FASHION

GENERATION X - ใครเกิดในปี 1965-1979 ขออภัยคุณโดนยัดเยียดให้เป็นเจนเอกซ์เด็กไม่รู้จักโต

The Unknown Outcome

ใครที่เกิดในช่วงปี 1965-1979 ขออภัย คุณโดนยัดเยียดให้เป็นเจนเอกซ์ aka เด็กไม่รู้จักโตในร่างผู้ใหญ่หัวใจเยาว์วัย ถามว่าแคร์ไหมบอกเลยว่าไม่มาก ในเมื่อใครๆ ก็ปะเหลาะเอาใจแต่เบบี้บูมเมอร์กับเด็ก “ปีนเกลียว” สมัยนี้ aka Millennials

 

 

X ตัวอักษรสุดคูลดูลึกลับซึ่งในทางคณิตศาสตร์ใช้ X = unknown แทนค่าสิ่งที่ไม่มีคำตอบ ไม่มีความหมาย ไม่มีตัวตน ประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีนักคิด นักประพันธ์ และนักปรัชญาผู้รุ่มรวยถ้อยคำแต่เดาะตั้งชื่อให้ X ว่า Generation “Bof” คำซึ่งมีสถานะเป็นคำอุทานหรืออาจเป็นเพียงเสียงลมพ่นพรืดออกจากปากเวลาที่อยากจะพูดว่า “งั้นๆ” “อะไรก็ได้” หรือ “Meh” ตามวลีของ Bart Simpson

 

 

บุญของเจนเอกซ์คือการได้เป็นคนรุ่นสุดท้ายที่เคยเห็นเครื่องตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ ใช้ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ พกเพจเจอร์ และต้องขูดบัตรโทร.ทางไกลข้ามประเทศ ขูดบัตรเติมเงินเล่นเกม ขูดบัตรรหัสต่ออินเทอร์เน็ตระบบ Dial-up เจนเอกซ์สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ภรรยาหาเงินได้มากกว่าสามี แต่ลูกก็ต้องรับกรรมไปที่ได้เจอหน้าพ่อแม่แค่ก่อน 9 โมงเช้าและหลัง 5 โมงเย็น ขอขอบคุณประดิษฐกรรมใหญ่หลวงที่เรียกว่า “Post-It” ไว้ ณ ที่นี้ ถ้าไม่มีมัน อัตราการหย่าร้างซึ่งสูงมากอยู่แล้วได้สูงกว่านี้แน่ เจนเอกซ์จึงมีชื่อเล่นว่า “เด็กสายยู” เมื่อต้องใช้ชีวิตลำพังหลังเลิกเรียนอยู่ในบ้านที่ปิดล็อกประตูแน่นหนา ระหว่างที่พ่อแม่โม่เงินอยู่ในออฟฟิศ ลมพิษแห่งความ น้อยใจพ่อแม่นี้สำแดงเป็นหนังฮอลลีวู้ดแนวผีเด็ก ซึ่งชัดเจนว่าไม่ได้ทำให้เด็กดู แต่จงใจแก้แค้นและโกยเงินพ่อแม่ที่แปะโพสต์อิตไว้หน้าตู้เย็นว่า “เข้านอนเลยนะลูก พ่อกับแม่ไปดู Chucky กลับดึกจ้ะ XX”

 

 

 

X-Tension ยังเป็นคนรุ่นเดียวที่ตั้งแต่เกิดจนโตเจอแต่ปรากฏการณ์ช็อกโลก จนคนรุ่นอื่นพากันเรียกซะเสียหายหมดว่า “เครื่องผลิตอุบัติเหตุอัตโนมัติ” มีการศึกษาสูง รสนิยมดี ดื่มกาแฟสตาร์บัคส์ และทำงานในร้านฟาสต์ฟู้ด เพราะทันทีที่เรียนจบ ตลาดหุ้นก็เกิดง่อยรับประทานในปี 1987 ฟองสบู่แตกโพละในธุรกิจอีคอมเมิร์ซยุคดอตคอมช่วงปี 1990 คูเวตกับอิรักซัดกันนัวเหนือบ่อน้ำมัน และจอร์จ บุชผู้พ่อก็ส่งทหารเข้าไป “ช่วย” ซ้ำรอยสงครามเวียดนาม เป็นยุคที่คนใจกว้างกับเรื่องรักร่วมเพศและเป็นเอดส์ตาย ก่อนจะช้ำในซ้ำชนิดน้ำใบบัวบกเอาไม่อยู่ในยุค 2000 กับวิกฤตต้มยำกุ้งส่งออกจากไทยแลนด์ อิ่มจนจุกกับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในอเมริกาปี 2008 และในเวลาไล่เลี่ยกัน The Great Recession ไล่ทุบเศรษฐกิจโลกให้ถดถอยหนักเข้าไปอีก

 

 

 

ในทางอาชีพแล้ว เจนเอกซ์เหมือนคนที่ยืนอยู่บนคอเขา ไม่ได้ขึ้นสู่ยอดเขาเสียที เบบี้บูมเมอร์ที่อายุยืนยาวขึ้นทุกวันจากวิทยาการทางการแพทย์จึงไม่แก่ ไม่ตาย และไม่เกษียณขวางทางก้าวหน้า ขณะที่เจนเอกซ์พยายามอย่างเงอะงะที่จะก้าวพ้นจากโลกแอนะล็อก ไปสู่โลกดิจิทัลเพื่อหนีเบบี้บูมเมอร์และไล่ให้ทันเด็กมิลเลนเนียล เจนเอกซ์ยังเก่งนักเรื่องต้มตุ๋นอนาคตด้วยการหยิบจับอดีตมายำแล้วนำไปเสิร์ฟใหม่ นั่นไง บทพิสูจน์...ดนตรีกรันจ์ บริตป๊อป ฮิปฮอป และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เคยไปถึงระดับการเคลื่อนไหวทางสังคมหรือเปลี่ยนโลกได้อย่างดนตรีพังก์ ร็อกแอนด์โรล หรือแจ๊ซ

 

 

3 ทศวรรษตั้งแต่เกิดจนโต เจนเอกซ์เกิดพุทธิปัญญาในที่สุดว่าวิกฤตคือวัฏจักร เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป พวกเขาโดนเลย์ออฟ โดนปรับลดขนาดองค์กร โดนบีบให้ออก โดนจ้างงานใหม่ โดนจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว โดนจับไปนั่งค้นข้อมูลในห้องสมุด และโดนบังคับให้หาคำตอบจาก Google แต่การโดนโลกโบยตีซ้ำๆ ได้สร้างคุณูปการไม่มากก็น้อย เจนเอกซ์เห็นโลกในยุคเปลี่ยนผ่าน ถ้าตัดนิสัยขี้ประชดแล้วก็จัดว่าเป็นคนพึ่งพาตัวเองสูง ทนทายาด และปรับตัวเก่งยิ่งกว่าแมลงสาบ เพราะสิ่งที่เจอมาช่างลำบากยากเข็ญ จึงไม่ง่ายเลยกว่าเจนเอกซ์จะกล้าพูดได้ไม่อายปากว่า “40s are the new 20s”

(ติดตามซีรีย์ว่าด้วยเรื่องรุ่นจากโว้กประเทศไทย ตอนที่ 4 - MILLENNIAL ได้ในวันพรุ่งนี้...)

 

WATCH