whitney houston
LIFESTYLE

ย้อนประเด็นสุดอื้ออึง ถ้าความหลากหลายได้รับการยอมรับแต่เริ่ม Whitney Houston คงไม่ด่วนจากไป

น่าเสียดายที่เธอคนนี้ไม่ได้มีโอกาสฝากผลงานเพลงไว้ให้เหล่าแฟนๆ ได้ฟังกันอีกแล้ว...

     เป็นเวลา 11 ปีแล้วที่อุตสาหกรรมเพลงได้ดำเนินไปโดยไร้ซึ่งเงาศิลปินดีว่าระดับตำนานที่ใครหลายคนต่างคิดถึงอยู่เสมออย่าง ‘Whitney Houston’ เจ้าของเพลงดัง อาทิ Saving All My Love For You, Where Do Broken Hearts Go และ I Will Always Love You ที่ถึงแม้ตัวเธอจะจากโลกนี้ไปแบบไม่หวนกลับแต่เสียงร้องและท่วงทำนองของผลงานเพลงยังคงตราตรึงในใจผู้ฟังไม่รู้ลืม จนอดคิดเสียดายไม่ได้ว่าถ้าวิตนีย์ยังมีชีวิตอยู่อย่างไรแล้วคงได้ปล่อยบทเพลงอันไพเราะอยู่เรื่อยๆ และคงไม่พลาดที่จะกวาดรางวัลใหญ่ต่างๆ อย่างที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ไว้มากมายเฉกเช่นในอดีตเป็นแน่

 

whitney houston

Whitney Houston และ Robyn Crawford / ภาพ: SF Cinema

     แน่นอนว่าอ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงไม่อยากย้อนไปถึงสาเหตุของการเสียชีวิตของวิตนีย์เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2012 สักเท่าไหร่เพราะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เสียใจ หรือแม้แต่สาเหตุการด่วนจากไปของเธอก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ทว่ามีอีกหนึ่งประเด็นที่แม้จะผ่านมาเนิ่นนานแต่คนก็พูดถึงกันอย่างหนาหูและมิอาจมองข้ามได้กับข่าวลือที่ว่า ‘วิตนีย์ ฮิวสตัน เลือกจบชีวิตตัวเอง เพราะไม่อยากรับปัญหาที่จะโถมกระหน่ำเข้ามาเพียงเพราะเธอเป็น “หญิงรักหญิง”’

     แม้วิตนีย์จะเคยผ่านการแต่งงานมาก่อนกับอดีตสามี Bobby Brown ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลงอาร์แอนด์บี ทว่าเขาคนนี้เองกลับเป็นคนเอ่ยปากว่าวิตนีย์มีความรู้สึกดีๆ ให้กับ Robyn Crawford เพื่อนสาวคนสนิทที่อยู่เคียงข้างวิตนีย์เสมอมาและทั้งสองรักกัน แต่ด้วยเหตุที่แม่ของวิตนีย์ก็เคยกล่าวไว้ว่าเธอรับไม่ได้ที่จะมีลูกสาวเป็นเลสเบี้ยน และคาดว่าสังคม(ในสมัยนั้น)อาจไม่เข้าใจเช่นกัน เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหญิงรักหญิงยังเป็นเรื่องที่ไม่ถูกยอมรับ ผู้คนปิดกั้นยิ่งกว่าชายรักชายเสียอีก นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันของความเป็นหญิงที่ถูกตีกรอบไว้โดยระบบสังคมอยู่เรื่อยมาจึงไม่ได้เป็นเรื่องเปิดกว้างดังเช่นในปัจจุบัน แน่นอนว่าสังคมจะมุ่งโจมตีมาที่เธอและครอบครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้หากเธอป่าวประกาศเพศของเธอที่เป็นอยู่ ไม่แน่ว่าสาเหตุนี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยของการเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้ก็ว่าได้

 

whitney houston

ภาพ: Los Angeles Times

     คำถามอยู่ที่ว่า “หากสังคมยอมรับเรื่องความหลากหลายทางเพศได้แต่แรก วิตนีย์คงไม่เลือกจบชีวิตตัวเองเช่นนี้ใช่หรือไม่” คำตอบที่แน่ชัดผู้เขียนคงไม่สามารถเอ่ยได้เพราะมิอาจรู้ถึงความจริงที่แน่นอน ทว่าหากปัจจัยนี้คือส่วนหนึ่งของการลาลับของวิตนีย์ ผู้เขียนมองว่าเป็นไปได้เพราะการที่คนๆ หนึ่งนั้นเป็นจุดสนใจของคนทั่วโลก การที่จะนำเสนอตัวตนที่แท้จริงของตัวเองนั้นไม่สามารถรู้ได้ว่าจะถูกใจทุกคนหรือไม่ หรือจะได้รับเสียงวิจารณ์อย่างไร หากเป็นเสียงข้างลบเสียส่วนใหญ่จะวางตัวในสังคมต่อไปอย่างไร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของตัวศิลปินเลยแม้แต่น้อย แต่หากผู้คนเปิดใจยอมรับความหลากหลายและยกเลิกพฤติกรรมการเหยียดหรือเบียดเบียนผู้อื่นเฉกเช่นสมัยนี้ (ที่อาจไม่รุนแรงเท่าสมัยก่อน) วิตนีย์ รวมถึงคนอื่นๆ ในกรณีเดียวกันคงกล้าที่จะยืนหยัดในสังคมและสร้างจุดยืนของตัวเองมากกว่านี้ เพราะอย่างไรแล้วเหล่าแฟนๆ ก็ต้องรักที่ตัวตนและผลงานอันมากคุณภาพที่เธอมอบให้มาแต่เริ่มอยู่ดี เรื่องนี้หวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์แก่ใครหลายคนให้หันมาลองเปิดใจว่าไม่ว่าจะเป็นใคร สถานะใด หรือเพศไหน หากเขาไม่ได้สร้างความเดือดร้อนหรือก่อความเลวร้ายจนเบียดเบียนคนอื่น เราควรให้เกียรติและประพฤติตัวให้เท่าเทียมเฉกเช่นเราเป็น ‘มนุษย์’ ด้วยกันเท่านั้นพอ จะได้ไม่พบกับจุดจบอันน่าเศร้าดั่งเช่นชีวิตของ “วิตนีย์ ฮิวสตัน” เช่นนี้...

 



WATCH




WATCH