ผ้า,เสื้อ,หัตถกรรม,SC Grand,Renim Project,Citizen of Nowhere
FASHION

Vogue X MFA ร่วมกับ 3 แบรนด์ไทยที่มีหมุดหมายในการปักธงผลงาน Sustainable Fashion บนเวทีระดับโลก

นิตยสารโว้ก ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เเละ 3 แบรนด์ไทยผู้บุกเบิก Sustainable Fashion ในประเทศไทย อย่าง SC Grand, Citizen of Nowhere เเละ Renim Project ผลักดันวงการสิ่งทอ และ Sustainable Fashion ของไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก

หากพูดถึงอุตสาหกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยทั้งในระดับประเทศและบนเวทีระดับโลก คงจะต้องพูดถึง ‘อุตสาหกรรมสิ่งทอ’ ที่เต็มไปด้วยความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ของเหล่าดีไซเนอร์ไทย ทั้งยังสร้างความตราตรึงใจด้วยการผสมผสานฝีมือของช่างอย่างประณีตและบรรจง เกิดเป็นงานศิลปะในโลกแฟชั่นที่ติดอยู่ในห้วงความทรงจำของผู้คนมาหลายเวที

นิตยสารโว้ก ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และ 3 แบรนด์สัญชาติไทยผู้บุกเบิก 'Sustainable Fashion' และมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนแก่ธรรมชาติ อย่าง ‘SC Grand’ แบรนด์ผู้ผลิตเส้นใยและสิ่งทอรีไซเคิลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปราศจากการฟอกสี เปี่ยมด้วยคุณภาพจนได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ ‘Citizen of Nowhere’ ผู้หยิบยกความเป็นไทยมาบอกเล่าในรูปแบบที่สนุกสนานเปรี้ยวจี๊ด ผ่านผลงานที่โดดเด่นสะดุดตา การันตีด้วยฐานลูกค้ามากมายทั่วโลก และอีกหนึ่งแบรนด์ SME ที่มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้โลกแฟชั่นอย่าง ‘Renim Project’ แบรนด์ที่มองเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและกระบวนการผลิตยีนส์ที่สร้างมลพิษมากมาย นำไปสู่การใช้ผ้ายีนส์เก่าหรือผ้ายีนส์ที่เหลือจากการตัดเย็บมาสร้างสรรค์เป็นไอเท็มแฟชั่นสุดชิก จนได้ก้าวเดินบนรันเวย์แฟชั่นโชว์ระดับสากลอย่าง LA Fashion Week 2019 ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงผลักดันและแรงบันดาลใจให้วงการอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยได้ฉายแสงบนเวทีระดับนานาชาติ

‘SC Grand’ แบรนด์ที่มุ่งเน้นด้านการผลิตสิ่งทอที่ยั่งยืนโดย ‘วัธ-จิรโรจน์ พจนาวราพันธุ์’ ต่อยอดธุรกิจสิ่งทอของครอบครัว โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ทั้งยังนำสิ่งทอที่เหลือจากอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นเศษผ้าจากโรงงาน ผ้าเก่าเหลือใช้ในครัวเรือน ตลอดจนขยะพลาสติก เข้าสู่กระบวนการ Upcycling ผลิตเส้นใยรีไซเคิลคุณภาพดีสู่ตลาดสิ่งทอ รวมถึงนำวัสดุธรรมชาติ เช่น สับปะรด กัญชง และอื่นๆ มาสร้างสรรค์เป็นเส้นใยที่ไม่ผ่านการฟอกสี ช่วยลดการใช้น้ำในขั้นตอนการผลิตเสื้อผ้าลงไปกว่า 2,700 ลิตร เทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่คนใช้ดื่มได้นานถึง 3 ปี นอกจากนี้ยังร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นนำเส้นใยรีไซเคิลมาสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ขึ้นมาใหม่อย่างมากมาย ตั้งแต่ ถุงเท้า รองเท้า เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ จิรโรจน์ยังก่อตั้งแบรนด์ Circular ซึ่งผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากเส้นใยรีไซเคิล ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้คนเห็นว่า เสื้อผ้าจากเส้นใยรีไซเคิลนั้นสวมใส่ได้ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่สายแฟชั่นที่มีหัวใจรักษ์โลก

