หนึ่งในเทรนด์สำคัญของโลกอุตสาหกรรมแฟชั่นในห้วงปีที่ผ่านมาที่โดดเด่นที่สุด คงหนีไม่พ้นคอนเซ็ปต์ Sustainability หรือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เริ่มต้นตั้งแต่การสร้างการตระหนักรู้และหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เรื่อยไปจนถึงการแก้ปัญหาแรงงานเบื้องหลังผู้ผลิตสินค้าในโลกแฟชั่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้ตั้งแต่เบื้องหลังจนถึงเบื้องหน้า ในช่วง 2-3 ปีนี้เราจึงได้เห็นแบรนด์แฟชั่นทั้งไทยและต่างประเทศ หันมาร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานที่ตระหนักรู้ถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผู้บริโภคยุคใหม่เองอย่างกลุ่ม Gen Z ที่ใช้สิ่งนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าอะไร และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นยังหมายรวมถึง PIAPATCHARA แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยผู้กรุยทางโลกแฟชั่นยุคใหม่กับคอนเซปต์การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
กระทั่งล่าสุดทางแบรนด์ยังได้ร่วมมือกับ SHOKUBUTSU ที่มีจุดยืนที่ชัดเจนในการเป็นแบรนด์ที่ใช้พลังจากธรรมชาติ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้ผิวและชีวิต ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลัก โดยคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งคุณภาพ พร้อมมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพที่ดีที่สุด และในครั้งนี้ SHOKUBUTSU ก็ยังได้ร่วมมือกับ PIPATCHARA ที่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความงาม แต่ยังร่วมกันรักษ์โลกไปพร้อมกัน เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการรักษ์โลกเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และทุกคนในสังคมสามารถช่วยกันทำได้ ด้วยการเริ่มสร้างแรงบันดาลใจ และสื่อสารให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานชุดแฟชั่นที่มีสไตล์และยั่งยืน จนเกิดเป็นคอลเล็กชั่นพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการนำฝาขวดพลาสติกครีมอาบน้ำโชกุบุสซึมาแปรรูป ผสมผสานจนเกิดเป็นชิ้นพลาสติกที่มีสีสันและลวดลายไม่เหมือนใคร ที่ประกอบด้วยทั้งชุดสวมใส่ และกระเป๋าทั้ง 3 ใบ ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเดียวในโลก โดยจะถูกนำไปจัดประมูล และรายได้ทั้งหมดจากการประมูลจะมอบให้แก่มูลนิธิสติ
โดย ‘เพชร-ภิพัชรา แก้วจินดา’ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ PIPATCHARA ยังให้สัมภาษณ์กับโว้กประเทศไทยเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจถึงผลงานกการ่วมมือครั้งนี้ว่า “เราเริ่มต้นจากการใช้ฝาพลาสติกคือเราเอาฝามาบดและเอามาหลอมขึ้นรูปใหม่ เพราะฉะนั้นเราก็จะสามารถทำให้ออกมาเป็นรูปร่างใหม่ๆ ได้ ซึ่งคอลเลคชั่นนี้เราใช้ฝาของครีมอาบน้ำ SHOKUBUTSU สีต่างๆ ซึ่งพวกเราเรียกเล่นๆกันในทีมว่าขนมชั้น เพราะสีชุดออกมาน่ารักเหมือนขนมชั้น