Flickr

     ถ้าใครบอกว่าอเล็กซานเดอร์ไม่เคยใส่ใจคำวิจารณ์คุณคิดผิด! เขาออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับเกี่ยวกับคอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์แรกในบ้านจีวองชี่ว่า “มันห่วยแตก” แต่เชื่อไหมว่าอิสซีแม้จะโดนทิ้งไว้เบื้องหลังที่ลอนดอน แต่เธอยังคงสนับสนุนอเล็กซานเดอร์เสมอ แต่ด้วยอำนาจสื่อและช่องทางการแสดงออกมันไม่สามารถแก้ไขข่าวที่ว่า “พวกเขาเกลียดกัน!” ได้ พวกเขาเป็นปฏิปักษ์ต่อกันไปเสียแล้วในสายตาคนภายนอก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ดีไซเนอร์หนุ่มเริ่มกลับมาพึ่งพิงอิสซีอีกครั้งแต่มันก็ดูไม่เหมือนเดิมอีกเลย ไม่แม้แต่นิด...ในบันทึกหลายแหล่งระบุว่า “อิสซีเจ็บปวดและโหยหาความรักจากเพื่อนสนิทคนนี้มาก เขาไม่เคยกลับมาทำให้อิสซีเป็นอิสซีคนเดิมได้อีกเลย” อเล็กซานเดอร์ไม่เคยมีโอกาสได้พูด ทุกคนตราหน้าเขาไปเรียบร้อยตั้งแต่รับงานที่จีวองชี่และทอดทิ้งเพื่อนคู่คิดคนนี้ เขาไม่รู้สึกผิดหรือเขาไม่มีโอกาสได้ออกมาชี้แจ้งอะไรเลยกันแน่

เทพกรีกในคอลเล็กชั่นก็มิอาจลบเสียงวิจารณ์ในคอลเล็กชั่นดังกล่าวได้ / ภาพ: Brandeddcatwalkdesigners.club

     หลายคนก็หยิบเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาผูกกัน คอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์ที่ย่ำแย่ในสายตานักวิจารณ์นั้นมันอาจจะแย่เพราะอเล็กซานเดอร์เลือกหาความท้าทายใหม่ๆ โดยไม่สนสหายข้างกาย เชฟคนนี้ยังคงต้องการนำเสนอเมนูในแบบของตัวเองแต่กลับเปลี่ยนผู้ช่วยเมื่อไปประจำการที่ร้านใหม่ ใช่เมนูมันอาจจะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการปรับเปลี่ยนคอนเซปต์และรูปลักษณ์ให้สอดคล้องกับร้านใหม่ แต่แก่นแท้ที่เป็นกลิ่นอายความใส่ใจจากเพื่อนรักมันไม่มีอีกแล้ว อาหารจานนี้จึงกลายเป็นแค่อาหารดาดๆ รสชาติอร่อยแต่ไร้ซึ่งมนต์เสน่ห์ จะแปลกพิสดารก็ไม่สุด จะสวยก็ไม่สุด หลายคนผิดหวังและมองว่าการสละคนข้างกายเพื่อคนใหม่ในปารีสคือหนึ่งในการตัดสินใจที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่น!

Alexander McQueen ณ งานศพของ Isabella Blow / ภาพ: The Telegraph

     สื่อผลิตซ้ำเรื่องราวทั้งรักทั้งเกลียดของทั้งคู่ผ่านช่องทางต่างๆ ชุดความจริงที่ถูกสร้างขึ้นโดยสื่อแข็งแกร่งขึ้นทุกทีและมันก็ถูกจดบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่น ความล้มเหลวในการทำคอลเล็กชั่นในสัปดาห์แฟชั่นโอต์กูตูร์ ณ กรุงปารีสกลายเป็นดาบเล่มคมที่แทงทั้งตัวอเล็กซานเดอร์และฟันความสัมพันธ์ของเพื่อนรักจนขาดวิ่น ความจริงชุดนี้ไม่เคยถูกตั้งคำถามว่ามันจริงไหม ความห่างเหินยิ่งทำให้คนคิดว่าพวกเขาไม่มีวันคืนดีกันอีกแล้ว และแล้วความโหดร้ายของโลกใบนี้ก็เกิดขึ้นอิสซีพยายามปลิดชีพตนเองหลายครั้ง ก่อนจะสำเร็จในวันที่ 5 พฤษภาคม 2007 ช่วงเวลา 10 ปีที่หลายคนนิยามว่าเป็นนรกในจิตใจของอิสซี อเล็กซานเดอร์กลายเป็นผู้ร้ายทันที เขาโดนวิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะสาเหตุตั้งต้นในช่วงปลายปี 1996 ต่อถึงปี 1997 ในฐานะดีไซเนอร์ของห้องเสื้อชื่อดังจากฝรั่งเศส และตลอดเวลาเกือบ 10 ปีที่ความระหองระแหงถูกนำเสนอและบันทึกไว้อย่างเป็นหลักเป็นฐาน และแล้วก็ถึงวันที่อเล็กซานเดอร์ออกมาพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากนิ่งเฉยมาตลอด...

ไม่มีอีกแล้วแววตาที่ดูมีนัยยะบางอย่างซ่อนอยู่ของ Alexander McQueen / ภาพ: CINESKY PICTURES

     “มันไร้สาระสิ้นดี! คนพวกนั้นไม่รู้หรอกว่ากำลังพูดเรื่องอะไร พวกเขาไม่รู้จักฉัน พวกเขาไม่รู้จักความสัมพันธ์ของฉันกับอิสซาเบลล่า มันโคตรงี่เง่าเลย! พวกเขาควรจะเลิกยุ่งกับชีวิตฉันหรือแม้แต่ชีวิตอิสซีสักที สิ่งที่ฉันมีร่วมกับเพื่อนคนนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่น เพราะมันเกินคำว่าแฟชั่นไปมากแล้ว” นี่คือครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตอเล็กซานเดอร์ที่ออกมาพูดถึงความสัมพันธ์ที่ทุกคนมองว่าเขาทำสิ่งโหดเหี้ยมกับเพื่อนรักอย่างจริงจัง บาดแผลที่ว่ากันว่าเริ่มบาดตั้งแต่การรับงานใหม่เมื่อ 10 ปีก่อนคือเรื่องที่ทุกคนจดจำ ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่แต่เรื่องนี้หนักแน่นพอจะให้คนเชื่อข้อสนับสนุนของสื่อและคนบันทึกประวัติศาสตร์มากกว่าการให้สัมภาษณ์ครั้งเดียวในชีวิตของอเล็กซานเดอร์ บางทีเขาอาจจะไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้น แต่มันสายไปแล้วจริงๆ มันสายเกินกว่าจะกู้ความน่าเชื่อถือนั้นกลับมา...ไม่มีอีกแล้วคำพูดที่คอยปกป้องและรักษาความสัมพันธ์ให้คงอยู่ของอิสซาเบลล่า คำพูดฝ่ายเดียวของคนไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือคงไม่มีใครฟัง และนั่นทำให้เขากลายเป็นผู้ร้ายในโลกแฟชั่นตลอดไป ถ้าอเล็กซานเดอร์รู้อนาคตคงไม่ปล่อยให้เรื่องราวยืดเยื้อขนาดนี้ เขาคงให้ความสำคัญกับการจัดการข่าวให้ดีกว่านี้ บทเรียนนี้สอนเราว่าจงเอ่ยปากในสิ่งที่เรารู้สึก จงแสดงความจริงในมุมมองของตัวเองก่อนที่ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงอะไรเลย คนจะเชื่อหรือไม่ เราบังคับไว้ไม่ได้แต่อย่างน้อย 10 ปีที่ผ่านมาเราได้แสดงจุดยืนของเราตั้งแต่แรกและที่สำคัญมันจะได้ดูไม่เหมือน “ข้อแก้ตัว” ด้วยรักและอาลัยถึงจากการไปแบบไม่มีวันกลับครบ 10 ปีของ “ลี อเล็กซานเดอร์ แม็กควีน”

 

ข้อมูล: Vogue UK, Vogue Arabia, Vogue US, Town & Country, The Guardian, The Telegraph, Alexander McQueen: Fashion Visionary By Judith Watts, Daily Mail และ Vanity Fair

อ่านเพิ่มเติม:

  1. เปิดเรื่องราวดาร์กวาเลนไทน์อันโหดร้ายของ Alexander McQueen ที่ทำให้เพื่อนรักถึงขั้นฆ่าตัวตาย!
Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
VOGUE Daily
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล