VOGUE BEAUTY SHOPPING

ใช้ Glycolic Acid อย่างไรไม่ให้หน้าพัง! เปิดข้อควรระวังในการใช้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

แม้ Glycolic Acid จะมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์มากมาย แต่ถ้าใช้ไม่ระวังก็อาจได้รับผลเสียจนหน้าพังได้เช่นกัน

     แม้ว่า Glycolic Acid จะเป็นส่วนผสมสำคัญ (Active Ingredient) ที่โว้กบิวตี้คาดการณ์ว่าจะมาแรงในปี 2022 นี้จนทำให้สาวๆ หลายคนตามหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Glycolic Acid ไม่ว่าจะเป็นเซรั่ม โทนเนอร์ หรือครีมบำรุงผิว เพราะส่วนผสมสำคัญตัวนี้ออกฤทธิ์หลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ Glycolic Acid ก็เหมือนกับสิ่งอื่นๆ บนโลกใบนี้ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การใช้ Glycolic Acid โดยขาดความระมัดระวังนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมที่สามารถส่งผลเสียร้ายแรงจนถึงขั้นผิวหน้าพังได้ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สาวๆ ต้องเผชิญกับปัญหาร้ายแรงที่จะตามมา โว้กบิวตี้ขอแนะนำให้สาวๆ ปฏิบัติตามข้อควรระวังดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

 

ความสัมพันธ์ของความถี่และความเข้มข้น

     เนื่องจาก Glycolic Acid นั้นเป็นกรดชนิดหนึ่ง ซึ่งฤทธิ์ความเป็นกรดนี้เองคือสิ่งที่ช่วยให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว แต่การใช้ที่ความเข้มข้นสูงเป็นประจำทุกวันนั้นอาจจะทำให้หน้าพังได้ คำแนะนำในการใช้ Glycolic Acid ที่ความเข้มข้น 10%-20% คือใช้เพียงอาทิตย์ละครั้ง ในขณะที่ความเข้มข้น 4%-9% สามารถใช้ได้อาทิตย์ละ 1-3 ครั้ง ส่วนความเข้มข้น 1%-3% สามารถใช้ได้ทุกวัน (แต่อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไปจึงจะเห็นผล) โดยควรเริ่มใช้จากปริมาณน้อยก่อนเพื่อป้องกันการระคายเคือง หากใช้แล้วไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นต่อผิวก็สามารถค่อยๆ เพิ่มปริมาณทีละนิดได้ในครั้งถัดไป

 

ต้องคำนึงถึงค่า pH

     ค่า pH หรือความสมดุลกรดด่างก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องใส่ใจ โดยปกติผิวหนังของคนเราจะมีค่า pH ประมาณ 4.7-5.75 นั่นหมายความว่าผิวของเรามีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับค่า pH ของผิวจะช่วยให้ผิวไม่เสียสมดุลและไม่เกิดการระคายเคือง ดังนั้นค่า pH ที่แนะนำสำหรับสกินแคร์ Glycolic Acid จึงอยู่ที่ประมาณ 3-5 (กรณีที่ค่า pH สูงกว่านี้อาจทำให้สกินแคร์ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ในทางกลับกันหากมีค่า pH ต่ำกว่านี้ จะทำให้มีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้สูง เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดมากจนเกินไป)

 

อย่าลืมทากันแดด

     สำหรับผู้ที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์ในการผลัดเซลล์ผิวมาก่อนย่อมรู้ดีว่าครีมกันแดดคือสิ่งจำเป็นที่จะขาดไปไม่ได้ในการใช้ควบคู่กัน เช่นเดียวกับการใช้ Glycolic Acid เพราะผิวที่เพิ่งผ่านการผลัดเซลล์ผิวมาจะมีความบอบบางและไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ จึงถูกรังสียูวีทำร้ายได้ง่ายและลึกกว่าเดิม ดังนั้นหากต้องการใช้สกินแคร์ที่มีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวก็ต้องไม่ลืมหมั่นทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอไม่ให้ขาด

ห้ามใช้ร่วมกับ Retinol และสกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวตัวอื่น

     Retinol หรือวิตามินเอคือส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว การใช้ Retinol ควบคู่กับ Glycolic Acid จะทำให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ส่งผลให้ผิวหน้าของสาวๆ แห้งจนเกินไป ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายและมีโอกาสเกิดการระคายเคืองที่มากกว่าปกติ ดังนั้นวันไหนที่ต้องการใช้ Glycolic Acid จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ Retinol ไปก่อน และหลักการนี้ก็สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวตัวอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

 

ผิวระคายเคืองง่าย เกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรง ต้องระวัง!

     อย่างที่ได้กล่าวไปว่าการผลัดเซลล์ผิวจะทำให้ผิวนั้นบอบบางกว่าปกติและมีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย และเกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งต้องระมัดระวังให้มากขึ้น สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวเหล่านี้ก็สามารถใช้สกินแคร์ที่ช่วยฟื้นบำรุงเกราะป้องกันผิวเป็นตัวช่วย เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว ให้ผิวแข็งแรงขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ Glycolic Acid

UV Water Serum SPF50+ PA++++ (40 g) จาก MizuMi

ครีมกันแดดที่ตอบโจทย์สำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบรอนาน เพราะสามารถออกแดดได้ทันทีหลังทาเสร็จ นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสบางเบาดุจน้ำ ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ และเป็นสูตรที่พัฒนามาเพื่อผิวแพ้ง่าย เนื่องจากไม่มีน้ำมัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์

ราคา 890 บาท

UV Expert Milky Bright SPF50 PA++++ (30 ml) จาก Lancôme

อีกหนึ่งกันแดดเพื่อผิวแพ้ง่ายที่นอกจากจะปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและจุดด่างดำได้อีกด้วย ด้วยคุณสมบัติจาก Edelwiss Flower มิ้นต์ และวิตามินอี เนื้อครีมสัมผัสเนียนนุ่ม บางเบา ซึมไว และไม่ทำให้โทนผิวของสาวๆ ผิดเพี้ยน

ราคา 2,200 บาท

Clinique iD™: Dramatically Different™ Hydrating Jelly สูตร Delicate Skin (125 ml) จาก Clinique

มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลจากนวัตกรรมของ Clinique ที่อุดมไปด้วยสารสกัดเข้มข้น ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวยาวนาน 12 ชั่วโมง พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ และเสริมความแข็งแรงให้กับปราการผิว ใช้ร่วมกับบูสเตอร์สีเขียวซึ่งเป็นสูตรช่วยปลอบประโลมผิวด้วยแลคโตบาซิลลัส โปรไบโอติก เหมาะสำหรับผิวระคายเคืองง่าย

ราคา 1,900 บาท

UltraSENSITIVE Lipo Balance (50 ml) จาก Eucerin

แม้ผิวจะถูกเลเซอร์ทำร้ายจนทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอก็ไม่เป็นปัญหา เพราะครีมบำรุงผิวตัวนี้อุดมไปด้วย Ceramide และ Bioactive พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว สมานผิวที่แห้งลอก และเสริมสร้างเกราะไขมันปกป้องผิวเพื่อลดความไวต่อการกระตุ้น ไม่ให้กลับมาแห้งซ้ำ รวมถึงฟื้นบำรุงเซลล์ผิวที่เปราะบางให้ชุ่มชื้น สุขภาพดี

ราคา 750 บาท

Ultimune Power Infusing Concentrate (30 ml) จาก Shiseido

เซรั่มสูตรพิเศษเนื้อสัมผัสบางเบา ซึบซาบง่าย ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของสารบำรุงจากพืชพรรณธรรมชาติ ช่วยบำรุงและปกป้องผิวได้ในหนึ่งเดียว ทั้งช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส ละเอียดเรียบเนียน และยืดหยุ่นมีชีวิตชีวา รวมถึงกระตุ้นเกราะปกป้องผิวจากภายในให้ทำหน้าที่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด

ราคา 2,700 บาท