WATCHES & JEWELLERY

ทำไมนาฬิกา Royal Oak Concept Flying Tourbillon โมเดลใหม่จึงต้องเป็นอัญมนีหลากสี

โมเดลรุ่นใหม่ที่เฉลิมฉลองให้กับความสามารถของช่างทำนาฬิกาและนักออกแบบเครื่องประดับ

หลายคนคงชื่นชอบและคุ้นเคยนาฬิกาจาก Audemars Piguet เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Royal Oak, Millenary ไปจนถึง CODE 11.59 แต่ถ้าจะพูดถึงอีกหนึ่งรุ่นที่เป็นดั่งถ้วยรางวัลที่รวบตึงเอาทุกความเชี่ยวชาญการทำนาฬิกาและการทำเพชรเข้าไว้ด้วยกันแล้ว ต้องยกให้โมเดลล่าสุด Royal Oak Concept Flying Tourbillon เฉดสีใหม่ที่โดดเด่นด้วยเหล่าอัญมณีหลากสีสันทรงคุณค่า

 

ถือเป็นการต้อนรับการกลับมาของนาฬิกาเรือนหรู หนึ่งในครอบครัว Royal Oak Concept อย่างรุ่น Royal Oak Concept Flying Tourbillon นับจากรุ่นที่มีการใช้เทคนิคฟรอสต์ โกลด์ (Frosted Gold) เพื่อให้ตัวเรือนเกิดเอฟเฟกต์ส่องประกายระยิบระยับ ก้าวสู่โมเดลล่าสุดกับดีไซน์ที่เป็นอัญมนีหลากสีสันสะท้อนแสงเงางาม โมเดลรุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นจากไวท์โกลด์และพิ้งค์โกลด์ พร้อมเติมแต่งรายละเอียดระยิบระยับด้วยเพชรและอัญมณีหลากสีสัน ที่นอกจากจะเพิ่มความพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว การเลือกใช้อัญมณีเหล่านี้ยังเป็นการเชิดชูทักษะและความเชี่ยวชาญการทำนาฬิกาของแบรนด์ รวมถึงยกย่องการออกแบบเครื่องประดับชั้นสูง (Haute Joaillerie) ที่เข้ามามีส่วนร่วมในผลงานชิ้นนี้อีกด้วย กลายเป็นโมเดลอีกหนึ่งรุ่นที่มีความซับซ้อนและเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูง เนื่องจากฝีมือและความพิถีพิถันในการเจียระไน ขัดเงา และตกแต่งอัญมณีให้มีรูปทรง Baguette-cut และ Brilliant-cut รวมไปถึงการเลือกชนิดของอัญมณี สีสัน ไปจนถึงความแตกต่างระหว่างเฉดสีของอัญมณีนั้นต้องใช้ความแม่นยำที่สูงมาก

Royal Oak Concept Flying Tourbillon 2 เรือนแรกมาพร้อมโมเดลที่ดีไซน์ขึ้นด้วยอัญมณีสีรุ้ง โดยใช้อัญมณีหลากสีทั้งหมด 12 ชนิด ทับทิม ซาโวไรต์ (Tsavorite) มรกต บุษราคัม แทนซาไนต์ (Tanzanite) อเมทิสต์ (Amethyst) และแซฟไฟร์หลากสี ซึ่งทั้งหมดจะได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันที่สุด เพื่อให้ได้เฉดสีที่ใสและสมบูรณ์แบบมากที่สุด จากนั้นช่างผู้เชี่ยวชาญจะจับเรียงอัญมณีเหล่านั้นเพื่อไล่เฉดสีให้เกิดขึ้นเป็นสีรุ้งงดงาม ยังถือเป็นการช่วยขับเน้นรูปทรงเรขาคณิตของขอบและตัวเรือนนาฬิกาให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยนาฬิกาสีรุ้งโมเดลแรกมาพร้อมตัวเรือนและหน้าปัดประดับด้วยเพชร ส่วนขอบตัวเรือนสีรุ้งจะประดับด้วยอัญมณีที่เจียระไนทรงบาเก็ต และอีกหนึ่งเรือนประดับด้วยอัญมณีหลากสีที่เจียระไนเป็นทรงบริลเลี่ยน

สำหรับโมเดลรุ่นที่ประดับด้วยแซฟไฟร์สีฟ้ามีด้วยกัน 4 รุ่น ซึ่ง 2 รุ่นแรกเป็นโมเดลที่ประดับด้วยแซฟไฟร์สีฟ้าเจียระไนทรงบาเก็ต โดยแซฟไฟร์แต่ละเม็ดจะถูกเจียระไนให้เกิดร่องเล็กๆ อย่างประณีต เพื่อสามารถวางลงบนรางที่ซ่อนอยู่บนขอบตัวเรือนได้อย่างแนบสนิท ซึ่งการเจียระไนแบบนี้ทุกเหลี่ยมมุมต้องมีความสมมาตรและสมบูรณ์อยู่ในระนาบเท่ากัน และยังเพิ่มความท้าทายให้กับชิ้นงานมากยิ่งขึ้น เมื่อโมเดลรุ่นนี้มีการไล่เฉดของสีน้ำเงินเพื่อความสวยงามยามสะท้อนแสงอีกด้วย ในขณะที่อีก 2 รุ่นแซฟไฟร์สีฟ้าถูกเจียระไนขึ้นเป็นทรงบริลเลี่ยน ที่ก็ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเพื่อให้ทุกเหลี่ยมมุมนั้นสมมาตรกันอย่างสวยงามด้วยเช่นกัน



WATCH




นอกจากดีไซน์ประดับอัญมณีที่สะท้อนถึงทักษะการทำแล้ว นาฬิการุ่นนี้ยังคงกลไกความซับซ้อนและความเชี่ยวชาญการสร้างสรรค์นาฬิกาตามสายเลือดของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งการเผยให้เห็นถึงบาร์เรลกลไกโอเพนเวิร์ค (Openworked barrel) ของคาลิเบอร์ 2951 บริเวณตำแหน่ง 11 นาฬิกา รวมไปถึงกลไกฟลายอิ้ง ตูร์บิญอง บริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา กับความสามารถในการต้านทานผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงเพื่อความแม่นยำของนาฬิกา ซึ่งกลไกนี้ก็ยังประดับด้วยอัญมณีเช่นเดียวกัน

 

เหตุผลที่ Royal Oak Concept Flying Tourbillon โมเดลใหม่นี้ต้องประดับประดาไปด้วยอัญมณีหลากสีก็เพื่อบอกเล่าความเชี่ยวชาญของเหล่าช่างฝีมือ และความสามารถของงานออกแบบเครื่องประดับที่ทั้งสองฝ่ายสามารถผสมผสานงานคราฟต์เหล่านั้นให้ได้ชิ้นงานที่ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และยังถือเป็นการเพิ่มหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ได้อย่างสมเกียรติอีกด้วย นาฬิกาโมเดลนี้จึงถือเป็นการเติมสีสันและความมีชีวิตชีวาให้กับคลังนาฬิกาของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ได้อย่างงดงาม และโว้กไม่พลาดนำเบื้องหลังงานคราฟต์ของนาฬิการุ่นนี้มาฝากแฟนๆ ให้ชมกันที่ด้านล่างนี้

WATCH