วัฒนธรรมถุงกระดาษ...รู้ไหมแค่ถุงกระดาษจากร้านแบรนด์เนมถูกนำมาขายใบละ 500 บาท!

ภาพปก : Beautyholic.Anonymous

 

     นับเป็นอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแฟชั่นเข้าอย่างจัง เมื่อวงสนทนาของใครหลายคนเริ่มพูดถึงเทรนด์ และวัฒนธรรมแสนประหลาด ที่หลายคนอีกเช่นเดียวกันก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น กระนั้นตอนนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เมื่อใครสักคนในวงสนทนาเริ่มโพล่งขึ้นมาว่า ตอนนี้มีสาวแฟ(ชั่น)หลายคนที่นำถุงกระดาษแบรนด์เนมมาขายต่อในราคา 500 บาท (ใช่...คุณฟังไม่ผิดหรอก ถุงกระดาษที่ใช้ใส่ไอเท็มสักชิ้นที่คุณเลือกซื้อออกมาจากช็อปแบรนด์เนมนั่นล่ะ ไม่ใช่กระเป๋าชาเนล หรือกุชชี่มือสองแต่อย่างใด หากเป็นถุงกระดาษจริงๆ)  จนทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ที่เหล่าสาวๆ สายแฟชั่น โดยเฉพาะเหล่าวัยรุ่น และนักศึกษา ได้เดินถือถุงกระดาษอวดเทรนด์ใหม่นี้กันให้เกลื่อนตา อย่างที่ทุกคนคงเคยได้เห็นกัน...

ภาพ : vibe

 

     ในโลกโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน บนบัญชีอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ รวมไปถึงเว็บไซต์ขายของออนไลน์จำนวนมาก ยังมีคนออกมาขายถุงกระดาษแบรนด์เนมที่ว่านี้ ในระดับราคาตั้งแต่ 100-500 บาท จนกลายเป็นอีกกระแสน่าจับตามอง เพราะมีลูกค้าที่ซื้อถุงกระดาษแบรนด์เนมนี้ไปใช้จริงๆ  ทั้งที่เจ้าตัวได้มาจากการซื้อของแบรนด์เนมในช้อปนั้นๆ แล้วเอามาขายต่อทันที หรืออีกรูปแบบที่น่าสนใจไม่น้อยคือ การเอาเหล่าถุงกระดาษนั้นไปผ่านกรรมวิธีเคลือบพลาสติกอีกหนึ่งชั้นก่อนนำมาขาย เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีกนาน ซึ่งแน่นอนว่าอย่างหลังก็จะมีราคาที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน...

     คำถามต่อมาที่โว้กยังคงสงสัย และอยากจะถามด้วยความสนใจก็คือ คนที่ซื้อเจ้าถุงกระดาษแบรนด์เนมเหล่านี้ไปถือนั้น กำลังคิดอะไรอยู่... หากคำตอบที่ได้คงจะไม่ต่างกับชุดคำตอบที่ว่า การเสียเงินเพื่อซื้อของแบรนด์เนมสุดหรูแสนแพง (ที่หลายคนมองว่าไร้สาระ) ไม่ได้ซื้อมาได้เพียงแค่สิ่งของเท่านั้น หากเรายังได้ซื้อคืน และจับจองพื้นที่ในสังคมเพิ่มขึ้นอีกด้วยในระดับหนึ่ง เช่นเดียวกัน ถ้าหากมองว่าถุงกระดาษที่ไหนก็เหมือนกัน แต่คุณอย่าลืมว่าถุงกระดาษที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ ไม่ใช่ถุงกระดาษโดยทั่วไป เพราะเหล่านี้คือถุง Hermès, Gucci, Prada, Dior หรือกระทั่ง Chanel ก็ตาม ดังนั้นคนอื่นที่มองมาที่คุณ ก็จะมองว่าคุณไม่ได้ถือถุงกระดาษทั่วๆ ไป แต่คุณถือถุงกระดาษแบรนด์เนม คุณถือถุงกระดาษของชาเนล คุณถือถุงกระดาษของดิออร์ ที่มีค่า (ทางมิติของพื้นที่ทางสังคม) แตกต่างจากถุงกระดาษทั่วไปอย่างแน่นอน ที่ (อาจจะ) แสดงให้เห็นว่า คุณอยู่ในระดับเดียวกันกับคนมีอันจะกินคนอื่น ที่สามารถจ่ายให้กับไอเท็มแฟชั่นได้ นั่นแปลว่าคุณไม่ได้ซื้อถุงกระดาษมาโดยเปล่าดาย แต่คุณได้จ่ายเงินซื้อคืนพื้นที่ในฝันที่หลายคนอยากมี อยากเป็น มาด้วยเช่นกัน ซึ่งก็จะส่งผลถึงการถูกดูแลจากสังคม และคนรอบข้าง ทั้งด้านความคิด สายตา และการแสดงออกต่อกันอีกด้วย แม้ว่าคุณคนนั้นอาจจะไม่สามารถซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของแบรนด์นั้นได้จริงๆ แต่อย่างน้อยก็อยากจะขอมีส่วนร่วมกับถุงกระดาษของแบรนด์บ้างก็ยังดี...

 

 

ภาพ : poshmark

 

     หากมองในอีกแง่ของการรักษาสิ่งแวดล้อม ก็ต้องบอกว่าไอเดียนี้เจ๋งไม่น้อย เพราะหลังจากช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแฟชั่นยังได้ผันตัวเองไปเป็นอีกหนึ่งโต้โผใหญ่ร่วมรณรงค์ และเข้าไปยุ่งเกี่ยว ข้องแวะ ในหลายด้านที่เกี่ยวกับการรีไซเคิล และการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดจำนวนขยะ และการเพิ่มมลพิษให้กับโลกใบนี้ ดังนั้นในมุมนี้วัฒนธรรมถุงกระดาษแบรนด์เนมที่เรากำลังร่ายยาวกันอยู่ตอนนี้ ก็ถือว่าสอบผ่านได้อย่างฉลุย เหล่าพ่อค้า และแม่ค้าหัวใสที่นำถุงกระดาษเหล่านั้นมาขายต่อ ยังต้องได้รับคำชื่นชมกลับไป ณ จุดนี้

 

 

ภาพของไอเท็มกระเป๋าบนรันเวย์ของ Balenciaga Fall/Winter 2017

 

     หากเมื่อย้อนกลับไปในช่วงปี 2554 เรายังเห็นเทรนด์ถุงกระดาษแบรนด์เนมเช่นนี้ เกิดขึ้น และเป็นกระแสอยู่สักพักใหญ่ในประเทศจีนมาก่อน แม้กระทั่งบนรันเวย์ Balenciaga ในคอลเล็กชั่นฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ประจำปี 2017 ที่ผ่านมา เรายังได้เห็นไอเท็มกระเป๋าสุดสร้างสรรค์จากหนังวัวชั้นดีสีขาวสะอาด ที่มีหน้าตาคล้ายถุงกระดาษของแบรนด์เอง ที่อาจจะได้แรงบันดาลใจมากจากกระแสนิยมถุงกระดาษแบรนด์เนมนี้ก็ว่าได้...

     ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่อยากจะฝากทิ้งท้ายเอาไว้ ณ บรรทัดนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของกฎเกณฑ์แห่งสังคมโลกที่ว่า... จริงอยู่ที่เรื่องของวัฒนธรรมถุงกระดาษที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้จะไม่ใช่เรื่องผิดแผกอะไร บนเงื่อนไขที่ว่าถุงกระดาษแบรนด์เนมที่คุณซื้อขาย หรือได้มานั้นเป็นของจริง และมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง หากเมื่อใดก็ตามที่กระแสนิยมนี้ทำเงินอย่างต่อเนื่อง จนแม่ค้าหัวหมอขั้นสุดบางคนมองเห็นช่องโหว่ และได้ก้าวล่วงล้ำไปสู่การทำลอกเลียนแบบถุงกระดาษแบรนด์เนมของจริง เพื่อนำออกมาขายตามกระแสโลกแล้วล่ะก็... นั่นก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าให้อภัยไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม และยังคงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

     กระนั้นโลกแฟชั่นก็เป็นเช่นนี้แล มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ และแต่ละสิ่งก็นับเป็นเรื่องราวที่ไม่คาดฝันทั้งสิ้น แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างสนุกเหลือร้ายที่เราจะได้เห็น ได้ฟังเรื่องราวสนุกๆ แบบนี้ในแต่ละวัน เพราะขนาดผู้เขียนเองยังอยากจะลองไปหาซื้อถุงกระดาษแบรนด์เนมมาถือดูสักครั้งว่า ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร...

อ่านเพิ่มเติม:

  1. คัมภีร์ซักรองเท้า! โว้กรวบรวมวิธีทำความสะอาดรองเท้าสีขาวทุกรูปแบบไว้ที่นี่
  2. ดีไซเนอร์เขาซื้อผ้ากันที่ไหน...เปิดแหล่งขายผ้า 20 แห่ง ที่แบรนด์ดังระดับโลกใช้กัน!
  3. อยากเรียนแฟชั่นต้องอ่าน...ลิสต์สถาบันสอนแฟชั่นในเมืองไทยและประเทศใกล้เคียง
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล