Favourite 5 : Sunday Brunch

Favourite5 : SUNDAY BRUNCH

เพราะลันช์มันธรรมดาไป แล้วเบรคฟาสต์ก็ตื่นไม่ทัน ก็เพราะวันหยุดสุดสัปดาห์ใครก็อยากนอนเอกเขนกบนเตียงอีกสักหน่อย และบรันช์เท่านั้นที่สาวโว้กคู่ควร เราเลือกมื้อสายที่จะทำให้วันสบายของคุณถูกใช้อย่างคุ้มค่า และไม่ว่าคุณจะถูกปากหรือชื่นชอบอาหารสไตล์ไหน คัมภีร์บลันช์เล่มนี้ก็มีร้านที่เตรียมไว้ให้คุณไปลิ้มลอง โดยอาสาพาไปตะลุยกินด้วยยนตร์กรรมสุดหรู Mercedes-Benz E-Class E 350 e AMG Dynamic ถึงหน้าตาจะเท่บาดใจ แต่รับรองไปกับสาวๆได้ทุกที่แน่นอน ถ้าพร้อมแล้วขอเสียงสาวหมวยก่อนแล้วกัน เพราะร้านแรกเป็นสไตล์คลาสสิกแบบจีนย้อนยุค ! 

 

เฮี้ยะไถ่กี่

ที่ร้านเฮี้ยะไถ่เป็นอาหารเช้าแบบคลาสสิกในสภากาแฟ ร้านนี้ดูเผินๆ คล้ายกับเซ็ตฉากในหนังย้อนยุค ยิ่งพอเข้าได้เข้าไปนั่งจริงๆในร้าน ทั้งบรรยากาศ อาหารที่เสิร์ฟ ยิ่งทำให้มู้ดและโทนเวลาพากันมากินอาหารเช้าที่นี่มีความน่ารัก ที่หาไม่ได้จากที่อื่น แม้ปัจจุบันเฮี้ยะไถ่กี่จะมีอีก 4 สาขาที่แตกออกไปทำในแนวที่ร่วมสมัยมากขึ้น แต่เรายังคงอยากแนะนำให้มากันที่สาขาแรกแยกวิสุทธิ์กษัตริย์นี้มากที่สุดอยู่ดี เพราะเสน่ห์เดิมๆ ของที่นี่จะทำให้คุณได้รู้สึกย้อนคิดถึงตัวเองในวัยเด็ก

 

เดิมที เฮี้ยะไถ่กี่ เป็นร้านกาแฟโบราณ ที่เปิดมากว่า 60 ปี และดำเนินมาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว อาหารเช้าของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นอาหารชุดแบบฝรั่ง อย่างไข่ดาว แฮม ไส้กรอก ขนมปัง เป็นต้น แต่ไข่กระทะก็เป็นเมนูที่ขาประจำมักต้องสั่ง เสิร์ฟมาเป็นชุดกับขนมปังสอดไส้ อีกทั้งชาร้อนของที่นี่ก็เข้ากันดีกับบรรยากาศยามเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่มีรถราวุ่นวาย เป็นบรันช์ไทม์ที่เพลินได้อารมณ์ไปอีกแบบ 

 

Vogue picks : นอกจากชาและกาแฟโบราณแล้ว น้ำสมุนไพรอย่างน้ำกระเจี๊ยบ-พุทราจีน หรือหล่อฮั่งก้วย ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สดชื่นดีสำหรับคนที่ไม่ชอบเครื่องดื่มใส่นม

-

78/4 หัวมุมถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ และถนนประชาธิปไตย (ตรงข้ามร้านพูนสิน)
โทร : 02 629 1297

ทุกวัน  05:30 - 14:00

 

Morimoto’s weekend brunch

ดีกรีเชฟกระทะเหล็กฝั่งอเมริกาของ Iron Chef Morimoto ย่อมมาพร้อมความบรันช์ที่ไม่ธรรมดา เพราะบุฟเฟต์ของ Morimoto เป็นบุฟเฟต์สไตล์ a la cart ที่มีอาหารให้เลือกเกือบ 50 เมนู ทั้งจานซิกเนเจอร์ จานยอดนิยม ซูชิสไตล์ edomae และเมนูใหม่ตามฤดูกาลให้เลือกสั่งกันจานต่อจาน ทำสดใหม่ร้อนๆ อย่างซูชิก็จะปั้นมาใหม่เดี๋ยวนั้น ซาชิมิแล่สดชิ้นต่อชิ้นตามจำนวนที่สั่งสำหรับสายโลว์คาร์บ จานเรียกน้ำย่อย หอยนางรมสดๆ ซุป เมนคอร์ส เบอร์เกอร์วากิว ราเมง หลากหลายเลือกอร่อยกันได้เพลิน โดยเฉพาะชนิดปลาและวัตถุดิบทำซาชิมิและซูชิที่มีให้เลือกเป็นสิบ ที่สำคัญการค่อยๆ ออเดอร์จานต่อจาน ทำให้มีสติในการสั่งอาหารดี ไม่หยิบมาเยอะเกินไป