แรงบันดาลใจมาจากการเพชรและทางแบรนด์ตั้งใจอยากทำให้เป็นงานให้มีคุณค่าต่อสังคมคือทำอย่างไรที่จะนำฝาเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรามองมุมเดียวกันว่าขยะเหล่านี้มันต้องไม่สูญเปล่า ต้องสร้างมูลค่าได้ เพราะฉะนั้นคอลเลคชั่นนี้เราเลยคิดสีออกมาใหม่โดยอิงจากสีของฝาขวดครีมอาบน้ำ เช่น สีออริจินัลจะเป็นสีชมพู 100% เราก็มาผสมให้มันออกพาสเทลหน่อย และโชกุบุสสึเป็นครีมอาบน้ำที่มีกลิ่นหอม เพชรเลยอยากดีไซน์ชุดที่ดูลุคหวานหน่อยแต่หวานจนเกินไป อยากให้ดูเท่นิดๆ เพชรอยากฝากว่าเรื่องของความยั่งยืนเป็นเรื่องของเราทุกคน ถ้าเราตั้งใจทำสิ่งนี้อย่างจริงจัง มันจะกลายเป็นนิสัยไปโดยปริยายและสิ่งที่เราทำจะไม่หายไปไหน จะสามารถนำไปต่อยอดได้เสมอ คอลเลคชั่นนี้เพชรอยากให้เป็นสิ่งที่แสดงถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เรามาทำงานร่วมกัน กับทางโว้กเองซึ่งเห็นคุณค่าในสิ่งเหล่านี้ เพชรคิดว่าเรื่องความยั่งยืนเราต้องทำไปด้วยกัน เราถึงจะไปได้ไกลและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้”
ทว่า ยังไม่จบแค่นั้น เพราะครั้งนี้ผลงานคอลเล็กชั่น PIPATCHARA x SHOKUBUTSU ยังถูกนำมาถ่ายทอดผ่านแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษ บนปกนิตยสารโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนตุลาคม 2025 ที่ได้ ‘ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์’ แบรนด์แอมบาสเดอร์โชกุบุสซึ และเป็นหนึ่งในตัวแทนผู้หญิงมากความสามารถที่ต้องการเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญในประเด็นเรื่องความยั่งยืนอีกด้วย...

VOGUE: ไม่ได้เจอกันนาน อัปเดตชีวิตของญ่าในช่วงนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม
Yaya: ญ่ากำลังจะมีหนังและละครซึ่งน่าจะได้ชมกันปีหน้า และก็แน่นอนว่าทุกคนทราบดีอยู่แล้วคือการเตรียมตัวเป็น A BRIDE! (ตะโกนและหัวเราะเสียงดัง)
VOGUE: วันนี้ญ่ามาถ่ายปกกับโว้กอีกครั้ง อยากให้ช่วยเล่าคอนเซ็ปต์การถ่ายทำในวันนี้
Yaya: วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ญ่ารู้สึกว่าดีเลยค่ะ จริงๆ ไม่ได้พี่ณัฐ (ณัฐ ประกอบสันติสุข) และก็ไม่ได้เจอพี่ปุ๊ก (จงกล พลาฤทธิ์) นานพอสมควร ญ่าเคยพูดหลายรอบแล้วแต่ญ่าอยากพูดอีกว่าญ่ายังคงรู้สึกโว้กเป็นหนังสือที่แบบ “ทุกคน” อยากขึ้นปกอยู่แล้ว เหมือนเป็นความฝันของเหล่านางแบบ เพราะฉะนั้น วันนี้เรามาถ่ายปกอีกก็แฮปปี้ (ยิ้ม) ชวนหนูมาบ่อยๆ ได้นะคะ
VOGUE: ธีมใหญ่ของโว้กเล่มนี้เป็นคอนเซ็ปต์ว่า Women NOW ซึ่งเราอยากคุยกับผู้หญิงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงจากหลายวงการ ในส่วนของญาญ่า ทางทีมงานก็มองว่าญ่าเป็นหนึ่งคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการบันเทิงไทย อยากทราบมุมมองของญาญ่าเกี่ยวกับการทำงานในวงการนี้
