Vogue Scoop Lingerie War
LIFESTYLE

'Lingerie War' เมื่อแบรนด์ชุดชั้นใน Victoria's Secret คืนชีพกลับมาสู้กับ Savage x Fenty แบบตาต่อตา

#VogueScoop ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม การกลับมาของ Victoria's Secret คือการประกาศสงครามชุดชั้นในต่อ Savage x Fenty แล้วอย่างเป็นทางการ พร้อมทวงคืนพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดให้กลับมาเป็นของตน เพื่อความหวังสูงสุดของการกลับมาเป็นที่หนึ่งของวงการแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในให้ได้

     เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม 2023 ที่ผ่านมา หนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญที่คนแฟชั่นตั้งตารอคอยมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในชื่อดังอย่าง Victoria’s Secret หลังจากที่ห่างหายจากการจัดแฟชั่นโชว์ไปนานเกือบ 5 ปี เนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรเป็นพิษ อีกทั้งแนวคิดเรื่องความหลากหลายและความงามของแบรนด์ที่แสนจะเชยบรมจนตามโลกไม่ทัน นั่นเองจึงกลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับไปเล่นงานแบรนด์จนล้มไม่เป็นท่าอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะตั้งใจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และหวังใจว่าจะกลับมาผงาดอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะของแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในที่กินส่วนแบ่งในตลาดโลกแฟชั่นมากที่สุดอันดับหนึ่ง ด้วยโปรเจกต์วิดีโอรันเวย์ The Tour ’23 ที่ลงทุนโละ ‘นางฟ้าวิกตอเรีย’ หลายชีวิต พร้อมดึงเอานางแบบผิวดำ พลัสไซซ์ และเอเชียเข้ามาแทนที่ หวังล้างภาพจำประเด็นความหลากหลายที่เคยเป็นจุดอ่อนให้สิ้นซาก

     ทว่ากระแสที่ได้กลับมาดูจะไม่เป็นดั่งหวัง เพราะแม้ว่า Victoria’s Secret จะลงทุนจัดงานเปิดตัวภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหม่ด้วยความโอ่อ่า แต่กระแสของรันเวย์โชว์ทางสตรีมมิ่งก็ไม่ได้กระเตื้องตามเม็ดเงินจำนวนมากที่แบรนด์อุตส่าห์ลงทุนจ่ายออกไปเพื่อแลกกับความหวังที่อยากจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม การกลับมาลงสนามธุรกิจแฟชั่นชุดชั้นในอีกครั้งของ Victoria’s Secret เพื่อขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งนั้นดูจะไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนหน้านี้อีกต่อไป เพราะระหว่างที่ Victoria’s Secret หายไปจากวงการ ศิลปินหญิงนักธุรกิจอย่าง Rihanna ก็ได้กรุยทางสร้างตัวเลือกใหม่ให้กับคนแฟชั่น ด้วยแบรนด์ Savage x Fenty แบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในที่มาพร้อมกับแนวคิดหลักเรื่อง ‘ความหลากหลาย’ ทั้งไซซ์ เพศ และสีผิว ซึ่งนั่นเองที่ทำให้ Savage x Fenty กลายมาเป็นหมากตัวเปลี่ยนเกมบนกระดานแข่งขันของเหล่าแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในทั่วโลก ให้หันมาตระหนักเรื่องความหลากหลาย และยังเป็นดั่งคลื่นซัดลบความทรงจำเกี่ยวกับ Victoria’s Secret ในห้วงความคิดของใครหลายคน ให้หายไปทีละน้อยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นเรื่องยากแสนเข็ญของ Victoria’s Secret ที่จะกลับมาผงาดอีกครั้งในวงการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

     ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแนวทางการทำงานของทั้งสองแบรนด์ในเวลานี้แทบจะกลายเป็นแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแนวคิดใหญ่ในการทำงานอย่างเรื่องของความหลากหลาย ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้ Savage x Fenty นั้นได้เปรียบ เนื่องจากแน่วแน่มาตั้งแต่ต้น ทว่าในฝั่งของ Victoria’s Secret ที่แม้ว่าจะเสียเปรียบเรื่องแนวคิดความหลากหลาย เพราะเพิ่งคิดได้เมื่อไม่นานมานี้ ทว่าในเชิงประวัติศาสตร์ของแบรนด์บนหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมบันเทิงและแฟชั่น ก็ต้องบอกว่า Victoria’s Secret นั้นกินขาดอย่างราบคาบ ซึ่งเมื่อว่ากันตามจริงแล้ว แบรนด์ Victoria’s Secret นี้เองที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจให้กับแบรนด์ชุดชั้นในตามมาหลายแบรนด์ด้วยซ้ำ

     อนึ่ง ในมิติของธุรกิจและยอดติดตามบนโลกโซเชียลมีเดียนั้น ในฝั่งของ Victoria’s Secret มีการย้ำถึงความสำเร็จด้านรายได้ในช่วงปี 2020 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่มีข่าวสุดอื้อฉาวในองค์กร (ถูกขุดคุ้ยโดย The New York Times สื่อชั้นนำ) โดย Martin Waters ซีอีโอขององค์กรในเวลานั้นเผยถึงรายได้ประกอบการกว่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งในตลาดชุดชั้นในสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 1 ใน 5 ซึ่งนับว่าสูงเป็นอันดับต้น พ่วงมาพร้อมกับการเป็นแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในที่มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมมากที่สุดในโลก ซึ่งมีผู้ติดตามอยู่สูงถึง 76.2 ล้านบัญชีในเวลานี้ ในขณะที่ทางฝั่งของ Savage x Fenty ก็เติบโตทัดเทียมด้านธุรกิจแบบไม่ทิ้งเงา โดยตามอ้างอิงจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า Savage X Fenty ทำงานร่วมกับธนาคารต่าง ๆ รวมถึง Goldman Sachs และ Morgan Stanley ซึ่งเป็น 2 สถาบันทางการเงินระดับโลก ในการวางแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ เสนอขายหุ้นแก่ประชาชน (IPO) ซึ่งอาจจะทำให้มูลค่าบริษัทสูงถึง 99,840 ล้านบาท ในระยะเวลาก่อตั้งแบรนด์เพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้ และจะกลายเป็นอีกโจทย์สำคัญที่ Victoria’s Secret ต้องตีคู่แข่งให้แตกโดยเร็ว

     กระนั้นคนที่ได้กำไรมากที่สุดของการลงสนามแข่งขันกันอย่างเข้มข้นของสองแบรนด์แฟชั่นชุดชั้นในนี้ก็คือ กลุ่มลูกค้าและคนแฟชั่น ไม่หนีไปไหนจากนี้ การแลกกันแบบหมัดต่อหมัด อย่างแคมเปญ Savage x Maternity ที่ต่อยอดมาจากตอนที่ริฮันน่าตั้งครรภ์จนเกิดเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ ก็ท้าชนพอดีกับไวรัลแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret คอลเล็กชั่น VS & PINK Adaptive เพื่อผู้พิการทางร่างกายใน TikTok ซึ่งช่วยสร้างแรงกระเพื่อมให้ตลาดแฟชั่นแบรนด์ชุดชั้นในกลับมาคึกคักอีกครั้ง

     แม้ว่าดีไซน์การออกแบบจะแตกต่างอย่างชัดเจน อีกทั้งกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มที่มีสไตล์การแต่งตัวที่แตกต่างกันจะยังไม่ได้ยื้อแย่งกันโดยตรง ทว่าทั้งแฟชั่นโชว์วิดีโอที่ถ่ายทอดสดผ่านสตรีมมิ่ง Prime Video เหมือนกัน หรือแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความหลากหลายเหมือนกัน ก็พอเดาได้แล้วว่าในอีกไม่กี่ซีซั่นข้างหน้านี้ Victoria’s Secret และ Savage x Fenty จะต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อต่อสู้กัน และแย่งพื้นที่ตลาดกันอย่างไม่ต้องสงสัย และเมื่อถึงตอนนั้นแหละที่เราจะได้รู้ว่า นางฟ้าวิกตอเรียที่เป็นดั่งทวยเทพประจำแบรนด์จะช่วยอะไรแบรนด์ได้บ้าง...



WATCH




ภาพ : จินาภา ฟองกษีร

WATCH