บุฟเฟต์สไตล์ Morimoto นี้ มีความญี่ปุ่นจัดแต่ไม่ญี่ปุ่นจ๋า เพราะถึงจะเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นแต่ก็มีทวิสต์ไม่จำเจในสไตล์ของตัวเอง และมีการแทรกเมนูที่อาจจะไม่ค่อยญี่ปุ่นนัก เพื่อเพิ่มความหลากหลาย อย่างเมนู Burrata Taco ความกรอบจากแผ่นแป้ง ไส้ฉ่ำมันชีสบูราต้า เคล้าซอสปริมาณกำลังดี และมะเขือเทศสด ให้รสสัมผัสสนุก และมีความกลมกล่อมสดชื่น ซึ่งด้วยความหลากหลายของเมนูนี่เอง ที่ทำให้หลายจานของที่นี่คนทุกวัย วัตถุดิบสดมีคุณภาพ พนักงานเอาใจใส่บริการดีมาก มีห้องส่วนตัว และโซนที่ให้เด็กๆ ได้วาดรูปเล่นสนุกๆ อีกด้วย

 

Vogue picks : แนะนำให้สั่งซุปกา duck dobimushi มาตัดสลับเพื่อความสดชื่น เพิ่มความคล่องคอระหว่างมื้อ และอย่าลืมจานสุดอร่อย Braised Gindara with ginger soy reduction ที่เนื้อปลาค็อดดำแสนจะสด ฉ่ำ มัน เต็มปากเต็มคำมาก

-

ชั้น 4 ตึกมหานคร คิวบ์ สีลม (Mahanakorn Cube)
โทร : 02 060 9099

ทุกเสาร์ - อาทิตย์ 11:30 - 14:30
FB : MorimotoBangkok


 

Sukhothai Hotel Bangkok

ถ้าจะให้พูดถึงซันเดย์บรันช์คุณภาพคับแก้ว ความหลากหลายของประเภทและชนิดอาหารนับไม่ถ้วนแล้ว ขอยกให้โรงแรมสุโขทัยเป็นตัวเลือกแรกๆ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ที่นี่ก็ยังคงรักษามาตรฐานของทั้งอาหารและการบริการไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา ด้านบรรยากาศเองถึงแม้จะอยู่ในโรงแรมระดับห้าดาว แต่กลับรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเองสบายๆ ทั้งจากพนักงานและแขกที่ร่วมบรันช์โต๊ะอื่นๆ

ด้านอาหารที่ไม่อยากให้พลาดจริงๆ คือซีฟู้ดสดๆ หอยนางรม 5 ชนิด เนื้อซี่โครงวากิวอบแบบซันเดย์โรสต์ ซุปล็อปสเตอร์ก็กลมกล่อมไม่เลี่ยนหรือเค็มโดด ฝั่งอาหารไทยก็ไม่น้อยหน้า ข้าวตังหน้าน้ำพริกปูหยอดหลนล็อปสเตอร์เพิ่มนิดๆ ได้รสชาติหวานมันเผ็ดชัดเจน สดชื่นและเคี้ยวสนุก อีกห้องถัดไปเต็มไปด้วยชีสกว่า 25 ชนิด และขนมหวาน ไอศกรีมอีกมากมาย

 

Vogue picks : อย่าพลาด Sticky date pudding ราดครีม และท้อปด้วยไอศกรีมรสที่ชอบ มันดีมาก หวานแต่ไม่ถึงขนาดจับใจความไม่ได้ รสสัมผัสนุ่มชุ่มโชกกำลังดี อุ่นๆเย็นๆ หรือใครชอบของหวานแบบมีแอลกอฮอล์พอแก้มระเรื่อ ต้องลอง A la minute flambé tiramisu ที่มีตัวเลือกสปิริตหลากหลาย แนะนำให้ลองแบบใส่ Chartreuse สปิริตจากสมุนไพรกว่า 30 ชนิดของฝรั่งเศส ที่จะทำให้คุณได้อินกับขนมชนิดนี้ ในแบบคอมบิเนชั่นใหม่ๆแน่นอน