‘Cititzen of Nowhere’ อีกแบรนด์สัญชาติไทยพร้อมสไตล์งานที่โดดเด่น โดย 'โอ-ศรัณย์ เย็นปัญญา' ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์คราฟต์สุดป๊อบที่ตั้งใจจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชาวบ้านในท้องถิ่นกับตลาดโลก มุ่งสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน โดยศรัณย์หยิบความเป็นไทยในชีวิตประจำวันที่เราคุ้นเคย มาตีความในรูปแบบใหม่ที่สุดแสนจะฟังกี้ เช่น เก้าอี้ที่ดีไซน์จากลังพลาสติกใส่ผลไม้ หรือเบาะเก้าอี้ที่ทำจากเสื่อธรรมดาแต่แต่งแต้มความเก๋ด้วยลายปักแบบโอเรียนทัล ทั้งหมดจัดแสดงอยู่ที่ 56THSTUDIO และ Citizen Tea Canteen of Nowhere ร้านชากึ่งโชว์รูมงานคราฟต์ย่านตลาดน้อย แหล่งฮิปของคนกรุง เปิดรอให้ผู้ชื่นชอบงานหัตถกรรมที่แฝงไปด้วยความจัดจ้านสุดสร้างสรรค์ได้เยี่ยมชมและสัมผัสเสน่ห์ของแต่ละชิ้นงาน เอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ไอเท็มจาก ‘Citizen of Nowhere’ ถูกนำไปจัดแสดงในเวทีระดับสากลอยู่เสมอ

และอีกหนึ่งแบรนด์ในโปรเจกต์ครั้งนี้ที่ต้องพูดถึงอย่าง ‘Renim Project’ โดย 'โย-ทรงวุฒิ ทองทั่ว' แบรนด์แฟชั่นที่แจ้งเกิดจากโครงการ Vogue Who's on Next มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นภายใต้แนวคิดการสร้างความยั่งยืนให้กับโลก โดยนำเสื้อผ้า ยีนส์เก่า หรือแม้แต่ถุงปุ๋ยมาชุบชีวิตให้กลายเป็นเสื้อผ้าสตรีตแวร์รักษ์โลกและด้วยดีไซน์สุดสะดุดตาของคอลเล็กชั่น ‘Under Cover’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตและการแต่งตัวของเหล่ากรรมกรผู้อยู่เบื้องหลังงานก่อสร้างตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ ทรงวุฒิจึงสร้างผลงานการออกแบบที่ผสมผสานความเป็นไทยสมัยใหม่ แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสนุกสนาน และตอบโจทย์โลกแฟชั่นที่ยั่งยืน จนทำให้แบรนด์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแฟชั่นโชว์บนเวทีระดับสากลอย่าง LA Fashion Week 2019 นับได้ว่า Renim Project คือหนึ่งในแบรนด์ SME ที่บุกเบิก Sustainable Fashion ของไทยในเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง

ความร่วมมือระหว่างนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, กระทรวงการต่างประเทศ และทั้ง 3 แบรนด์ในครั้งนี้เป็นการชี้ให้เห็นถึงศักยภาพด้าน Sustainable Fashion ของคนไทย ที่สามารถเติบโตได้ในเวทีระดับโลก ทั้งยังช่วยสร้างความนิยมในสินค้าจากประเทศไทย นำไปสู่การต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุนร่วมกับประเทศที่มีศักยภาพจากทุกภูมิภาคทั่วโลก นับเป็นก้าวสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าดีไซเนอร์รุ่นหลังบนเส้นทาง Sustainable Fashion ของไทย ที่พร้อมก้าวสู่สายตาชาวโลก ทุกท่านสามารถร่วมรับชมวิดีโอคลิปความร่วมมือครั้งนี้ได้ที่นี่