Yaya: ญ่าคิดว่ายุคสมัยนี้การที่เรามีสื่อกลางเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ประสบการณ์ที่จำเพาะเจาะจงสำหรับผู้หญิงถูกแชร์ออกไปบนโลกออนไลน์ พอเราได้เห็นประสบการณ์เหล่านั้น ทำให้ญ่ารู้สึกว่าเราไม่โดดเดี่ยว เรามีเพื่อนทั่วโลกที่คอยสนับสนุนเป็นกำลังใจให้กันและกัน ดังนั้น ถ้าถามว่าคอนเซ็ปต์ของคำว่า Women Now ทำให้ญ่ารู้สึกยังไง ญ่ารู้สึกคำนี้เป็นคำที่ “empowering and it’s comforting” (เสริมพลังและทำให้รู้สึกสบายใจ) ซึ่งสำหรับญ่า ความรู้สึกนี้สำคัญ เพราะว่าการที่เรารู้สึกสบายใจที่จะแชร์เรื่องราวกับผู้หญิงทั่วโลก หรือได้เจอคนที่ได้ฟังเรื่องของเราแล้วไปตรงกับเรื่องของเขา ทำให้ญ่ามองโลกได้กว้างขึ้น เข้าใจวัฒนธรรมมากขึ้น เข้าใจความเป็นผู้หญิงในบ้านเรา ความเป็นผู้หญิงในบ้านเมืองของคนอื่น ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไป แต่มีบางจุดตรงกลางที่คล้ายกันคือญ่าได้เรียนรู้เกี่ยวกับคนได้อย่างหลากหลายขึ้น ทำให้เราฉลาดขึ้น
VOGUE: ในฐานะคนทำงานในวงการนี้มานาน ถ้าเลือกได้ญ่าอยากให้วงการพัฒนาไปในทิศทางไหนบ้าง
Yaya : หนูไม่คิดว่ามีอะไรต้องเปลี่ยนแปลง ญ่ารู้สึกว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางที่ดีแล้วค่ะ เรามีศักยภาพ เรามีบุคลากรที่เก่งมากๆ (เน้นเสียง) ขับเคลื่อนกันได้ดี มีแพชชั่น ถึงจนตอนนี้คนทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจพวกเราแล้ว เรากำลังเดินไปในทางที่ดีมากๆ หนูเลยคิดว่าไม่ควรต้องเปลี่ยนอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะเปลี่ยนได้ก็คือ ถ้าวันหนึ่งเราสามารถพัฒนาทักษะของการแสดงได้มากขึ้นอีก ก็จะยิ่งดี
VOGUE : มาพูดถึงเรื่องงานสำคัญในชีวิตของญ่าที่ทุกคนรอคอย เราจะได้เห็นชีวิตบทต่อไปของญ่าในมุมไหนบ้าง
Yaya : ไม่รู้เลยค่ะ (หัวเราะ) สำหรับญ่า ญ่าว่ามันไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากเพราะอย่าลืมว่าเราคบกันมา 14 ปี หนูเลยไม่คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ ญ่ารู้สึกว่าเห็นความเป็นไปได้ในอนาคตหลายอย่างมากตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เราสองคนโตเต็มที่ในความเป็นตัวเอง รู้สึกมั่นใจในตัวเองเยอะขึ้นมาก ญ่ายคิดว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ที่มั่นคงและแน่นอนคือเราจะใช้ชีวิตคู่แบบจริงจังแล้ว
VOGUE : อยากบอกอะไรกับคนที่มีญาญ่าเป็นไอดอลบ้าง
Yaya : ญ่าไม่มีอะไรจะสอน (หัวเราะ) ทุกอย่างมันคือต้องลองผิดลองถูก ต้องเรียนรู้เอง คนอื่นอย่างมากก็แค่ให้แนวคิด แต่สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา แต่ถ้าใครอยากจะเป็นนักแสดง ญ่าจะบอกว่า “เอาเลย” เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ไม่ว่าคุณจะมีบุคลิกแบบไหน รูปร่างยังไง ตรงนี้มีพื้นที่สำหรับทุกคน ถ้าอยากทำญ่าสนับสนุนให้ทำเลย

VOGUE : อยากให้เล่าถึงชุดที่ใส่ในวันนี้ เนื่องจากเราอยากทำเรื่องของความยั่งยืน ญ่ารู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังของคนรุ่นใหม่ที่ร่วมสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้เรื่องการรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่ตัวเรา
Yaya: ญ่ารู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นกระบอกเสียงให้กับเรื่องที่สำคัญอย่างการดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะญาญ่าเชื่อว่าพลังของคนรุ่นใหม่มีพลังมากจริง ๆ และสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ การรักษ์โลกอาจฟังดูยิ่งใหญ่ แต่จริง ๆ เริ่มง่ายๆ แค่จากการปรับพฤติกรรมของเราเองค่ะ เช่น การเลือกใช้สิ่งที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ พกแก้วน้ำ หรือแยกขยะเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกอย่างล้วนมีคุณค่าและส่งต่อพลังบวกให้กับโลกได้ค่ะ และอย่างชุดที่ญาญ่าใส่ก็เป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง SHOKUBUTSU และ PIPATCHARA ซึ่งญาญ่าในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ SHOKUBUTSU กว่า 7 ปีรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เห็นการเดินทางของแบรนด์ที่ไม่เพียงใส่ใจสุขภาพผิวของผู้ใช้แต่ยังหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วย การได้สวมชุดจากคอลเล็กชั่นพิเศษที่ผลิตจากฝาขวดครีมอาบน้ำนำมารีไซเคิล มันเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่า ‘ความสวยงาม’ และ ‘ความยั่งยืน’ สามารถเดินไปด้วยกันได้ จริง ๆ แล้ว คำว่า Shokubutsu Monogatari ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า พืชพรรณธรรมชาติ นี่คือแนวคิดรากฐานของแบรนด์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาตั้งแต่แรกเริ่ม โชกุบุสซึเค้าเลือกใช้สารทำความสะอาดที่สกัดจากพืชธรรมชาติถึง 99% แสดงถึงความใส่ใจต่อผิวพรรณและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในขวดแบบใหม่ สามารถลดการใช้พลาสติกลงได้ถึง 42 ตัน/ปี ซึ่งนี่เป็นภารกิจที่โชกุบุสซึตั้งใจดำเนินการอย่างเนื่องต่อไปค่ะ
VOGUE : คิดว่าในชีวิตประจำวันเราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็กๆหรือใหญ่ๆในเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง
Yaya: จริงๆ การแยกขยะในกรุงเทพฯอาจจะยังไม่เกิดขึ้นจริงคือไม่ว่าเราจะแยกแค่ไหนมันก็ไปรวมกันอยู่ดี แต่ก็จะมีบางที่ที่เขาแยกจริงจัง ขยะที่มาจากอาหารก็เรื่องหนึ่ง หรือขยะที่เกิดจากการใช้พลาสติก็อีกเรื่องหนึ่ง จำเป็นต้องแยกสิ่งเหล่านี้ออกจากกัน ซึ่งในมุมของญ่า คิดว่าไม่ได้ยากขนาดนั้น เช่น เรากินข้าวเสร็จ เราทิ้งถังหนึ่ง เราซื้อของมาเราแยกพลาสติกออกก่อน ก็จะอยู่ในอีกถังหนึ่ง ซึ่งถ้าเราทุกคนทำได้ก็จะดีมาก รวมถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันด้วย อย่างเช่น ตอนอาบน้ำ สำหรับญ่า เนื่องจากประเทศบ้านเราร้อน เราต้องอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ญ่าจะใช้วิธีทำให้ตัวเปียก สระผม ปิดน้ำ และก็ถูสบู่ แล้วค่อยล้างทีเดียว ก็...ช่วยหรือเปล่าไม่รู้นะคะ (หัวเราะ) แต่ญ่าว่าแค่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ ก็ทำให้ค่าน้ำบ้านญ่าลดลง ซึ่งคิดว่าก็น่าจะได้ผล
สามารถตามไปชมแฟชั่นเซ็ตเต็มได้ในนิตยสารโว้กประเทศไทย ฉบับเดือนตุลาคม 2025 เตรียมวางแผงแล้วทั่วประเทศ

Pain of Silence ‘สงัด’ เรื่องราวของการต่อสู้และความเงียบงันของศิลปะพื้นบ้านไทยในช่วงโควิด-19

เจาะลึกโชว์เดบิวต์ CHANEL โดยฝีมือ Matthieu Blazy ที่มาพร้อมความกล้าหาญและความขี้เล่น

จาก ‘Fleurette’ สู่ ‘Lady Féerie’ เมื่อดวงจันทร์กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Van Cleef & Arpels