Let’s talk

โว้กขอพาไปพูดคุยกับ Executive Pastry Chef Laurent Ganguillet (Chef Laurant) และ Executive Chef Thitisorn Amatasin (Chef Big) ผู้ควบคุมทิศทางห้องอาหารของ Sukhothai Hotel Bangkok

เล่าถึง Sunday Brunch ในแบบฉบับของโรงแรมสุโขทัยให้ฟังหน่อย

Chef Big : วัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่ ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เรียกว่าเป็นมื้อสายวันอาทิตย์สำหรับนักกินที่ไม่ควรพลาด! นักร้องเพลงแจ๊สเสียงดีระดับ Diva กับวงดนตรีเล่นสด ที่บรรเลงคลอไประหว่างมื้อก็ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เช่นกันครับ


 

จานไหนที่บ่งบอกความเป็น Sunday Brunch ของที่นี่ที่สุด

Chef Big : อาหารทะเลสดๆ หลากหลายประเภท และแน่นอนว่าหอยนางรมสดถึง 5 ชนิด ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตามาเพื่อมันจริงๆ และยังมี Slow Roast Wagyu Beef Prime Rib ที่จะแล่เสิร์ฟจานต่อจานตรงหน้า รวมถึง A la minute flambé lobster bisque with Pernod ที่ต้องสั่งกันทุกโต๊ะเลยทีเดียว


Chef Laurant : ชีสที่มีมากกว่า 25 ชนิด! รวมถึง Swiss Raclette ที่จะเบิร์นให้ละลาย แล้วขูดราดกันต่อหน้าอีกด้วย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็ Chocolate Truffle หลายรส กับของหวานที่มีให้เลือกกันอีกนับไม่ถ้วน

 

การใช้วัตถุดิบไทยๆ ในการทำขนมแบบตะวันตกยากหรือมีอุปสรรคในการเอามาผสมรวมกันให้ได้ออกมาเป็นจานที่พอใจหรือไม่

Chef Laurant : พยายามคิดว่าไม่ยาก เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ตัวเอง และทีมได้ลับฝีมือ ชอบเอาของไทยมาลองทวิสต์ให้ไปกันได้กับขนมแบบตะวันตกมากกว่า

ถ้าเป็น street food ของเมืองไทยล่ะ เชฟมีร้านโปรดหรือไม่

Chef Laurant : ร้านแรกเลยคือข้าวต้มปลา หัวมุมริมถนนจันท์ ตัดกับเจริญกรุง

และอีกร้านเล็กๆ บนถนนตก ตรงข้างซอยเจริญกรุง 109 (ที่เชฟไม่ยอมเปิดเผยว่าขายอะไร)


ถ้าเมืองไทยมีรสชาติของตัวเอง ในความคิดของเชฟที่นี่น่าจะมีรสคล้ายเมนูอะไร หรือวัตถุดิบชนิดไหนมากที่สุด

Chef Laurant : คิดว่ารสชาติน่าจะมีความสไปซ์ชัด สมุนไพรเพียบ และเปรี้ยวอมหวานแบบมะขามเปียก!

-

13/3 ถ.สาทรใต้ 
โทร : 02 344 8888

อาทิตย์ 12:00 - 15:00
www.sukhothai.com


 

Wanderlust Coffee & Eatery

ภายในตึกแถวเก่าที่ปรับปรุงใหม่ในเยาวราชร้านนี้ เป็นการรวมกันของ 2W Bangkok (โฮสเทล) และร้าน Wanderlust Coffee & Eatery คาเฟ่สไตล์เมลเบิร์น เน้นเสิร์ฟบรันช์ เมนูของที่นี่อาจมีลิสต์ไม่ยาวนัก แต่ก็พอมีตัวเลือกคาวหวานให้ตามสมควร มีเมนูที่เหมาะทั้งกับคนชอบกินแบบหนักๆ อยู่ท้อง และสายเฮลท์ตี้กินคลีน ในบรรยากาศที่ไม่มีพิธีรีตองอะไร ชิลๆ สบายๆ ในบางช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาเช็คอินพร้อมกัน และในร้านก็มีแต่ลูกค้าชาวต่างชาติ ให้ความรู้สึกประหนึ่งนั่งอยู่ในคาเฟ่เก๋ๆ ที่เมลเบิร์น

นอกจากอาหารแล้ว กาแฟของที่นี่คืออีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ที่ร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟจากเชียงใหม่และผสมจนได้เป็นเบลนด์เฉพาะของ Wanderlust เอง อยากให้ลอง The Metro (เอสเพรสโซ่ ผสมน้ำส้มและโทนิค) ที่กลิ่นหอมของกาแฟกับเปลือกส้มพาให้สดชื่น จิบแรกๆ จะได้รสหวานนำ ปล่อยให้น้ำแข็งละลายสักนิดจะดื่มสบายได้รสที่บาลานซ์ขึ้น หอมหวานเย็น ตบด้วยรสขมมันตอนท้าย แต่ถ้าใครชอบกาแฟดริป เค้าก็มีเมล็ดพิเศษน่าสนใจที่จะสับเปลี่ยนเวียนให้มาลองเลือกชิมกันเรื่อยๆ อีกด้วย

 

Vogue picks : สลัด tomato, cucumber, onion balsamic dressing คือรสชาติแห่งความเฮลท์ตี้ สุขภาพดีที่คุณรู้สึกได้ตั้งแต่คำแรก

-

149 - 151 ถ.พระรามสี่ ป้อมปราบศัตรูพ่าย
โทร : 083 046 8647

จันทร์ - อังคาร  08:00 - 20:00

พุธ  08:00 - 20:30

พฤหัสบดี - อาทิตย์  08:00 - 22:00
FB : onederlust

 

The Great Kabab Factory

อินเดียนสไตล์บรันช์ ในบรรยากาศสบายๆ ห้องกระจกเพดานสูงโปร่งสว่างตา ที่ The Great Kabab Factory เป็นแบบเซ็ตเมนู ที่คุณสามารถเลือกสั่งแบบเซ็ตเนื้อสัตว์ หรือเซ็ตมังสวิรัติได้ และเลือกอาหารเรียกน้ำย่อย จานหลัก และของหวานได้ตามชอบ (โดยในช่วงดินเนอร์จะเป็นแบบเสิร์ฟไม่อั้น และมีลิสต์อาหารให้เลือกมากกว่า) ซึ่งความพิเศษของที่นี่คือมีสูตรเคบับกว่า 450 ชนิด! แต่เฉพาะบางเมนูเท่านั้นที่จะถูกเลือกใส่ไว้ในเมนูของแต่ละวัน เพราะที่นี่เปลี่ยนเมนูกันแบบรายวัน

The Great Kabab Factory เสิร์ฟอาหารอินเดียนจากทางตอนเหนือ ที่เข้มข้นหอมกลิ่นสไปซ์ชัด วัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติอร่อยกลมกล่อม และนำเสนอได้สวยงามต่างไปจากอาหารอินเดียนที่เราคุ้นเคย แน่นอนว่าที่นี่โฟกัสการปรุงอาหารด้วยวิธีเสียบไม้ย่างในเตาทันดูร์ ที่เรียกว่าเคบับ หรือกะบับตามชื่อร้าน ผ่านการหมักจนเครื่องเทศซึมเข้าเนื้อเข้มข้นและนุ่มลิ้นเมื่อถูกย่าง นอกจากจานเคบับ อาหารประเภทอื่นๆ เช่นข้าวบริยานี และแกงแบบอินเดียนก็มีให้ลองอีกหลายเมนูเช่นกัน ในขณะที่เมนูมังสวิรัติหลายเมนูอร่อยจนลืมจานที่มีเนื้อสัตว์ไปเลย และไม่ใช่ที่นี่จะมีแต่เซ็ตเมนูให้เลือกเท่านั้น เพราะหากคุณอยากลองเลือกเมนูอื่นๆนอกเหนือเซ็ต ก็สามารถสั่งเป็น a la cart ได้เช่นกัน

 

Vogue picks : อยากให้ได้ลอง Haryali Phool-E-Gulistan ที่เป็นบร็อคโคลี่หมักในชีสและครีมก่อนนำไปย่างในเตาทันดูร์ เมนูนี้ถึงแม้ไม่มีเนื้อสัตว์ แต่รับรองจะหยุดไม่อยู่กับความหอมเค็มมันของชีสและครีมที่ผ่านการย่างจนเกรียมไฟนิดๆ และได้ความหวานจากตัวบร็อคโคลี่เบาๆ

-

ชั้น G โรงแรม Majestic Grande สุขุมวิทซอย 2

โทร : 02 262 2999

ทุกวัน  11:00 - 23:00

อ่านเพิ่มเติม:

  1. Favourite 5: Not your Average Bar
  2. Go far + Stay Here : สงขลา + เสาชิงช้า - ท่าเตียน
  3. Favourite5 : Get Fit
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล