Go Near + Stay Here : ชลบุรี + ราชพฤกษ์

อย่าเพิ่งบอกว่าไปชลบุรีจนเช็กอินครบหมดทุกที่แล้ว โว้กขอท้าให้ตามไป Go Near กับ Mercedes-Benz GLC 250 d OFF-ROAD กันดูก่อน รับรองทุกสถานที่ไม่ซ้ำใคร หรือถ้าเคยไปแล้วก็อยากชวนไปมองชลบุรีในมุมใหม่ที่ต่างไปจากเดิม ว่าแล้วก็ไปเริ่มทริประยะใกล้นี้กัน !

ขับรถขึ้นทางพิเศษบูรพาวิถีแค่อึดใจก็ถึงสตรีทซีฟู้ดสดๆเน้นๆ ต่อด้วยการนั่งจิบชาชั้นดียามบ่าย ก่อนเลยไปโกเอ็กซ์ตรีมกันในสวนน้ำกับเครื่องเล่นที่จะทำให้คุณแผดเสียงร้องสลับหัวเราะด้วยความมันส์ แล้วไปเช็กอินพักริมทะเล นอนแช่สระมองฟ้าจรดน้ำสุดลูกหูลูกตา ตื่นมากินอาหารป่าถึงเครื่องรสดีริมสวนมะพร้าวในชุมชนชาวบ้านน่ารักๆ และแวะซื้อของฝากคนที่คิดถึงทางบ้านจากสะพานปลาอ่างศิลา ก่อนขับรถกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์ ถ้าคุณพร้อม - หยิบบิกินี่ หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด และซันแทน ซันบล๊อค แล้วคว้ากุญแจรถ SET - START - FUN!

 

SEE THIS

ปราสาทสัจธรรม

ไม่ว่าคุณจะอินกับศาสนา ศิลปะ สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งปรัชญาหรือไม่ก็ตาม คุณก็ไม่ควรพลาดการมาเยี่ยมชม ‘ปราสาทสัจธรรม’ อย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในหลายสิบทริปพัทยาของคุณ อยากให้ได้มาลองเดินพินิจพิจารณาดูความสวยงามปราณีตของรูปแกะสลักไม้สุดวิจิตรด้วยตาของคุณเอง มันคือความงามที่แฝงความเพียรพยายาม ความรู้ ความชำนาญ และฝีมือของช่างไม้ไทยไว้อย่างแท้จริง และด้วยความเป็นจริงที่ตัวอาคารขนาดความสูง 105 เมตร และกว้างยาวอีก 100 เมตรหลังนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ทุกส่วน โดยไม่มีการใช้ตะปูตอกสักตัวเดียว! แต่ใช้ภูมิปัญญาไทยโบราณในการเข้ายึดส่วนต่างๆไว้ด้วยกันแทน ยิ่งทำให้รู้สึกทึ่ง และตระหนักในความสามารถของช่างฝีมือของไทย

ปราสาทแห่งนี้เริ่มต้นก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 และยังคงดำเนินการสร้างอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งซ่อมแซมส่วนที่สึกกร่อนจากลมทะเลมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นคุณอาจพบกับช่างที่กำลังทำงาน หรือนั่งร้าน ผ้าใบ และอุปกรณ์ช่างต่างๆบ้างในตัวอาคาร ควรสวมหมวกนิรภัยที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ขณะเข้าชมเพื่อความปลอดภัย และนอกจากการเดินดูความมหัศจรรย์ของตัวปราสาทไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลังนี้แล้ว ที่นี่ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ และศิลปะการต่อสู้ของไทย การนั่งเรือแจว เรือขุด ขี่ช้าง นั่งรถม้า และการนั่งสปีดโบ้ทชมความงามของตัวปราสาทจากทะเลอีกด้วย เชื่อเราเถอะว่าปราสาทสัจธรรมแห่งนี้ควรค่าแก่การได้ชื่อว่าเป็น Unseen Thailand อย่างสมเหตุสมผล และตัวหนังสือทั้งหมดในบทความนี้ เทียบไม่ได้กับการมาเห็นด้วยตาคุณเองจริงๆ

Vogue Tips : การเข้าชมตัวปราสาท ไม่อนุญาตให้ใส่กระโปรงหรือกางเกงที่สั้นเหนือเข่า และควรแต่งกายให้เหมาะสม หรือสามารถยืมผ้าคลุมได้ที่ทางลงปราสาท โดยจะมีค่ามัดจำ 200 บาท ที่จะได้คืนหลังจากเยี่ยมชมเรียบร้อยแล้ว

-

206/2 หมู่ 5 นาเกลือ ซอย 12 อ.บางละมุง ชลบุรี
โทร : 038 367 229-30, 038 367 815

ทุกวัน 08:00 - 18:00

www.sanctuaryoftruth.com

 

STAY HERE

Veranda Resort Pattaya - MGallery by Sofitel

ถ้ากำลังหาที่พักที่ทำได้ทั้งนอนแช่สระมองดูคลื่นระดับสายตา หรือคิดอยากจะเปลี่ยนชุดแล้ววิ่งลงไปเหยียบทรายลงว่ายน้ำทะเลพร้อมมองน้ำจรดฟ้าอย่างไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างวิวมหาสมุทรเบื้องหน้า จากมุมสูงแบบ bird’s eye view ในขณะที่มือถือแชมเปญจ์เย็นๆ ไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องคิดอะไรมาก นึกถึง Veranda Resort Pattaya - MGallery by Sofitel ได้เลย เพราะที่นี่คือโรงแรมกึ่งรีสอร์ทที่ผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับความเป็นธรรมชาติของทะเลได้อย่างสอดคล้อง หากมองโดยรวมจะเห็นความเรียบ สะอาดตา และความโมเดิร์นในดีไซน์ตามส่วนหลักๆ ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นตัวโครงตึก สระว่ายน้ำ การออกแบบสวน และรูฟท้อปบาร์เด่นชัด

แต่หากมองที่ดีเทลปลีกย่อยอย่างเพดานไม้ดัดคล้ายแนวคลื่นคดโค้ง ที่มีปลากระเบนแหวกว่ายอยู่ การเลือกใช้เก้าอี้และชิงช้าหวาย ล้วนให้ความรู้สึกซอฟท์ของความเป็นธรรมชาติ ซึ่งบาลานซ์ความแข็งนิ่งของโครงสร้างหลักได้ดี ในส่วนห้องพักมีหลายแบบให้เลือกได้การความต้องการและจำนวนคนเข้าพัก มีฟังก์ชั่นการแบ่งพื้นที่การใช้งานที่ค่อนข้างดี สร้างโฟลว์ของพื้นที่ทำให้รู้สึกถึงความโล่งสบาย แต่ก็มีสัดส่วนของการใช้งานในแต่ละส่วนที่หลบหลีกสายตาได้เหมาะสม ที่ชอบมากคือที่นี่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวในห้องน้ำจาก Thann ที่มีกลิ่นหอมคุณภาพ เสริมให้การพักผ่อนได้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น

แต่จุดเด่นของ Veranda Resort Pattaya อยู่ที่พื้นที่ส่วนกลางที่คุณควรจะมาใช้เวลาแฮงค์เอาท์กับแกงค์เพื่อน กับครอบครัว คนรัก หรือแม้กระทั่งใช้เวลากับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณสระว่ายน้ำที่เป็นพื้นที่เปิด หันหน้าเข้าหาทะเล ที่ทำให้สเปซมีความเปิดโล่ง สบายตา น่าชิลยิ่งขึ้นไปอีก ในสระว่ายน้ำเองยังมีโซนน้ำวนกึ่งจากุชชี่เบาๆ ที่สามารถไปนั่งๆ นอนๆ แช่ให้น้ำพุ่งนวดตัวฟินๆ ได้อีกด้วย ช่วงเย็นยังสามารถไปเอกเขนกบน daybed ที่ยื่นลอยเหนือชายหาดดูพระอาทิตย์ตกก็ชิลไปอีกแบบ แต่เมื่อพูดถึงซันเซ็ต ก็ไม่ควรพลาด The Jetty บาร์ชั้นดาดฟ้าของที่นี่ ที่เหมาะกับการชมท้องฟ้าในชั่วโมง magic hour ที่สุด แนะนำให้คุณจองที่นั่งไว้ล่วงหน้าแล้วมาจิบแชมเปญจ์เบาๆ ชมพระอาทิตย์ตก และท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ อย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนั้นยังมีส่วนของห้องอาหาร คาเฟ่ และอีกหลายเอาท์เล็ท รวมถึงสปา เพื่อตอบทุกโจทย์ให้กับวันพักผ่อนฉบับมินิแบบไม่ไกลกรุงเทพอย่างครบครัน

 

Vogue Tips : อาหารเช้าของที่นี่ค่อนข้างหลากหลาย เป็นแบบบุฟเฟต์ มีไอเท็มที่ไม่ค่อยเจอที่อื่นคือเครื่องทำแพนเค้กอัตโนมัติ ที่แค่กดปุ่มหนึ่งที รออีกหนึ่งนาที แพนเค้กนุ่มๆ ร้อนๆ ก็จะออกมา พร้อมช้อยส์น้ำผึ้ง หรือเมเปิ้ลไซรัปให้เลือกท้อป หยิบเบคอน และไข่กวนมารวมคอมโบ้ด้วยก็เป็นไอเดียที่เข้าท่าดี

-

211 นาจอมเทียน ซอย 4 พัทยา ชลบุรี
โทร : 038 111 899, 064 585 1823
www.verandaresortandspa.com/verandapattaya

DO THIS

Cartoon Network Amazone

อย่าได้คิดว่าเราโตเกินกว่าจะมากรี๊ดให้ลั่นสวนน้ำ ! เพราะหลายโซนในสวนน้ำ Cartoon Network Amazone แห่งนี้ ทั้งสนุก หวาดเสียว ท้าทายแรงโน้มถ่วงโลก ทดสอบโมเมนตั้มน้ำหนักตัว โชว์สกิลการบาลานซ์ และวัดใจไปในตัวอย่างพร้อมเพรียง เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่มันส์ดี แต่ถ้ามาถึงแล้วคุณยังอยากทำใจก่อนขึ้นที่สูงแล้วเล่นสนุกกับแรงโน้มถ่วงโลกล่ะก็ แวะมาโฟลวไรเดอร์ โต้กระแสน้ำกันก่อนที่ Surfarena ที่นี่มีพนักงานที่มีประสบกาณ์ช่วยชักคะเย่อให้คุณทรงตัวอยู่ได้อย่างน้อยก็สักครึ่งนาที หรืออย่างมากก็ปล่อยมือยืนโต้บนลำแข้งตัวเองได้เลย!

 

และถ้าพร้อมแล้วก็ไปส่งเสียงร้องให้สุดขั้วกันที่โซนสไลเดอร์หวาดเสียวที่ตั้งชื่อตามตัวการ์ตูนต่างๆ ของ Cartoon Network ลองถามใจคุณดูว่าสูงแค่ไหน เร็วเท่าไร เหวี่ยงระดับไหน ตัวตั้งฉากกับพื้นโลกองศาใด บางเครื่องเล่นอย่าง Goop Loop ที่ไม่มีอะไรให้ยึดนอกจากใจของคุณเท่านั้น แล้วดิ่งทิ้งตัวชนิดที่แทบตั้งฉากกับพื้นโลก จากความสูง 12 เมตร พร้อมตีลังกา 360 องศาเต็มวงแบบฉายเดี่ยว ก็เป็นอีกจุดที่รอจะพาคุณจากจุดสุดยอดดิ่งลงสู่จุดสุดล่าง แบบไม่ทันได้ครางกันเลยทีเดียว รับประกันความรู้สึกเสียวสุดยอดแถมสะใจหัวโล่งอีกด้วย สำหรับใครที่มาเป็นคู่ก็มีเครื่องเล่นแบบดูโอ้ อย่าง Banana Spin และ Jake Jump ที่คุณจะอยากเล่นแล้วเล่นอีก รวมไปถึงแบบแทคทีม 4 คนยกแกงค์อย่าง Omnitrix ให้เลือกสนุกเช่นกัน เล่นจนเหนื่อยหมดเสียงกรี๊ดกันแล้ว ก็ไปนอนไหลบนห่วงยางคู่ ล่องไปตามแม่น้ำยาวกว่า 335 เมตร ที่บางจุดก็ชิลดี แต่อยู่ดีๆ บางจุดก็เจอม่านน้ำตกยักษ์ซะงั้น พอหายเหนื่อยก็กลับขึ้นไปท้าทายแรงโน้มถ่วงโลกกันต่อเลย!

Vogue Tips :

  1. อย่าลืมเตรียมเครื่องอาบน้ำ และผ้าเช็ดตัวมาเองด้วย (ในห้องน้ำมีไดร์เป่าผมให้บริการ แต่จะพกไดร์พลังสูงของคุณมาเองก็จะสปีดอัพการเซ็ตทรงได้อีกเยอะ)
  2. ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มจากข้องนอกเข้ามาในสวนน้ำ แวะกินข้าวกลางวันกันก่อน พักให้หายอิ่ม แลัวไปเริ่มเล่นสักบ่าย 3 โมง ตอนแดดร่มลมเย็นๆ ยาวไปจนปิดตอนหนึ่งทุ่ม
  3. ทุกเครื่องเล่นที่มีอุปกรณ์เสริมอย่างแพยาง หรือแผ่นยาง คุณต้องแบกเดินขึ้นไปเองจนถึงชั้นบนสุดที่จุดปล่อยตัว แต่มันสนุกมาก เชื่อสิว่าคุณยอมแบก หลายรอบด้วย!
  4. นอกจากเครื่องเล่นและสระน้ำทั้งหลายแล้ว ที่นี่ยังมีโซนสปา ห้องนวด หรือแม้กระทั่งบริการทำเล็บอีกด้วย

-

888 หมู่ 8 นาจอมเทียน พัทยา ชลบุรี
โทร : 033 004 999

ทุกวัน 10:00 - 19:00

www.cartoonnetworkamazone.com

 

EAT + DRINK THIS

ป้าอ่อนกอกก๊วน

ขอชี้เป้าให้คุณแวะฝากท้องกันที่ ป้าอ่อนกอกก๊วน (ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า ตรอกก๊วน) เพราะป้าอ่อนคือของดีเมืองชลบุรี! และเราไม่ได้พูดเกินจริง เพราะสตรีทฟู้ดร้านนี้เสิร์ฟอาหารทะเลตามสั่งแบบถึงใจ วัตถุดิบสดใหม่ กั้งเอย กุ้ง เนื้อปู ปลาหมึก ไข่ปลา หอยเชลล์ และอีกสารพัดจะเอย ปรุงสดใหม่ไร้กลิ่นคาว และที่สำคัญถือเป็นความดีงามขั้นสุดคือ ป้าอ่อนปรุงรสมาถึง แต่ไม่หนักมือจนไปกลบรสหวานธรรมชาติของความเป็นซีฟู้ดสดๆ ให้เสียของ เหลือพื้นที่ให้ได้เหยาะพริกขี้หนูซอยในน้ำปลาหนักน้ำมะนาวเพิ่มได้อีก และมาในราคามิตรภาพ คุณภาพพูนจานไม่ต่างจากเวลาที่ทำกินกันเองในครอบครัว

 

จากร้านอาหารตามสั่งแบบโลคอลที่เน้นซีฟู้ดเป็นหลักอันเป็นที่นิยมของคนในพื้นที่มาหลายปี ทุกวันนี้ใครไปใครมาชลบุรีก็มักแวะอิ่มกันที่ป้าอ่อนเสมอ เลยทำให้ร้านค่อนข้างคนแน่นในช่วงมื้อเที่ยง เพราะพื้นที่หน้าเตา และตะหลิวคู่ใจนั้นมีแต่เฉพาะป้าอ่อนเท่านั้นที่จะทำอาหารเสิร์ฟเองทุกจานแต่เพียงผู้เดียว เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาพีคๆ คนเพียบ อาจมีความล่าช้าบ้าง แต่รับรองคุ้มค่าการรอคอย หรือหากคุณมาถึงร้านได้ก่อน 11 โมง ก็จะเป็นช่วงเวลากำลังดีที่คนยังไม่เยอะ และไม่วุ่นวายมากนัก เมนูเด็ดที่เราอยากแนะนำคือ กั้งกระเทียม เนื้อปูผัดกระเพรา และผัดฉ่าทะเล โดยเลือกสั่งพวกเมนูผัดกระเทียมเป็นแบบราดข้าวมาเลย เพราะน้ำมันกระเทียมเค็มๆหอมๆ จะซึมลงสู่ข้าวร้อนๆด้านล่าง กินแล้วฟินสุดๆ และเลือกสั่งเมนูอื่นๆ เป็นกับข้าวมากินด้วยกัน ใส่พริกขี้หนูซอยสดใหม่เพิ่มอีกนิด แล้วคุณจะได้รู้ว่าสวรรค์ชั้นอาหารไทยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

Vogue Tips : สามารถจอดรถในบริเวณศาลเจ้าได้เลย อาจจะวุ่นวายบ้างในช่วงเที่ยงเพราะมีที่จอดไม่มาก หรือจะจอดได้ที่ริมถนนโพธิ์ทอง แล้วค่อยเดินเข้ามาที่ร้านก็ได้เช่นกัน

-

ถ.วชิรปราการ ชลบุรี (ร้านอยู่ในซอยก๊วน บริเวณเดียวกับศาลเจ้าเช็งจุ้ยโจวซือกง ตรงข้ามซอยท่าเรือฉิมพลี)
โทร : 089 247 1894

ทุกวัน 07:00 - 14:00

 

ลุงเลียง - ป้ามาลี

อาหารป่าในชุมชนตะเคียนเตี้ยร้านนี้ เริ่มโขลก ผัด ทอด แกงกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จนตอนนี้รุ่นลูกมารับช่วงต่อ และช่วยกันขยับขยายร้านให้มีพื้นที่กว้างขวางและนั่งสบายมากขึ้น แต่ที่ยังคงเหมือนเดิมคือรสชาติที่ยังคงกลมกล่อมถึงเครื่อง จนทำให้มีลูกค้าประจำมากมาย รวมไปถึงลูกค้าขาจรที่ผันตัวกลายมาเป็นขาประจำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย เนื่องจากร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการปลูกมะพร้าวมาก เมนูเด็ดที่หากินได้ยากในกรุงเทพอย่าง แกงไก่บ้านกรุบกะลา จึงไม่ควรพลาด! ทางร้านจะทำการเลือกกะลาเองกับมือ แกงกับเครื่องแกงตำเอง รสเข้มข้นแต่ไม่หนักมือ ตัวกระลามะพร้าวจะให้ความรู้สึกคล้ายเวลากินหน่อไม้ แต่ให้รสชาติออกหวาน และมีความกรุบกรอบมากกว่า

 

อีกจานที่ควรโดนคือ หมึกน้ำดำใบชะมวง ที่ใช้ความเปรี้ยวจากใบชะมวงและความหวานจากน้ำต้มกระดูกหมู มาจับคู่กับเนื้อสดหวานของปลาหมึก และเพิ่มความนัวร์ลุ่มลึกด้วยดีหมึกอีกที ชามนี้เปรี้ยวหวานกำลังเหมาะ ส่วนทอดมันโบราณที่เป็นสูตรของครอบครัวที่ทำกินกันเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนั้น ใช้ปลาข้างเหลืองมาโขลกรวมกับพริกแกง และเลือกปรุงให้ออกหวานเค็มครบรส ก่อนนำไปทอดเลย ทำให้สามารถกินได้โดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเพิ่ม เข้ากับเครื่องแกงหอมๆ ออกเผ็ดปลายลิ้นได้เป็นอย่างดี สุดท้ายกับเมนูแกงเกลือปลาดุกรสกลมกล่อมกำลังดีมาก มีความหอมเครื่องแกงชัดเจน ขึ้นแท่นเมนูดีเด่นประจำมื้อ นอกจากอาหารป่าที่ถึงเครื่อง ถึงรสแล้ว ขนมหวานที่วางอยู่ด้านหน้าร้านอย่างขนมใส่ไส้ และข้าวเหนียวสังขยา ก็อร่อยหวานมันเค็มกำลังดี เมื่อถึงร้านแล้วควรหยิบติดมือมาวางไว้ที่โต๊ะด้วยเลย เพราะเผลอกินข้าวพักเดียว หันมาอาจหมดได้ และในเมื่อนั่งกินข้าวอยู่ในสวนมะพร้าวแล้ว ก็อย่าลืมที่จะสั่งน้ำมะพร้าวมาดื่มให้ชื่นใจกันสักลูกสองลูก จะเลือกมะพร้าวเผาหอมหวานนวล หรือจะเลือกสั่งมะพร้าวสดหวานใสสดชื่นก็แล้วแต่คุณเลย

Vogue Tips : ควรโทรมาจองทั้งโต๊ะและสั่งอาหารไว้ล่วงหน้า ถ้าสั่งเพิ่มอาจจะต้องรอนาน และเมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว สามารถเดินไปดูวิธีการทำทองพับ และขนมท็อฟฟี่ ได้ที่บ้านป้าลมุล ซอยตรงข้ามกับร้าน (มีป้ายบอกชัดเจน)

-

หมู่บ้านตะเคียนเตี้ย ปากซอยตะเคียนเตี้ย 28 ชลบุรี

โทร : 087 029 4376, 081 290 8490

อาทิตย์ - ศุกร์ 08:00 - 15:00 (หยุดทุกเสาร์ ละวันหยุดนักขัตฤกษ์)

 

คูณคาเฟ่ - Koon’s Cafe Garden Coffee x Restaurant

เจอทะเลสีฟ้ามาหลายชั่วโมง พักเบรคมาเจอต้นไม้ใบหญ้าเขียวหนาตากันบ้างที่ คูณคาเฟ่ ร้านอาหารไทยกึ่งคาเฟ่ กลางสวนสวยต้นไม้ใหญ่ ที่ระหว่างทางขับรถมาอาจพาลให้นึกสงสัยได้ว่ากำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า เพราะตัวร้านตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาพอสมควร และทางเข้ากำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง เป็นทางลูกรังยาวเกือบกิโล มีความลึกลับและมีความชวนให้ไม่มั่นใจในเส้นทางอยู่เนืองๆ แต่เมื่อมาถึงหน้าร้าน ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ครึ้มธรรมชาติรายล้อม สงบสบาย ก็ทำให้ลืมลูกรังสีแดงก่อนหน้าไปได้

 

คูณคาเฟ่แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือคาเฟ่ด้านหน้าร้าน เหมาะกับการนั่งดื่มกาแฟ กินขนมชิลๆเบาๆ และอีกส่วนที่เป็นเรือนกระจกใหญ่ด้านหลัง โล่ง โปร่งสบายตา พร้อมที่นั่งเอาท์ดอร์อีกพอควร สำหรับกินอาหารคาวมื้อจริงจัง หรือใครอยากจะมานั่งจิบกาแฟในเรือนกระจกนี้ก็ได้เช่นกัน อาหารไทยที่เสิร์ฟที่ร้านมีทั้งอาหารไทยภาคกลาง เหนือและใต้ และไทยฟิวชั่น เมนูมีไม่มากนัก แต่ทำออกมาได้รสชาติกำลังดี โดยเฉพาะเมนูสปาเก็ตตี้ไส้อั่วย่าง เผ็ดนิดๆ หอมเครื่องเทศ ลวกเส้นมาได้สุกกำลังอร่อย มากินข้าวจิบกาแฟแล้ว ก็ควรลองเดินเล่นชมสวนที่ทางร้านตั้งใจปลูกต้นไม้เองและตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ใต้ความร่มรื่น สูดลมหายใจให้เต็มปอด ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศทริปมาเที่ยวทะเลอย่างพัทยาให้เป็นอีกประสบการณ์ที่ต่างออกไปได้ดี

Vogue Tips : หากเลือกนั่งในเรือนกระจกใหญ่ด้านหลัง ควรสั่งอาหารให้ครบในคราวเดียว เพราะจะเรียกพนักงานได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากพนักงานมีน้อยกว่าส่วนคาเฟ่ด้านหน้าที่มีแคชเชียร์ และพนักงานยืนประจำอยู่มากกว่า

-

95/3 ซอยหนองไม้แก่น 17 อ.บางละมุง ชลบุรี

โทร : 063 223 9694

พฤหัสบดี - อังคาร 08:00 - 20:00

FB : คูณคาเฟ่-Koons-Cafe-Garden-coffee-x-Restuarant

 

Common Room Stylish Cafe

Common Room Stylish Cafe ที่อยากแนะนำคุณ เป็นคาเฟ่ที่เน้นชาชั้นดีนำเข้าจากหลายประเทศที่ขึ้นชื่อในชาชนิดต่างๆ กาแฟเมล็ดนอก เมล็ดไทยมีให้เลือก ขนมหวานและไอศกรีมไม่ขาด และเน้นเสิร์ฟติ่มซำสไตล์ฮ่องกงแบบมีทวิสต์เป็นหลัก ตกแต่งแบบโมเดิร์นผสมกลิ่นอายความเป็นจีนพอหอมปากหอมคอด้วยจานชาม และกาชา แสงสวยงาม นั่งสบาย และที่ชอบมากคือพนักงานเข้าใจอาหารและเครื่องดื่มของร้านตัวเองดี สามารถอธิบายและแนะนำเมนูต่างๆ ได้ละเอียดแบบไม่ต้องหันไปถามใครอีก

 

 

มาที่นี่จะเลือกจิบชา กาแฟ และกินแค่ขนมเบาๆก็ได้ แต่อยากให้คุณได้ลองเมนูติ่มซำที่ค่อนข้างหลากหลายของที่นี่ โดยรวมรสกลมกล่อม มากกว่าจะเน้นความจัดจ้าน มีให้เลือกทั้งแบบเป็น a la cart และแบบบุฟเฟต์ (เฉพาะมื้อกลางวัน) ที่มีระบบการเลือกสั่งอาหารไม่เหมือนใคร อย่าพลาดลองเมนูซาลาเปาเห็ดหอม ที่ทั้งสวยรูป และกินแล้วเป็นเห็ดหอมจริงๆ ปรุงรสมาได้กำลังพอดี แป้งเนื้อเนียนนุ่มเหนียวนิดๆ หน้าตาสวยงาม ควรค่าแก่การถ่ายรูปโชว์และกิน! ส่วนชาของที่นี่มีให้เลือกมากมายหลายชนิด เน้นคุณภาพ เลือกสั่งแบบร้อนก็จะได้ลิ้มรสความเป็นชาที่แท้จริง ในขณะที่แบบเย็นที่ทางร้านเอามาครีเอทเป็นม็อกเทลต่างๆ นั้น ก็ทำออกมาได้ดีทั้งลุคและรสชาติ ไม่หนักหวานและยังคงได้กลิ่นและคาแรกเตอร์ชาอยู่ ด้านกาแฟ และน้ำผลไม้ม็อกเทลอื่นๆ ก็บาลานซ์ออกมาได้ดีไม่แพ้กัน Common Room Stylish Cafe ถือเป็นอีกร้านที่คุณภาพและหน้าตาไปในทางเดียวกัน และเราอยากแนะนำให้คุณใส่ไว้ในลิสต์ทริปพัทยาครั้งต่อไปของคุณ

Vogue Tips : ร้านตั้งอยู่ใต้คอนโด Madera Residence สามารถขับรถเข้ามาจอดใต้ตึกในบริเวณที่ติดกับข้างร้านได้เลย

-

22/2 ซอยเทศบาล1 ศรีราชา ชลบุรี (ตั้งอยู่ในโครงการ Madera Residence)

โทร : 097 248 8012

อังคาร - ศุกร์  08:00 - 18:00 / เสาร์ - อาทิตย์ 08:00 - 19:30

FB : Commonroomstylish

 

