หลังจากที่โลกใบนี้ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์โควิด-19 ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อเอาตัวรอด หนึ่งในหนทางที่หลายแบรนด์แฟชั่นในอุตสาหกรรมแฟชั่นเลือกใช้ ก็เห็นจะหนีไม่พ้นช่องทางดซเชียลมีเดีย ที่เมื่อนับมาถึงเวลานี้แล้วก็เป็นเวลาร่วมปีแล้วที่โลกแฟชั่นถูกโควิด-19 ผลักให้กระโจนเข้าไปเล่นแร่แปรธาตุในโลกออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ เพราะหากใครปฏิเสธที่จะยุ่งกับออนไลน์ในเวลานี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตายทางอ้อม ทว่าล่าสุดถ้าใครสักคนสังหรณ์และได้ลองค้นหาชื่อบัญชีอินสตาแกรมของแบรนด์ดังสัญชาติอิตาเลียนอย่าง Bottega Veneta แล้ว คุณก็จะพบแต่ความว่างเปล่าเท่านั้นที่เด้งขึ้นมา เพราะแบรนด์ได้ทำการลบบัญชีอินสตาแกรมทิ้งแบบไม่เหลือร่องรอยให้ตามหาอีกเลย...
แล้วอะไรกันที่ทำให้ Bottega Veneta ตัดสินใจลบฟุตพริ้นต์ในโลกออนไลน์ทิ้งอย่างไม่ใยดีเช่นนี้

จากรายงานของ Vogue Runway กล่าวไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า การหายตัวไปจากโลกออนไลน์ในครั้งนี้ของ Bottega Veneta ก็เนื่องมาจากอาจจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ของแบรนด์ที่ต้องการจะบอกลา (หรือคิดขบถต่อ) โลกสมมติแห่งนี้ แล้วพาตัวเองออกไปอยู่ในโลกความเป็นจริงสามมิติโดยสมบูรณ์แบบก็เป็นได้ ซึ่งโต้โผคนสำคัญที่มีสิทธิ์จะเป็นคนวางเกมกลยุทธ์สุดเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้ ก็คงหนีไม่พ้น Daniel Lee ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนล่าสุดของแบรนด์ ผู้ควบตำแหน่งดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งองค์กรแฟชั่นยักษ์ใหญ่อย่าง Kering ที่เคยมีประวัติทำงานใกล้ชิดกับ Phoebe Philo เมื่อครั้งที่ยังทำงานอยู่ที่ Celine ซึ่งเมื่อมองกลับไปในเวลานั้นแบรนด์ Celine เองก็ยังแทบจะไม่มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ หรือปฎิสัมพันธ์ใดๆ กับโลกออนไลน์เลยแม้แต่น้อย (ก่อนที่จะเพิ่งมาลุยออนไลน์อย่างจริงจังในปี 2017 ที่ผ่านมา) เนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า Phoebe Philo ต้องการให้ร้านค้าบูติกกลายเป็น “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งสไตล์” อย่างแท้จริง (ไม่ต้องการให้โลกออนไลน์มาแย่งความศักดิ์สิทธิ์ของโลกแฟชั่นแบบดั้งเดิมไป) ประจวบเหมาะกับที่ครั้งหนึ่ง Daniel Lee ยังเคยเปรยไว้ว่า "เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เรียกว่า Digital Fashion Show แม้แต่นิดเดียว" นั่นจึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คาดการณ์ได้ว่า การที่ Bottega Veneta เลือกที่จะละทิ้งโซเชียลมีเดีย ไร้การอัพเดตจากทุกช่องทางเช่นนี้นั้น มาจากกระแสความคิดดังกล่าวก็เป็นได้
ไม่ต่างจากอีกหลายแบรนด์อย่าง Hermès ที่เหมือนว่าจะใช้กลยุทธ์คล้ายๆ กันนี้ (แต่ไม่ฮาร์ดคอร์เท่านี้) สร้างให้สินค้าของเขามีราคามากขึ้น ไม่เกร่อมากจนเกินไป อีกทั้งยังเป็นกลยุทธ์ที่ผลักให้คนต้องเดินตรงไปที่หน้าร้านบูติกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยสะกด เพื่อจะได้ดื่มด่ำมากกว่าชิ้นสินค้าบนพื้นหลังสีขาว แต่รวมไปถึงบรรยากาศที่หมายถึงโลกที่แบรนด์นั้นๆ ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อลูกค้าของเขาทุกคนอีกด้วย กระนั้นในโลกยุคโซเชียลมีเดียเช่นนี้ ประเด็นดังกล่าวก็ถูกตั้งคำถามกลับทันทีว่า การละทิ้งโลกออนไลน์ทั้งอินสตาแกรม เฟสบุ๊ก และทวิตเตอร์ในยุค 2021 นี้ ที่ผสมโรงไปด้วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ทำให้โลกแฟชั่นในชีวิตจริงต้องหยุดชะงักแบบนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงหรือไม่... ซึ่งนี่เองที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่แบรนด์สัญชาติอิตาเลียนแบรนด์นี้ต้องตั้งรับ และให้เหล่าสาวกแบรนด์ได้ติดตามกันต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะสำนักข่าวแฟชั่นอย่าง BoF (Business of Fashion) ยังได้รายงานเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการนำเสนอคอลเล็กชั่นพิเศษในชื่อ "Salon 01 London" เมื่อเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเพียงกลุ่มเซเลบริตี้คนพิเศษเท่านั้นที่ได้รับเชิญให้ร่วมเข้าชมคอลเล็กชั่นดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีคำตอบใดๆ ที่แน่ชัดจากทางแบรนด์ว่า สิ่งที่เหล่าสาวกแฟชั่นออนไลน์กำลังงงงวยอยู่ตอนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหม่หรือไม่อย่างไร อีกทั้งยังน่าจับตาต่อไปว่า เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ก็จะเข้าสู่แฟชั่นวีกประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2021 แล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลายแบรนด์ยังคงยืนยันที่จะนำเสนอคอลเล็กชั่นผ่านออนไลน์เช่นเดิม แล้ว Bottega Veneta ล่ะจะทำอย่างไร งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันแล้วว่า Daniel Lee จะมีเซอร์ไพรส์อะไรให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นหรือไม่...

Bottega Veneta พาหวนคืนสู่เมืองเวนิสในแคมเปญฤดูร้อน 2026 ตอกย้ำบทใหม่ภายใต้ 'Louise Trotter'

Bottega Veneta เผยแคมเปญ What Are Dreams ภาพยนตร์สั้นและซีรี่ส์ภาพถ่าย นำแสดงโดย 'Jacob Elordi'

วิเคราะห์ผลงานเดบิวต์ของ Louise Trotter ที่ Bottega Veneta ความสำเร็จของผู้หญิงในวงการแฟชั่น!

'ต้าเหนิง-กัญญาวีร์' ขึ้นแคมเปญระดับโลกของ BOTTEGA VENETA ฉลองครบรอบ 50 ปีมรดกงานคราฟต์!

