#VogueReview โว้กบิวตี้ลองใช้สกินแคร์ที่เป็นเคล็ดลับผิวอิ่มฟูของสาวเกาหลีเป็นเวลา 5 วัน

ลองสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากต้นกระบองเพชรจากแบรนด์ Huxley เป็นเวลา 5 วัน

ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองของเหล่าสกินแคร์จังกี้ชาวไทยเลยก็ว่าได้เพราะมีแบรนด์สกินแคร์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีขายในประเทศไทยทยอยเข้ามาให้เลือกซื้อเลือกใช้กันมากมาย ซึ่งหนึ่งในแบรนด์สกินแคร์ที่ไม่ต้องฝากเพื่อนหิ้วให้เป็นภาระจากต่างประเทศอีกต่อไปก็คือ Huxley แบรนด์สกินแคร์ร่วมสมัยสัญชาติเกาหลีที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติและมาในคอนเซ็ปต์ที่มินิมอล สกินแคร์รูทีนที่เหมาะสำหรับทุกคน วันนี้ทีมโว้กบิวตี้จะพารู้จักที่มาของ Huxley และ ส่วนผสมที่เป็นหัวใจของทุกๆ ผลิตภัณฑ์อย่างน้ำมันสกัดธรรมชาติจากต้นกระบองเพชรพริคลีย์ แพร์ พร้อมแนะนำไอเท็มที่ได้ลองแล้วเลิฟจนอยากต่อ

Secret of Sahara

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ฮักซ์ลีย์ เริ่มขึ้นที่การออกเดินทางตามหาส่วนผสมอันล้ำค่าและหายากจากทั่วโลก จนได้ค้นพบความน่าอัศจรรย์ของต้นกระบองเพชรพริคลีย์ แพร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำและน้ำมันสกัดที่สามารถเติบโตท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนและแสนโหดร้ายของทะเลทรายซาฮาร่า โดยชนเผ่าเบอเบอร์และราชวงศ์โมร็อกโกได้ค้นพบสิ่งที่ช่วยปกป้องต้นกระบองเพชรจากสภาพอากาศที่โหดร้าย จึงนำมาสกัดเพื่อใช้ปกป้องผิวจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุในตอนกลางวันและใช้เติมความชุ่มชื่นให้ผิวเมื่อเผชิญกับความหนาวที่ลดลงถึง 0 องศาในตอนกลางคืน ทำให้น้ำมันสกัดจากต้นกระบองเพชรพริคลีย์ แพร์ ได้กลายเป็นเคล็ดลับความงามที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปีโดยชนเผ่าเบอเบอร์และราชวงศ์โมร็อกโก 

 

Packed with Antioxidant

สกินแคร์จากฮักซ์ลีย์มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันสกัดจากต้นกระบองเพชรพริคลีย์ แพร์ ที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวให้อ่อนเยาว์ในขณะที่ช่วยคืนความชุ่มชื่นให้ผิวดูอิ่มน้ำ โดยมาจากกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ซึ่งสำหรับน้ำมันสกัดจากเมล็ดพริคลีย์ แพร์ 1 ลิตร มาจากการคัดแยกเมล็ดพริคลีย์ แพร์ด้วยมือกว่า 1 ล้านเมล็ดและเลือกใช้กระบวนสกัดเย็นในการสกัดน้ำมันเพื่อคงรักษาสารต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

Minimal Routine

สกินแคร์จากฮักซ์ลีย์มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก ตอบโจทย์สำหรับคนที่มองหาขั้นตอนการบำรุงผิวที่เรียบง่ายแต่ประสิทธิภาพสูง เป็นสกินแคร์รูทีนแบบมินิมอลที่ให้ความสำคัญกับขั้นตอนทำความสะอาด ซึ่งเป็นสเต็ปที่จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและมลภาวะที่เผชิญมาตลอดวัน ตามด้วยขั้นตอนการฟื้นบำรุงที่จะช่วยคืนความแข็งแรงให้แก่ผิวเพื่อที่สามารถทนต่อมลภาวะและกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ในผิวได้ดีขึ้น

 

Unique Scent

นอกจากแพ็คเกจจิ้งสุดมินิมอลที่ชวนให้แชะรูปลงอินสตาแกรมแล้ว อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของสกินแคร์จากฮักซ์ลีย์คือกลิ่นหอมที่มอบความรู้สึกสดชื่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนที่เขียวชอุ่มของชาวโมร็อกโก

 

#VogueBeautyReview

โว้กบิวตี้ลองใช้หนึ่งในไอเท็มยอดฮิตจากแบรนด์ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวอย่าง เอสเซนซ์, ออยล์-เอสเซนซ์ และออยล์ เป็นเวลา 5 วัน โดยใช้สลับกันไปควบคู่กับสกินแคร์จากแบรนด์อื่นที่ใช้เป็นประจำเช้า-เย็น และนี่คือความรู้สึกหลังใช้ที่เราอยากเล่าสู่กันฟัง

Oil : Light And More

 เฟสออยล์เข้มข้นแต่เนื้อสัมผัสบางเบา อัดแน่นด้วยคุณค่าจากส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากเมล็ดพริคลีย์ แพร์, โจโจ้บาออยล์, น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน  และส่วนผสมที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวอย่าง Squalane ที่สกัดจากพืช 

 

 "เนื่องจากเป็นคนที่มีผิวแห้ง แพ้ง่าย และมันบ้างในบางช่วงจึงเลือกใช้เฟสออยล์ในช่วงกลางคืน แต่จริงๆ แล้วตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเพราะมีเนื้อสัมผัสบางเบา หลังจากล้างหน้า ลงโทนเนอร์และเซรั่มแล้ว เราหยดน้ำมัน 2-3 หยดวอร์มบนฝ่ามือจากนั้นค่อยๆ กดทาบลงบนผิว หลังจากนวดจนทั่วใบหน้าตามด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์เป็นอันจบขั้นตอน ครั้งแรกที่ใช้สังเกตุว่าเนื้อออยล์ซึมไว ไม่เหนอะหนะเลย อีกทั้งมาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นเบาๆ ทำให้ผิวดูฉ่ำ คือถ้าใครมีสภาพผิวที่ค่อนข้างมันจะจบรูทีนด้วยเฟสออยล์อย่างเดียวหรือใช้เฉพาะวันที่รู้สึกผิวแห้งจริงๆ ก็ได้เช่นกัน ในเช้าวันถัดมาสัมผัสได้ถึงผิวที่ชุ่มชื่นและดูอิ่มน้ำ เหมือนได้เติมน้ำให้ผิวขณะที่เรานอนหลับ"

Essence : Grab Water

เอสเซนซ์สูตรน้ำมีเนื้อสัมผัสเป็นเจลใสบางเบา นอกจากมีสารต้านอนุมูลอิสระจากน้ำมันสกัดจากเมล็ดพริคลีย์ แพร์ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์แล้ว มีการผสานส่วนผสมของสารสกัดจากเปปเปอร์มิ้นต์ที่ช่วยปลอมประโลมผิว รวมถึงส่วนผสมของสารช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิวอย่าง Natural Moisturizing Factor

 

"เป็นสกินแคร์ที่ทำหน้าที่ตามชื่อเลยคือช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื่นไว้ในผิว เนื้อสัมผัสเป็นเจลใสมีความบางเบา ซึมซาบไว้ ตอนกลางคืนใช้ลงเป็นสเต็ปหลังจากโทนเนอร์และก่อนมอยส์เจอไรเซอร์ มีกลิ่นหอมสดชื่นเบาๆ หลังจากใช้พบว่าตอนเช้าผิวอิ่มฟูและดูเฟิร์ม เหมือนได้รับการเติมความชุ่มชื่น มีสัมผัสที่นุ่มติดมือและหลังจากใช้ซ้ำในตอนเช้าก่อนแต่งหน้า รู้สึกว่าเกลี่ยรองพื้นได้ง่ายขึ้นและรู้สึกผิวมีความดิวอี้นิดๆ"

 

Oil Essence : Essence-like, Oil-like

เอสเซนซ์ไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างออยล์และเอสเซนซ์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว มีเนื้อสัมผัสบางเบา เท็กซ์เจอร์มีลักษณะเป็นเจลสีขุ่น มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผิวที่ดูเหนื่อยล้าและขาดความชุ่มชื่น แน่นอนว่ามีส่วนผสมฮีโร่อย่างน้ำมันสกัดจากเมล็ดพริคลีย์ แพร์ที่อุดมไปด้วย Linoleic Acid กรดไขมันจำเป็นต่อร่างกายที่ช่วยเสิรมความแข็งแรงให้ผิวและช่วยกักเก็บความชุ่มชื่น นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของซุปเปอร์ฟู้ดอย่างอาซาอิ เบอร์รี่, คามู คามู และควินัวที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนแอซิดและวิตามินต่างๆ 

 

"เป็นเอสเซนซ์กึ่งออยล์เนื้อบางเบาที่เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย ใช้ตามหลังโทนเนอร์ในตอนเช้าและตอนกลางคืน ตอนทาลงบนผิวเนื้อเอสเซนซ์ซึมซาบได้ไว ไม่ทิ้งความเงามันไว้บนผิว เวลาใช้ก่อนแต่งหน้ารู้สึกว่าผิวดูชุ่มชื่นตลอดวันและช่วยให้เมกอัพเกาะผิวได้ติดทนแม้ต้องออกไปเจอความร้อนข้างนอกสลับกับความเย็นของแอร์ในออฟฟิศ ในตอนกลางเมื่อใช้คู่กับ Oil : Light And More ช่วยบูสต์ผิวที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมาดูอิ่มฟูขึ้นในตอนเช้า เป็นดูโอ้ที่กู้ผิวได้ดีสำหรับคนที่ผิวแห้งง่าย"

นอกจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่เป็นเซรั่มแล้ว Huxley ยังมีสกินแคร์ตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่างมาส์กและโทนเนอร์ นอกจากนี้ยังมีเมกอัพและบอดี้แคร์อีกด้วย สาวๆ สามารถไปลองเนื้อสัมผัสของแต่ละไอเท็มได้ที่ร้าน EVEANDBOY 

 

*หมายเหตุ: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสภาพผิว ควรศึกษาข้อมูลและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว

คีย์เวิร์ด: Huxley Skincare Review