SHOP HERE

สะพานปลาอ่างศิลา

ทั้งแอดเวนเจอร์ ทั้งพักผ่อน ทั้งอิ่มกันเต็มที่แล้ว ได้เวลาแวะซื้อของฝากคนทางบ้าง ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถหรือคนเบียดเสียดล้นฟุตบาท เพราะเราจะชี้เป้าให้คุณมาช้อปอาหารทะเลสดๆ ของแห้งคุณภาพ ข้าวหลามอีกสักสี่ห้ากระบอก หรือใครชอบเล่นของหนัก จัดครกหินกลับบ้านกันที่นี่ก็ยังได้ ‘ตลาดสะพานปลาอ่างศิลา’ ตั้งอยู่ริมทะเล ความสดของบรรดาซีฟู๊ดที่มีขายกันละลานตาจึงบอกได้เลยว่าตัวจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมาถึงในช่วงเช้าตรู่ กุ้ง หอย ปู ปลาตาใสก็จะยิ่งสดสุดๆ แต่ส่วนมากเมื่อได้มาเที่ยวชลบุรีแล้ว กว่าจะได้เริ่มเดินทางกลับบ้านก็ผ่านไปครึ่งค่อนวัน พอมาถึงสะพานปลาก็น่าจะบ่ายคล้อยได้ที่ เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้คุณเลือกซื้อของแห้งอย่างพวก กุ้งแห้ง หมึกแห้ง ปลาหวาน หมึกกะตอย หอยดอง ปลาอินทีย์เค็มเนื้อแน่น หรือแบกครกหินคุณภาพดีกลับบ้านกันมากกว่า แต่หากใครอยากช้อปของสด แนะนำให้เลือกซื้อของสดชนิดที่จิ้มตัวไหนให้แม่ค้าหยิบใส่ถุงกันต่อหน้าแล้วเอากลับไปทำกินเองที่บ้านคือดีที่สุด

 

นอกจากของแห้ง ของสดที่แนะนำไปแล้วนั้น หอยจ๊อที่เป็นเรียลหอยจ๊อจริงๆ ของเจ้นางเจ้าเก่า ก็เป็นอีกร้านที่ควรมองหา เพราะเจ้นางจะยืนทอดหอยจ๊อเนื้อปูล้วนๆ สดใหม่กันต่อหน้า เนื้อปูอัดแน่นชนิดที่กัดปุ๊บเนื้อปูทะลักกลิ่นปูทะล้น ไม่จำเป็นต้องง้อน้ำจิ้มก็มีรสหวานตามธรรมชาติกำลังอร่อย

อีกไอเท็มที่เราอยากแนะนำคือปลาทูแดดเดียวหวาน แห่งร้านร้านขวัญใจฟาร์ม ที่หวานกำลังดีมีเค็มครบ ตัวย่อมๆ แดดมาสองแบบให้เลือกตามชอบ มีทั้งแดดเช้าที่จะไม่แห้งมาก เอาไปทอดหรือย่างต่อแล้วเนื้อจะยังนุ่มกว่าแบบแดดบ่าย ที่ตากแดดนานกว่าเนื้อจึงแห้งขึ้น ทอดหรือย่างก็จะได้เนื้อที่แน่นเคี้ยวมันกว่า ซื้อกลับบ้านไปทำกินกับข้าวต้มในช่วงอากาศเย็นๆ ท้ายปีอย่างนี้ เข้าท่าดีทีเดียว

 

ส่วนใครนิยมขนมหวานไทยๆ อย่างข้าวหลาม ขนมจาก ขนมหม้อแกง น้ำตาลสดแท้ ที่สะพานปลาอ่างศิลาก็มีให้ช้อปหิ้วกลับบ้านเช่นกัน และที่ยิ่งดีและสะดวกสบายไปอีกก็คือร้านค้าส่วนใหญ่ในตลาดรับโอนเงินจ่ายค่าสินค้าทางออนไลน์ได้ เพราะฉะนั้นถึงจะไม่มีตู้ ATM ในบริเวณใกล้เคียง และเงินสดร่อยหรอเพราะเป็นวันสุดท้ายของทริปแล้ว ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด!

Vogue Tips : หากคุณตั้งใจมาซื้อของสด ควรพกกล่องโฟม หรือกล่องเก็บความเย็นมาใส่กลับบ้านด้วย เพื่อคงความสดใหม่ ส่วนน้ำแข็งนั้นหาซื้อได้ไม่ยาก

-

หมู่ 4 ต.อ่างศิลา ชลบุรี (หัวโค้งตรงข้ามโรงเรียนชลราษฎรอำรุง2)

ทุกวัน 05:00 - 19:00

ชาวฝั่งธนฯ - ราชพฤกษ์ อย่าเพิ่งน้อยใจ ว่าความชิคมักจะมีอยู่แค่ในใจกลางกรุงฯเท่านั้น เพราะเดี๋ยวนี้ความคูลก็ปรากฏตัว ผุดตามกันมาอย่างไม่น้อยหน้าอีกฟากของเจ้าพระยา แค่บนถนนสายราชพฤกษ์เส้นนี้ก็ไม่น้อย และนอกจากจะเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่ของคนย่านนี้แล้ว ก็ยังดึงดูดใจจากคนย่านอื่นๆ ให้อยากมาเยือนกันอีกด้วย ไหนจะร้านรวง คาเฟ่เก๋ๆ คอนเซ็ปท์แน่นอีก มากไปกว่าของใหม่ๆ ที่ว่ามา ร้านเก่าแก่อร่อยเด็ดที่มารวมตัวอยู่ฝั่งนี้กันอย่างหนาแน่น ทำให้การตั้งใจขับรถมากินข้าวแกงรสดี เดินตลาดน้ำชาวบ้านแท้ๆ ต่อด้วยการไปทำความรู้จักกับช่างชุ่ย สเปซใหม่สไตล์จัดจ้านสักวัน น่าจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินห้างกลางใจเมือง ที่น่าสนใจและคุ้มค่าเวลาไม่น้อยเลยทีเดียว เรียกน้ำย่อยกันมาขนาดนี้แล้ว ตาม Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 250 d Coupé AMG Plus ไปเที่ยวกันเลย จะรออะไร

 

 

SEE THIS

ช่างชุ่ย

แลนด์มาร์คใหม่แห่งย่านราชพฤกษ์นาทีนี้คงไม่มีที่ไหนครบ และน่ามาแฮงค์เอาท์มากไปกว่า ‘ช่างชุ่ย’ อีกแล้ว ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่เพียงแหล่งช้อปปิ้ง กิน ดื่มเหมือนอย่างคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเน้นการเป็น creative space ที่รวมเอางานศิลปะ ไอเดีย หลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นพื้นที่เปิดทางความคิดสร้างสรรค์ ที่ไม่จำกัดว่าเฉพาะสำหรับกลุ่มใด แต่ดึงดูดให้คนทุกสายได้เข้ามาพบเจอ ลองลงมือทำในสิ่งที่หลงใหลให้กลายเป็นจริง สร้างและค้นหาแรงบันดาลใจ และเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน

นอกจากร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่เปิดเป็นประจำแล้ว ภายในช่างชุ่ยยังมีส่วนแกลลอรี่อีกหลายจุด คอยจัดแสดงผลงานศิลปะจากหลายสื่อ และคอนเสิร์ตจากหลายวงที่น่าสนใจ รวมไปถึงทอล์คจากวิทยากรหลายสาขาอาชีพ ตัวสถานที่เองก็ธรรมดาซะที่ไหน ช่างชุ่ยเน้นการหยิบจับเอาวัสดุเก่าเก็บมาใช้งานและจัดวางใหม่ให้เป็นตัวอาคาร ร้าน กำแพง ป้ายสัญลักษณ์ โต๊ะ เก้าอี้ และอีกมากมาย ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น Green Zone ที่จะเปิดตั้งแต่ช่วงกลางวัน ได้แก่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของทั้งแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน ร้านต้นไม้ ร้านหนังสือ และแกลลอรี่แสดงงาน ส่วนที่สอง Night Zone จะเริ่มเปิดตั้งแต่ช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึง 5 ทุ่ม ได้แก่ร้านอาหารสำหรับดินเนอร์ บาร์ และกิจกรรมการแสดงดนตรี ศิลปะต่างๆ ที่คุณสามารถเลือกพื้นที่แฮงค์เอาท์ที่ตอบโจทย์ตรงจริตได้ตามใจ แต่หากไม่แคร์ธีมหรือคอนเซ็ปท์ใดไหนเล่าเลย จะแค่ชวนกันมาเดินเล่นถ่ายรูปก็เพลินใช่ย่อย เพราะในช่างชุ่ยมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากจริงๆ

 

Vogue tips : ช่วงปลายปีอย่างนี้ ช่างชุ่ยจะมีการเปิดตลาดนัดขายของทำมือ และไอเท็มวินเทจ ‘ตลาดมือที่ 3’ ในอาคารอาเหนกป้าสงค์ ตั้งแต่ช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป อาจจะมีชิ้นเด็ดๆให้ไปเลือกเก็บมาเป็นของคุณก็ได้

-

460/8 ถ.สิริธร แขวงบางพลัด

โทร : 081 817 2888

พฤหัส - อังคาร (ปิดทุกวันพุธ)

11:00 - 21:00 Green Zone

16:00 - 23:00 Night Zone

FB : ChangChuiBKK

 

EAT + DRINK THIS

ก๋วยเตี๋ยวตำลึง (นายอ้วน) บางขุนนนท์

ถึงแม้ร้านนายอ้วนจะมีคำน้ำหน้าว่าก๋วยเตี๋ยวตำลึงโดดเด่น ซึ่งก็อร่อยสบายท้องควรค่าแก่การลองตามชื่อ แต่สิ่งที่เรียกให้ขาประจำกลับมาที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับต้องมนต์สะกดคือข้าวราดแกงของที่ร้านต่างหาก เพราะแกงต่างๆ และกับข้าวไทยๆ กว่า 70 เมนูของที่นี่ บอกได้เลยว่าคุณจะต้องลำบากใจในการเลือกสั่ง เพราะมันน่ากินไปหมด ที่สำคัญอร่อยแทบทุกอย่าง มีความรสมือแม่ครัวไทยแท้ หวานนิด เค็มหน่อย เผ็ดได้ เครื่องแกงถึง กะทิมัน และที่สำคัญรสมือค่อนข้างคงที่ กลับมากินปีแล้วปีเล่าก็ยังคงอร่อย ได้รสกลมกล่อมแบบอาหารไทยบ้านๆ ที่กินแล้วอิ่มท้องและคอมฟอร์ทไปถึงใจ

ตัวร้านเป็นตึกแถวสะอาดสะอ้าน ค่อนข้างโปร่ง นั่งสบาย หากมาเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึงก็สามารถสั่งกับพนักงานได้เลย แต่หากต้องการฟินกับข้าวราดแกงแต่ไปถึงหน้าตู้แล้วคุณยังเลือกไม่ถูก ขอแนะนำแกงเขียวหวานเนื้อที่เด็ดดวงแท้จริง วันนึงขายกันหลายหม้อ เนื้อวัวหั่นชิ้นกำลังดี ไม่เหนียวแต่กำลังเคี้ยวพอเหมาะพอเจาะ หอมเครื่องแกงถึง ยิ่งจับคู่กับขนมจีน และกุนเชียงทอดเพิ่มความหวานกรอบอีกนิด ถมพริกขี้หนูซอยอีกหน่อย คือสวรรค์คนรักอาหารไทยที่แท้ แกงขี้เหล็ก ปลาดุกทอดพริกแกง บวบผัดไข่ แกงฟักไก่ แกงจืดหน่อไม้สด หมูก้อนทอด สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง และอย่าลืมสั่งเกาเหลาตำลึงรสซื่อๆ เครื่องในไม่คาว  ซดแล้วเช็งๆสดชื่น มาร่วมสำรับด้วย เพื่อความครบสูตรมื้ออร่อย กินคาวเสร็จแล้ว ที่ร้านยังมีขนมหวานน้ำกะทิไทยๆ ให้ปิดท้ายมื้อกันอีกด้วย ข้อสำคัญเพียงอย่างเดียวที่ควรรู้ก่อนมาคือ กรุณาเตรียมทิชชู่มาเอง!

 

Vogue picks : ในบริเวณใกล้เคียงร้านมีของอร่อยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมเบื้องโบราณ ไส้กรอกอีสานรสดี เมี่ยงลาว ข้าวแต๋น ขนมไทยต่างๆ แต่ที่ไม่อยากให้พลาดคือขนมครกรถเข็นจิ๋วหน้าไปรษณีย์ ที่ค่อยๆ หยอดแล้วรอให้กรอบได้ที่แบบไม่รีบร้อน ของดีก็ต้องอดใจรอเป็นธรรมดา

-

61/2 ถ.บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย

โทร : 02 433 2114, 087 594 5994

ทุกวัน  07:00 - 15:00

FB : naiauannoodle

 

LITTLE HIDEOUT CAFE & PATISSERIE

ถ้ายังไม่มีเวลาถึงขนาดจะไป hideaway ที่ไหน ถ้าอย่างนั้นเราขอชวนคุณมา hideout เบาๆ แล้วใช้เครื่องดื่ม ขนมหวานอร่อยๆ เป็นสะพานพาคุณข้ามหลบไปจากโลกความจริงขมๆ กันสักชั่วโมงสองชั่วโมงที่ Little Hideout cafe & patisserie แห่งย่านตลิ่งชันร้านนี้ด้วยกัน แค่เพียงผ่านประตูเข้ามาในตัวร้านก็สัมผัสได้กลับบรรยากาศโฮมมี่สบายๆ คล้ายมาเยี่ยมบ้านสวนเก๋ๆของเพื่อน ที่นี่มีทั้งมุมเอาท์ดอร์ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน และลานไม้หลังบ้าน หรือใครขี้ร้อนก็มีห้องแอร์ตรงกลางให้เลือกนั่งกันได้หลายมุม ส่วนขนมของที่ Little Hideout จะเน้นเสิร์ฟเป็นขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส หน้าตาสวยงาม จนตัดสินใจเลือกได้ยากเพราะน่ากินไปหมด ทางร้านซีเรียสกับการเลือกใช้วัตถุดิบชั้นที่ดีที่สุด โดยนำเข้าจากฝรั่งเศสทั้งหมด เพื่อให้ได้รสชาติและคุณภาพตรงตามที่เชฟได้ตั้งใจไว้

