FASHION

จุดประเด็นเจ้าหญิงดิสนีย์เวอร์ชั่นคนแสดง กับข้อครหาว่า 'ยัดเยียด' ความหลากหลายมากเกินไป

อย่าลืมว่า...ขณะที่ดิสนีย์พยายามเอาตัวรอดจากการเกาะกระแสสังคม ในเวลาเดียวกันคุณก็ได้ทุบทำลาย “ภาพฝัน” ของเหล่าแฟนคลับที่ไว้เนื้อเชื่อใจ และศรัทธาในตัวละครที่คุณสร้างขึ้นมาแต่ไหนแต่ไรด้วยเช่นกัน

     คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ทุกครั้งที่ค่ายดิสนีย์ออกมาประกาศรายชื่อของเหล่านักแสดงที่ถูกวางตัวให้สวมบทบาทเป็น “เจ้าหญิงดิสนีย์" ในเวอร์ชั่นคนแสดงนั้น ก็มักจะกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เสมอมา ส่วนหนึ่งก็มาจากความคาดหวังของเหล่าแฟนคลับที่ตั้งตารอให้การ์ตูนเจ้าหญิงเรื่องที่ตัวเองชอบ ถูกหยิบยกมาสรรสร้างในเวอร์ชั่นคนแสดงเสียที แต่ก็แน่นอนว่าเมื่อมีสมหวัง ก็ต้องมีผิดหวังเป็นธรรมดา รายชื่อนักแสดงบางคนก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับยิ้มกว้าง แต่ในทางกลับกันรายชื่อนักแสดงบางคนที่เข้ามาในลิสต์ก็ทำเอาเหล่าแฟนคลับเจ้าหญิงดิสนีย์ต้องคิดไม่ตกว่า “ค่ายดิสนีย์กำลังล้อกันเล่นอยู่หรือไม่”...

1 / 4

Lily James ในบทบาทของเจ้าหญิงซินเดอเรลลา จากภาพยนตร์เรื่อง Cinderella


2 / 4

Emma Watson ในบทบาทของเจ้าหญิงเบลล์ จากภาพยนตร์เรื่อง Beauty and The Beast


3 / 4

Naomi Scott ในบทบาทของเจ้าหญิงจัสมิน จากภาพยนตร์เรื่อง Aladdin


4 / 4

Elle Fanning ในบทบาทของเจ้าหญิงออโรรา จากภาพยนตร์เรื่อง Maleficent


     หากจะให้ไล่เรียงรายชื่อของเหล่าดาราคนดังที่หลุดเข้ามาในโลกดิสนีย์ ก็เห็นว่าจะต้องเริ่มกันตั้งแต่นักแสดงสาว Lily James ที่โดดเข้ามารับบทของตัวละครซินเดอเรลลา ตามมาด้วย Emma Watson ในบทบาทของเจ้าหญิงเบลล์ จากภาพยนตร์เรื่อง Beauty and The Beast, นักแสดงสาวชาวอังกฤษอย่าง Naomi Scott ในบทของเจ้าหญิงจัสมิน จากภาพยนตร์เรื่อง Aladdin, Elle Fanning ที่ไปโผล่รับบทเป็นเจ้าหญิงออโรร่า ในภาพยนตร์สุดโด่งดังเรื่อง Maleficent ส่วนทางฟากของ Liu Yifei นักแสดงหญิงชาวจีนสัญชาติอเมริกัน ก็ตรงตามคาแร็กเตอร์ของตัวละครมู่หลานทุกจุด กระทั่งล่าสุดกับบทของเงือกสาวแอเรียล ที่ดิสนีย์ขอพลิกเกมด้วยการดึงเอา Halle Bailey ศิลปินผิวสีชาวอเมริกันมารับบทบาทสำคัญในครั้งนี้ และ Rachel Zegler ที่เพิ่งสร้างเซอรไพรส์ด้วยการเข้ามารับบทของเจ้าหญิงสโนว์ ไวท์ ตัวละครเจ้าหญิงที่เก่าแก่ที่สุดของดิสนีย์ จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย



WATCH




Liu Yifei ในบทบาทของมู่หลาน จากภาพยนตร์เรื่อง Mulan 

 

     ประเด็นสำคัญที่หลายคนใช้วิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์การเดินหมากเลือกนักแสดง และการทำภาพยนตร์เวอร์ชั่นคนแสดงนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นด้วยกัน เริ่มต้นที่บทภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงไปจนไร้ซึ่งเสน่ห์ หรือบางเรื่องถึงขั้นไม่เหลือเค้าเดิม ยกตัวอย่างกระแสตีกลับของภาพยนตร์ Mulan เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ที่ถึงแม้ว่าจะตัดประเด็นดราม่าของตัวนักแสดงนำในเวลานั้นออกไปแล้วก็ตาม แต่หลายคนที่ได้สัมผัสประสบการณ์เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกมาก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ภาพยนตร์เรื่องมู่หลานถูกดัดแปลงจนไม่เหลือความเป็นมู่หลานอย่างที่ดิสนีย์เคยสร้างเป็นแอนิเมชั่น และประสบความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้” ไฮไลต์ที่ดูจะเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในตอนนั้นก็เห็นจะเป็นแค่การหวนกลับมาเปล่งเสียงร้องเพลงอันทรงพลังอีกครั้งของ Christina Aguilera ในเพลง “Reflection” ก็เท่านั้น อีกทั้งคะแนนจากเว็บไซต์ Tomatoes Rotten ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดการณ์ไว้คือ คะแนนในส่วนของ Tomatometer ได้ไป 73% และในส่วนของ Audience Score ก็ได้ไปเพียงแค่ 48% หรือไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ

1 / 2

Halle Bailey หญิงสาวที่ถูกทาบทามให้เข้ามารับบทแอเรียล ในภาพยนตร์เรื่อง The Little Mermaid


2 / 2

Rachel Zegler นักแสดงสาวที่กำลังจะมารับทเป็นเจ้าหญิงสโนว์ ไวท์ ในภาพยนตร์เรื่อง Snow White


     ไม่เพียงเท่านั้น เพราะยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเข้มข้นในช่วงหลังที่ผ่านมา เมื่อเหล่าแฟนคลับได้เห็นโฉมหน้า ฮัลลี เบลลี และ ราเชล เซกเลอร์ ที่กำลังจะเข้ามาเป็นครอบครัวเจ้าหญิงดิสนีย์อย่างเป็นทางการ ซึ่งสื่อบันเทิงหลายสำนักยังได้ตั้งคำถามต่อดิสนีย์อีกว่า นี่คือ “การยัดเยียด” ความหลากหลายให้กับผู้ชมมากเกินไปหรือไม่ ขนาดลงทุนเปลี่ยนสีผิวของตัวละครเจ้าหญิงแอเรียล และสโนว์ ไวท์ (ที่ตามต้นฉบับต้องมีผิวขาวดั่งหิมะ) เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ #BlackLivesMatter ที่เป็นกระแสไปทั่วโลกก่อนหน้านี้ แต่ในเวลาเดียวกันการตัดสินใจดังกล่าวของดิสนีย์ก็ทำให้เกิดกระแสบนทวิตเตอร์กับแฮชแท็ก #NotMyAriel และ #BlackWashing (ล้อมาจากภาษาภาพยนตร์ที่ว่า #WhiteWashing) ตามมา ซึ่งนั่นเองคือคำศัพท์สำคัญที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการภาพยนตร์ ก็คือการพยายาม "ฟอกดำ" ให้กับตัวละครหลัก ซึ่งแท้จริงแล้วเราสามารถเพิ่มพื้นที่กับความหลากหลายทางเชื้อชาติ และสีผิวได้ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฟอกดำให้กับตัวละครเช่นนี้ หากเป็นการสร้างบทบาทตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นมาก็ได้ เพราะแน่นอนว่าปัญหาที่จะตามมาของการฟอกดำตัวละครนั้นก็คือ ความประดักประเดิดของตัวละครผิวสีเมื่อต้องมาปะทะสังสรรค์กับวัฒนธรรมคนขาวที่มีอยู่ในบทดั้งเดิม ที่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นปัญหาสำคัญที่จะถูกตั้งคำถามต่อไป หลังจากที่ภาพยนตร์ออกฉายแน่นอน

     กระนั้นเมื่อพิจารณาในมิติของ “ธุรกิจบันเทิง” ก็จะพบว่า กลยุทธ์ไม้ตายของดิสนีย์นั้นเป็นไปในแบบเดียวกันกับทั้งอุตสาหกรรมตุ๊กตาบาร์บี้ หรือแม้แต่ธุรกิจนางงาม อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้ตัวเองนั้นตกโลก และสามารถดำรงอยู่ในสังคมร่วมสมัยไปได้อีกนาน ด้วยการพูดประเด็นเดียวกับที่โลกใบนี้กำลังพูด ดังที่เราเห็นตุ๊กตาบาร์บี้ผิวดำ ไปจนถึงนางงามจักรวาลผิวดำ และหญิงข้ามเพศที่ได้ขึ้นไปยืนบนเวทีนางงามจักรวาลมาแล้ว รวมไปถึงคำถามการเมืองแสนยากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็เพื่อยืนยันว่ามนุษย์มีอะไรมากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอกตามแนวคิดของคนในสังคมยุคใหม่ เช่นเดียวกันกับกรณีของเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์ที่การปรับเปลี่ยนลุคของพวกเธอนั้นก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกระแสอันเชี่ยวกรากของความนิยมในสังคมยุคนี้ ที่ให้พื้นที่กับความหลากหลายทางเชื้อชาติ สีผิว และเพศมากขึ้นเรื่อยๆ ผลผลิตของมันจึงออกมาเป็นนางเงือกแอเรียล และเจ้าหญิงหิมะผิวสี ที่ยัดเยียดให้กับผู้ชมนั่นแหละ เรียกกระแสความนิยมให้เกิดขึ้นกับตัวภาพยนตร์ก่อนเข้าฉาย ต่อยอดด้วยการนำไปขายสปอนเซอร์และโฆษณาต่อไป สร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนับไม่ถ้วน ส่วนผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือการสะท้อนให้สังคมเห็นว่าประชากรโลกปัจจุบันเขากำลังพูดเรื่องอะไรกัน อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนกลายๆ ในการสนับสนุน และเกื้อกูลกลุ่มคนเหล่านี้ไปด้วยในที ซึ่งก็นับได้ว่า “การยัดเยียด” ก็ดูจะได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งร่องเลยทีเดียว

     ไม่อาจตัดสินได้ว่า ธุรกิจ หรือ การขับเคลื่อนสังคม อะไรคือตัวตั้งในการยัดเยียดภาพลักษณ์ใหม่ของเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์ให้ผู้ชม หากก็ต้องมาตามดูกันต่อไปว่า แอเรียล และ เจ้าหญิงสโนว์ ไวท์ ที่ไม่ได้มีผิวขาว หรือมีบรรทัดฐานความงามตามที่แบบฉบับดั้งเดิมบอกเอาไว้ จะยังเป็นปัจจัยปัญหาที่คนดูจะใช้ตัดสินความมีเสน่ห์ และความน่าติดตามของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ อยู่หรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าขณะที่ดิสนีย์พยายามเอาตัวรอดด้วยการเกาะกระแสสังคม ในเวลาเดียวกันคุณก็ได้ทุบทำลาย “ภาพฝัน” ของเหล่าแฟนคลับที่ไว้เนื้อเชื่อใจ และศรัทธาในตัวละครที่คุณสร้างขึ้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรด้วยเช่นกัน...

ข้อมูล : www.quora.com, www.disneyprincess.fandom.com, www.insider.com, Teen Vogue และ www.washingtonpost.com

WATCH