Louis Vuitton Menswear Spring/Summer 2024
RUNWAY

Pharrell Williams กับโชว์แรกที่ Louis Vuitton ตอกย้ำแนวทางของแบรนด์ที่เป็นมากกว่าแค่แบรนด์แฟชั่น!

ขอต้อนรับสู่ยุคใหม่ของ Louis Vuitton ฝั่งผู้ชาย กับคอลเล็กชั่นแรกของ Pharrell Williams ที่ลงทุนปิดสะพาน Pont Neuf เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉายา 'ลูกชายขององค์ฟาโรห์' ของเขานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น! #LouisVuitton #LVMenSS24

     Pharrell Williams ดีไซเนอร์หัวเรือใหญ่คนใหม่ของ Louis Vuitton ฝั่งผู้ชาย นำเสนอคอลเล็กชั่นแรก ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 2024 ณ สะพาน Pont Neuf กรุงปารีส เปิดประเดิมปารีสแฟชั่นวีก กับการนำเอาอัตลักษณ์และตัวตนของฟาเรลล์ วิลเลียมส์ มาตีความใหม่และใช้ในงานดีไซน์อย่างจริงจัง

     สำหรับคอลเล็กชั่นแรกของฟาเรลล์ วิลเลียมส์ ในฐานะดีไซเนอร์เต็มตัวที่หลุยส์ วิตตอง นี้ เริ่มต้นจากการหยิบจับเอาลวดลายเอกลักษณ์ของเมซงอย่าง Damier 8 bit มานำเสนอใน 2 รูปแบบหลักคือ ลวดลายตารางหมากรุก Damier ในหลากสีสัน และการรื้อสร้างปรับเปลี่ยนให้เกิดความร่วมสมัยในรูปแบบ Pixels ปรากฏอยู่ทั้งบนชิ้นเสื้อผ้า และแอ็กเซสเซอรี่กระเป๋า พร้อมกันนั้นยังมีลายพิมพ์ Pixels ทิวทัศน์, ลวดลาย Camouflage ในรูปแบบตาราง Pixels, ลวดลาย Tie-Dye รวมไปถึงลายพิมพ์ LVovers vuitton ที่โดดเด่น

     ในส่วนของซิลูเอตงานออกแบบฟาเรลล์ วิลเลียมส์ ยังคงผสมผสานดีเอ็นเอกลิ่นอายความเป็นสตรีต และคัลเจอร์ด้านเพลงฮิปฮอปลงไปในงานออกแบบชัดเจน ทว่ายังคงงานออกแบบเทเลอริ่งเนี้ยบกริบที่มีลูกเล่นมากขึ้นเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมทั้งการนำเสนอแมตทีเรียลแปลกตา รวมไปถึง Epi Leather และการคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอแบรนด์อย่างกระเป๋ารุ่น Trunk ลวดลายคลาสสิก และ Camouflage Pixels ที่ถูกนำมาโชว์ในครั้งนี้ด้วย สะท้อนจุดเชื่อมต่อระหว่างอดีตและอนาคต

     อนึ่ง โชว์คอลเล็กชั่นปฐมฤกษ์นี้ของฟาเรลล์ วิลเลียมส์ ที่หลุยส์ วิตตอง ที่เพิ่งจบลงไปนั้นคือคำตอบของข้อกังขาถึง "ความเหมาะสม" ในการเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ที่ถูกตั้งคำถามจากคนหลายกลุ่มตลอดเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมาแล้วว่า ฟาเรลล์ วิลเลียมส์ สามารถที่จะเริ่มวางรากฐานสู่อนาคตให้กับเสื้อผ้าผู้ชายของหลุยส์ วิตตอง ต่อจากยุุคของ Virgil Abloh ให้เกิดขึ้นจริงได้ ด้วยการแสดงให้เห็นว่า หลุยส์ วิตตอง นั้นเป็นมากกว่าเป็นที่โอบรับเอาแค่งานดีไซน์แฟชั่นหรือเครื่องหนัง แต่ยังแผ่ขยายพื้นที่ออกไปสู่หนแห่งของคัลเจอร์ ศิลปะ เพลง ดนตรี และกลุ่มเซเลบริตี้ ที่ได้ชัดเจนไล่เรียงมาตั้งแต่แขกฟรอนต์โรว์คนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Beyonce, Rihanna, Zendaya, Kim Kardashian และอีกมากมาย รวมไปถึงนายแบบบนรันเวย์ที่สะท้อนคอนเซปต์ Diversity ทั้งหนุ่มเอเชียนและพลัสไซซ์ หรือกระทั่งไฮไลต์สำคัญอย่างโมเมนต์โชว์มินิคอนเสิร์ตระหว่าง ฟาเรลล์ และ Jay-Z ที่ทำเอาหลายคนเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กัน ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือรสชาติอันกลมกล่อมระหว่างคัลเจอร์และแฟชั่นที่น่าสนใจในโชว์ครั้งนี้

     ไม่อาจทาบทับหรือเปรียบเทียบกับยุคของเวอร์จิลผู้ล่วงลับได้ ทว่ายุคของฟาเรลล์ที่เพิ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการได้เพียงแค่หนึ่งคืนนั้น ก็นับว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยในความรู้สึกของใครหลายคน และแม้ว่าคอลเล็กชั่นแรกจะไม่ใช่คำตอบของทุกอย่างในอนาคต แต่เพียงแค่คอลเล็กชั่นเดียวคอลเล็กชั่นนี้ ที่ผสานเอาตัวตนของฟาเรลล์และตัวตนของหลุยส์ วิตตอง ไว้ด้วยกันบนรันเวย์เดียวกันได้ขนาดนั้น ก็นับว่าน่าติดตามต่อไม่น้อย อีกทั้งยังตอกย้ำอีกว่า ประโยคสั้นๆ ที่ฟาเรลล์ใช้อธิบายตัวเองเล่นๆ บนหน้าไบโอไอจีส่วนตัวที่ว่า "SON OF A PHARAOH" หรือ "ลูกชายของฟาโรห์" นั้น ไม่ใช่เรื่องเกินจริง...

ภาพ : Daniele Oberrauch / Gorunway.com

WATCH