Oh! Newyork ชีสเค้กเนื้อนุ่มเนียนแน่น หอมเนยจากครัมเบิ้ล และบิสกิตรูปเทพีสันติภาพและตึกระฟ้าของนิวยอร์กกรอบร่วน ตัดเปรี้ยวด้วยซอสมิกซ์เบอร์รี่ สดชื่นด้วยไอศกรีมราสพ์เบอร์รี่ที่เสิร์ฟมาคู่กัน จานนี้เอ็นจอยกันได้ทุกคน แต่สำหรับสายดาร์ก Tarte Au Chocolat ต้องมา ที่ร้านเลือกใช้ชอคโกแลตชั้นดีของ Valrhona ออกหวานขมเข้มข้น เนื้อมูสชอคเนียนลิ้น ตัวฐานกรอบร่วนและอยู่ตัวใช้สีดส้อมตัดกินได้อย่างง่ายดาย โชว์สกิลการทำขนมสไตล์ฝรั่งเศสของเชฟที่นี่ได้อย่างชัดเจน ที่ชอบคือเมนูที่ควรจะติดขมอย่างดาร์กชอคนั้น ก็ขมนำหวานรื่นรมย์อย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ เครื่องดื่มอย่างชา กาแฟ และโซดาก็มีเมนูให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ขอแนะนำ Black Elder ที่ได้ความหอมหวานอมเปรี้ยวจาก blackcurrant เจือด้วยกลิ่นละมุนๆ ของ elderflower และความซาบซ่าของโซดาสดชื่นๆ ถือเป็นร้านที่มาแล้วได้ทั้งหลบพักฉบับเวรี่มินิ และยังอิ่มอร่อยแบบเวรี่มัชไปในคราวเดียวกัน

 

Vogue picks : เค้กของที่นี่จะมีเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น ส่วนเมนู Signature ของร้านจะมีทุกวัน สามารถโทรสอบถามล่วงหน้าได้ เพื่อความมั่นใจ

-

172 ถ.ฉิมพลี ตลิ่งชัน

โทร : 081 821 8795

อังคาร - อาทิตย์  09:00 - 19:00

FB : littlehideout

INSECT IN THE BACKYARD

แม่เป้ง ไข่มดแดง รถด่วน ดักแด้ จิ้งหรีดขาว จิ้งหรีดทองแดง และแมงดานา อาจฟังดูไม่ใช่ชื่อใหม่ แต่นั่นอาจจะเป็นในรูปแบบของสแนคตามรถเข็น หรือในร้านส้มตำ อาหารป่า แต่สำหรับที่ Insect in The Backyard แมลงทั้ง 7 ชนิดนี้ ถูกนำมาปรุงและเสิร์ฟในรูปแบบของอาหารตะวันตกแบบ fine dining ผ่านกระบวนการคิดและสร้างสรรค์ของเชฟใหม่ ฐิติวัชร ตันตระการ ผู้ไม่คิดว่าการนำเอาแมลงมาทำอาหารคือการไล่ตามเทรนด์แต่อย่างใด แต่เพราะตระหนักแล้วว่าในอนาคตข้างหน้า แหล่งโปรตีนของโลกที่สำคัญจะเบนเข็มมาที่แมลงตัวจิ๋วๆ ที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไปในสวนหลังบ้านเราเอง เชฟใหม่จึงเกิดความสนใจและอย่างทดลองทำอาหารโดยใช้แมลงเป็นส่วนประกอบหลัก จนเกิดเป็น Insect in The Backyard แห่งนี้

 

ที่นี่จะนำเสนออาหารตะวันตกเป็นหลัก อย่างสปาเก็ตตี้ สลัด หรือหอยเชลล์ย่าง แต่นำมาทวิสต์โดยการใช้แมลงเป็นส่วนประกอบ ทั้งจากเนื้อ จากรสสัมผัส หรือแม้กระทั่งกลิ่นเฉพาะตัวของมัน ยกตัวอย่างเช่น Fresh house made cricket pasta with balck basil pesto and chorizo ที่ไม่ใช่แค่การเอาดักแด้ตัวอวบมาทอดกรอบท้อปไว้ด้านบนเท่านั้น แต่ยังบดผสมแมงสะดิ้งไปกับแป้งเพื่อทำเป็นเส้นพาสต้าสดอีกด้วย ข้อสำคัญคือที่นี่จะไม่ปรุงหนักมือ และปล่อยให้รสธรรมชาติของวัตถุดิบ รสและกลิ่นอ่อนๆ ของแมลงได้ทำหน้าที่ของตัวเอง จานนี้เราแนะนำเลย

หรือใครอยากลองคอมโบ้ซีฟู้ดกับแมลง Scallops, Jerusalem artichoke and crispy bamboo caterpillars ก็น่าสนใจ เนื้อฉ่ำๆอวบๆของหอยเชลล์ย่างหอม เข้าขากันได้ดีกับความกรอบโปร่งมันๆของรถด่วน แต่ถ้าใครอยากได้แบบเม้ดเล่ย์แมลง ต้อง Nacho with mixed insects with cherry tomato salsa and sour cream ที่เคี้ยวมันและมีความนัวร์จากทั้งรสสัมผัส รสชาติ และกลิ่นของแมลงหลากชนิด เสริมด้วยรสซัลซ่าจัดจ้าน จับคู่จานนี้กับโมฮิโต้ไข่มดแดงสดชื่นๆ ก็เข้าที โดยที่ร้านจะใช้แมลงจากฟาร์มที่เลี้ยงอย่างได้มาตรฐาน สะอาดและเชื่อถือได้ การเริ่มลองกินแมลงจริงๆจังๆ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือแปลกประหลาดจนน่าจะสามารถเอ็นจอยได้ง่ายๆ ไม่ต้องเชื่อเรา แต่ขอให้คุณได้มาลองชิมกันเอง

Vogue Tips : หากยังไม่ถึงเวลาของคุณที่จะลองกินแมลง ที่ร้านก็ยังมีเมนูธรรมดาที่ไม่มีแมลงเกี่ยวข้อง หรือจะขอให้เชฟไม่ใส่แมลงในบางเมนูก็ได้ แต่มาแล้วก็ควรลองนะ เอาเข้าจริงๆ แมลงเนี่ยสะอาดกว่าสัตว์ใหญ่บางประเภทที่เรากินอยู่เป็นประจำด้วยซ้ำไป

-

460/8 ถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด

โทร : 02 035 7000

พฤหัสบดี - อังคาร : 16:00 - 23:00 (ปิดทุกวันพุธ)

FB : InsectsBkk

ONE OUNCE AT CHANGCHUI

ถ้าหากจะมีร้านไหนที่ดึงดูดให้เรามาเยือนช่างชุ่ยที่สุดคงหนีไม่พ้น One Ounce for Onion คาเฟ่ที่หลายคนติดใจมาตั้งแต่สาขาเอกมัย สำหรับสาขาใหม่ของ One Ounce ที่ช่างชุ่ยนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ต่างไปจากทีเอกมัย โดยมีการนำเสนออาหารที่หลากหลายขึ้น ด้วยเชฟรุ่นใหม่ที่เลือกเอาความรู้ในการทำอาหารแบบตะวันตกมาพลิกแพลงใช้กับวัตถุดิบพื้นถิ่นของไทย และเสิร์ฟออกมาเป็นอาหารในสไตล์เฉพาะตัวที่มีความก้าวข้ามคำนิยามว่าเป็นอาหารจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่สอดคล้องออกมาเป็นอาหารที่มีการผสมผสานจากประสบการณ์การทำงานของเชฟเอง

 

Ounce มีความเรียบง่าย ไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจมาก แต่เอ็นจอยได้ทุกช่วงเวลา ที่นี่เน้นให้ความสำคัญกับรสชาติและการบาลานซ์ของกาแฟที่ดี ใครเป็นสายดริปชอบแบบ slow bar ที่ร้านก็มีเมล็ดจากหลายแหล่งให้ได้เลือกชิมรสชาติกาแฟสดแท้กัน และเลือก Pineapple Upside Down เค้กสัปปะรดอบหน้าสีน้ำตาลทองฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม Pina Colada และเจลโหระหา และเจลมะนาว เปรี้ยวหวานสดชื่นมาเข้าคู่กันก็เข้าที สาวๆ หรือใครที่ไม่ใช่คอกาแฟ Lady Yaowarat ที่นำเอาน้ำทับทิมอินเดียกับพุทราจีนมาเข้าคู่คอมโบ้กัน ท้อปด้วย Jujube Jelly และแผ่นทองคำ หวานเปรี้ยวนัวร์ๆนวลๆ คือแก้วที่คุณคู่ควร

 

นอกจากตัวคาเฟ่ของ One Ounce แล้ว ภายในสเปซเดียวกัน ยังรวมเอาร้านหนังสือ The Booksmith และร้านเครื่องเขียน Lamune เอาไว้ด้วยกัน เพื่อให้คุณสามารถเดินเลือกดูหนังสือที่สนใจได้ระหว่างรออาหาร หรือกาแฟแก้วโปรด

Vogue Tips : ทางร้านจะจัดอีเว้นต์มื้อพิเศษในคอนเซ็ปท์ และธีมที่ต่างๆ กันไปเรื่อยๆ คอยติดตามความเคลื่อนไหวที่หน้าเพจของร้านกันไว้ให้ดี

-

460/8 ถ.สิริธร แขวงบางพลัด

โทร : 02 116 6076

พฤหัส - อังคาร (ปิดทุกวันพุธ) 11:00 - 20:00

FB : oneounceforonion

 

SHOP HERE

ตลาดน้ำตลิ่งชัน

เสน่ห์ของตลาดน้ำตลิ่งชันแห่งนี้ นอกจากอาหารส่วนใหญ่จะอร่อยซื้อกินได้อย่างไม่ผิดหวัง และพ่อค้าแม่ค้าลุงป้าที่เป็นกันเองแล้ว ความที่ไม่ประดิษฐ์ก็ทำให้การมาเดินเล่นช้อปของกินที่นี่สบายอารมณ์เป็นพิเศษ ร้านค้าส่วนมากในตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นคนในพื้นที่ที่ค้าขายในตลาดแห่งนี้มานาน ลงมือทำสินค้ามาขายด้วยตัวเอง ซึ่งก็เป็นวิถีชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ริมน้ำละแวกนี้จริงๆ บ้างก็เอาผัก ผลไม้จากสวนที่ปลูกเองแบบปลอดสาร หรือผักริมรั้วมาขาย น้ำเต้าหู้-น้ำสมุนไพรเองก็มี ขนมไทยอร่อยๆ ก็มา อยากให้ลองมองหาหยกมณีกันให้ดี เพราะของที่ตลาดนี้เค้าอร่อยได้ใจ สะเดาน้ำปลาหวานปลาดุกนาย่างก็เด็ด กล้วยไม้เพาะเอง และต้นไม้นานาพันธุ์สำหรับคนชอบจัดสวน หรือถ้าใครอยากจะลองซื้อฟักข้าวไปทำอาหารเองที่บ้านก็หากันได้ที่นี่เช่นกัน หรือถ้าชอบดื่มด่ำบรรยากาศความตลาดน่ารักๆ ให้เลือกสั่งอาหารจากเรือหรือร้านต่างๆ มานั่งกินเลย เพราะที่นี่เค้ามีที่นั่งจัดไว้ให้ กินกันให้มือเลอะเต็มที่ได้อย่างไร้กังวล เพราะห้องน้ำที่นี่ค่อนข้างสะอาด อยู่ภายในตัวอาคารสำนักงานเขตตลิ่งชันที่ติดกัน

นอกจากการมาเดินช้อป ชิม ชิล ภายในตลาดน้ำบนริมตลิ่งกันแล้ว ที่นี่ยังมีไฮไลต์การท่องเที่ยวทางเรือหลากหลายโปรแกรมอีกด้วย ที่จะพาคุณไปชมวิถีชีวิตริมน้ำที่ยังคงเหมือนสต๊าฟไว้เหมือนในวันคืนเก่าๆ และแวะช้อปกันที่ตลาดน้ำใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น ‘ทริป 3 ตลาด’ นำเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำวัดบางสะพาน และตลาดน้ำตลิ่งชัน ซึ่งมีเพียงรอบ 09:30 น. รอบเดียวเท่านั้นต่อวัน โดยใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง หรือ ‘ทัวร์กล้วยไม้ ไหว้พระ ชมตลาด’ ที่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง หรือหากใครมีเวลาน้อยก็มีทริป 1 ชั่วโมงอีกหลายทริป อย่างเช่น ‘ทัวร์ชั่วโมงเดียวเที่ยวรอบเกาะ’ ซึ่งมีหลายรอบ เริ่มตั้งแต่ 12:00 – 16:00 น. และ ทัวร์สวนงูธนบุรี ที่จะล่องเรือย้อนแม่น้ำเจ้าพระยาตามเส้นทางในการเดินทัพสมัยกรุงธนบุรี และแวะเที่ยวสวนงู ซึ่งจะมีรอบเดียวในเวลา 13:00 น. ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้การเดินเล่นในตลาดเลย

 

Vogue picks : ควรมาถึงก่อนเที่ยง เพราะนอกจากจะไม่ร้อนมากแล้ว ตลาดยังไม่วาย คึกคักมีชีวิตชีวาน่าเดิน และมีของน่าสนใจให้เลือกช้อปเต็มที่ทุกแผง

-

ซอยชักพระ 17 แขวงคลองชักพระ (ติดกับสำนักงานเขตตลิ่งชัน)

เฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดเทศกาล  08:00 – 17 : 00

อ่านเพิ่มเติม:

  1. Go Near + Stay Here : หัวหิน + นานา - เยาวราช
  2. Go Near + Stay Here : อยุธยา + สยาม - สามย่าน
  3. Go Near + Stay Here : กาญจนบุรี + อารีย์ - พหลโยธิน
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล