FASHION

ย้อนเรื่องราวของเจ้าชาย Egon von Fürstenberg ชายผู้ทำให้ดีไซเนอร์ชื่อดังกลายเป็นเจ้าหญิง

ย้อนรำลึกถึง Prince Egon von Fürstenberg เจ้าชายรูปงามแสนเพอร์เฟกต์ที่มีเรื่องราวความรักและความสามารถ

เนื้อหาสำคัญ

  • ประวัติของเจ้าชาย Egon von Fürstenberg ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนเติมเต็มภาพในจินตนาการของหญิงสาวให้เป็นจริง
  • เรื่องราวความรักของหนุ่ม-สาวที่สามารถต่อยอดสู่การเป็นแม่แบบการใช้ชีวิตคู่ของคน 2 ชนชั้น
  • การฝ่าฟันอุปสรรคของและชีวิตในต่างแดนที่กลายเป็นเส้นทางชีวิตอันน่าจดจำของทั้งคู่

_________________________________________________________________

 

     ชื่อ DVF หรือแบรนด์ Diane von Fürstenberg คือชื่อแบรนด์เรียกยากอันดับต้นๆ ของโลก แต่ความยากพร้อมกับเสื้อผ้าแต่ละคอลเล็กชั่นทำให้มันกลายเป็นที่จดจำ แต่ในอีกแง่มุมชีวิตหนึ่งของดีไซเนอร์คนนี้นั้นมีเรื่องราวความรักสุดพิเศษ หาก Meghan Markle ได้รับประดับยศเป็นดัชเชสและเข้าวังมีส่วนร่วมในราชวงศ์อังกฤษอย่างมากในปัจจุบัน การแต่งงานกับเจ้าชายคือสิ่งที่สาวๆ หลายคนใฝ่ฝันและมีหนทางแห่งความเป็นจริง ด้วยภาพวาดในจินตนาการที่เหมือนกับโลกแฟนตาซี ความเหนือจริงมันกลับกลายเป็นความจริงของผู้หญิงบางคน และแน่นอนว่าเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

เจ้าชาย Egon (ซ้าย) ในวัยเยาว์ขณะอยู่กับเจ้าชาย Alfonso / ภาพ: Courtesy of Egon von Fürstenberg

     เจ้าชาย Egon von Fürstenberg คือเจ้าชายรูปงามที่เรากำลังเอ่ยถึง วันที่ 29 มิถุนายน 1946 ช่วงเวลา 1 ปีให้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง Eduard Egon Peter Paul Giovanni Prinz zu Fürstenberg ลืมตาดูโลกขึ้นที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นโอรสของเจ้าชาย Tassilo zu Fürstenberg และ Clara Agnelli พี่สาวของผู้บริหาร Fiat บริษัทรถยนต์รายใหญ่ของอิตาลี เขาเติบโตมาด้วยวิถีชีวิตของคนชนชั้นสูงตามขนบ เข้ารับการศึกษาดีๆ ในมหาวิทยาลัยในสวิตเซอร์แลนด์ และนั่นทำให้เขาพบเจอหญิงสาวชาวเบลเยียมเชื้อสายยิวอย่าง Diane Simone Michelle Halfin คู่ครองชีวิตซึ่งเข้ามาเติมเต็มเรื่องราวที่เรากำลังจะเล่าถึงในวันนี้

ภาพคู่กันของเจ้าชาย Egon และ Diane / ภาพ: Susan Wood

     หากเอ่ยชื่อเก่าคนอาจจะจำไม่ได้ แต่ถ้าหากบอกว่าเธอคือ Diane von Fürstenberg สาวกแฟชั่นต้องร้องอ๋อกันแน่นอน ดีไซเนอร์หญิงคนเก่งที่มีผลงานชิ้นอมตะคือ ‘Wrap Dress’ แต่น้อยครั้งที่เราจะได้ฟังเรื่องราวความรักของไดแอนกับเจ้าชายสุดหล่อ ทั้งคู่พบกันเมื่ออายุ 18 ปีที่มหาวิทยาลัยนี่คือสิ่งที่เรื่องราวถูกบันทึก แต่แท้จริงแล้วหญิงเก่งคนนี้พบปะกับเจ้าชายเอกอนที่งานปาร์ตี้ในเมืองเจนีวา ไดแอนเผยว่า “เขาคือหนุ่มหล่อรูปงาม ผมบลอนด์ เราได้ทำความรู้จักกัน แต่ทีแรกฉันไม่ได้สนใจเขาขนาดนั้น เพราะหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีที่โลซานน์เองก็มีไม่น้อยเช่นกัน เขาไม่ได้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นมากนัก” แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นคือการไปทริปสกีด้วยกัน รถของไดแอนมีปัญหา เจ้าชายคนนี้จึงสวมบทฮีโร่เข้ามาช่วยด้วยสัญชาตญาณความเป็นสุภาพบุรุษ ความจริงใจที่อยากจะปกป้องไดแอนของเจ้าชายเอกอนเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความรักของคู่นี้อย่างแท้จริง

บรรยากาศวันเข้าพิธีเสกสมรสของเจ้าชาย Egon และเจ้าหญิง Diane / ภาพ: Berry Berenson Perkins

     เริ่มแรกพวกเขาไม่ได้มองไกลไปถึงเรื่องแต่งงาน แต่ทว่าความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ไดแอนย้ายไปฝรั่งเศสเพื่อตามฝันทางด้านศิลปะด้วยการเป็นผู้ช่วยช่างภาพ และเธอก็ได้สมรสกับเจ้าชายในช่วงนี้เอง ชีวิตสวยงามดุจดั่งละคร จากหญิงสาวทั่วไปกลายเป็นเจ้าหญิง เธอตั้งครรภ์...แต่เรื่องมันยิ่งเข้มข้นเหมือนละครขึ้นไปอีกขั้นเพราะพระบิดาของเจ้าชายเอกอนไม่โปรดไดแอนเนื่องจากเป็นคนยิว ถึงขนาดที่ระหว่างพิธีแต่งงานเจ้าชายไม่อยากให้ไดแอนนออกไปหน้าโซนรับรองเพราะเธอมีเชื้อยิว เกรงว่าอาจจะมีญาติฝั่งพ่อบางคนแสดงความไม่พอใจ แต่งานยิ่งใหญ่จำนวนแขกกว่า 500 คนก็ผ่านไปได้ด้วยดีและแสดงให้เห็นว่าเจ้าชายนั้นรักและเป็นห่วงเป็นใยว่าที่เจ้าหญิงจริงๆ

Alberta Ferretti ผู้คอยให้การสนับสนุนเจ้าหญิง Diane ในการสร้างรากฐานตั้งต้นชีวิตใหม่ / ภาพ: Models.com

     นั่นทำให้ทั้งคู่วางแผนจะเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อสร้างชีวิตใหม่ในอีกซีกโลกหนึ่ง สาวผู้เก่งกาจและไล่ตามความฝันตัวเองเริ่มกังวลเมื่อตนต้องรับบทบาทเจ้าหญิงอย่างเป็นทางการ เธอไม่อยากถูกมองว่าโชคดีบุญหล่นทับกลายเป็นคนมีฐานันดรศักดิ์ เธอจึงมุ่งมั่นเปล่งประกายความสามารถออกมาผ่านการออกแบบชุดที่มี Alberta Ferretti ดีไซเนอร์ชื่อดังคอยหนุนหลังอยู่ ก่อนเธอจะตัดสินใจย้ายไปตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกาเพื่อตั้งต้นชีวิตในปี 1969

เจ้าชายและเจ้าหญิง Fürstenberg ขณะอาศัยอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา / ภาพ: Horst P. Horst - Vogue 1972

     ด้วยความตั้งใจเรื่องการออกแบบของคู่ครองอย่างเจ้าหญิงไดแอน เจ้าชายเอกอนจึงขวนขวายในเส้นทางเดียวกันบ้างแม้เขาจะทำงานอยู่ที่ธนาคาร Chase Manhattan (J.P. Morgan Chase Bank ในปัจจุบัน) ก็ตาม เขาตั้งใจถึงขนาดลงเรียนคลาสเสริมเวลากลางคืนที่ Fashion Institute of Technology และ Parson's School of Design เพื่อพัฒนาฝีมือการทำงานด้านแฟชั่นและการออกแบบอย่างจริงจัง อีกเส้นเรื่องหนึ่งของชีวิตคือพวกเขามีลูกด้วยกัน 2 คนคือ Alexandre Egon ลูกชายคนโตหนึ่งในผู้บริหารของ DVF ในปัจจุบัน และ Tatiana Desirée von Fürstenberg ลูกสาวคนเก่งผู้มีเลือกเดินในเส้นทางการเป็นนักเขียนและทีมเบื้องหลังภาพยนตร์ ต่อมาภายหลังทั้งคู่คือหัวใจสำคัญของกิจการครอบครัว

โลโกของแบรนด์ Egon von Fürstenberg  ซึ่งยังคงความคลาสสิกอยู่ถึงทุกวันนี้ / ภาพ: Courtesy of Brand

     หลังจากเรียนรู้และช่วยภรรยาทำงานสายแฟชั่นแล้ว เจ้าชายเอกอนก็แยกออกมาบินเดี่ยวเหตุผลเพราะการแยกกันอยู่แต่ยังไม่หย่าร้างของทั้งคู่ตั้งแต่ปี 1973 โดยการบินเดี่ยวครั้งนี้มีจุดเด่นคือการทำเสื้อผ้าให้กับผู้หญิงพลัสไซส์และค่อยๆ แตกไลน์ออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1977 ก่อนที่ปี 1983 จะย้ายไปตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่มิลาน และความสามารถอีกด้านคือการเขียนหนังสือเรื่องแฟชั่นและเรื่องการตกแต่งบ้านในชื่อ ‘The Power Look’ (1978) และ ‘The Power Look at Home: Decorating for Men’ (1980) จนกระทั่งปี 1981 เจ้าชายมากความสามารถผู้นี้เปิดบริษัทรับตกแต่งภายในอีกด้วย ชีวิตส่วนตัวและเรื่องงานของทั้งคู่แยกออกห่างกันขึ้นทุกวัน และแล้วปี 1983 ก็มาถึงจุดสิ้นสุด ความจริงดั่งนิยายเรื่องนี้จบลง เจ้าชายเอกอนหย่าร้างกับเจ้าหญิงไดแอน หญิงสาวมากความสามารถกลับไปเป็นปุถุชนคนธรรมดาเหมือนเดิม แต่ความก้าวหน้าของแบรนด์ทั้งคู่ยังคงก้าวเดินต่อไปได้อย่างดีในเส้นทางของตัวเอง มันคงจะเป็นเรื่องยากเมื่อเรารู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเจ้าชายรูปงามคนนี้เป็นไบเซ็กชวล และนี่คงจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นิยายรักเฟิร์สเทนเบิร์กมาถึงจุดจบ...

ครอบครัว von Fürstenberg ณ ช่วงเวลาอันแสนอบอุ่น / ภาพ: Mary Russell Photo Archive

     ในขณะที่แบรนด์ทั้งดีวีเอฟและอีวีเอฟ (ไดแอนและเอกอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก) กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในเส้นทางของตัวเอง ในปี 2004 แบรนด์ของเจ้าชายต้องหยุดชะงักลงจากการเสียชีวิตของเจ้าชายเอกอนด้วยสาเหตุโรคมะเร็งตับในวันที่ 11 มิถุนายนปี 2004 แต่ทว่าผู้เกี่ยวข้องต้องเดินหน้าใช้ชีวิตกันต่อไป ผู้อยู่เบื้องหลังและคอยพยุงแบรนด์เอาไว้ก็คือลูกชายและลูกสาวอันเป็นที่รัก ถึงแม้ตัวจะจากไปแต่เราจะจดจำเรื่องราวของเจ้าชายเอกอนไว้ในห้วงความทรงจำทั้งเรื่องความรักที่เปลี่ยนความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งสู่การเป็นเจ้าหญิงในชีวิตจริง แบรนด์แฟชั่นรวมถึงสินค้าแต่งบ้านที่ยังคงความคลาสสิกจนถึงปัจจุบัน เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีการจากไปแบบไม่มีวันกลับ เราจะจดจำชื่อนี้ไว้ในอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกแฟชั่น ‘Prince Egon von Fürstenberg’

คีย์เวิร์ด: #DvF