MAKE UP

ย้อนประวัติศาสตร์การทำผิวขาวสุดแสนอันตรายที่คนยุคศตวรรษที่ 18 ยอมแลกได้เพื่อ ‘ความงาม’

เรื่องราวเตือนใจในหน้าประวัติศาสตร์ แม้ชีวิตต้องเสี่ยงตาย แต่ยอมได้เพื่ออยู่ในมาตรฐานความงาม

มาตรฐานความงามไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่มีมาตั้งแต่ในยุคประวัติศาสตร์โดยเฉพาะเรื่องสีผิวและความขาวที่ผู้คนต่างต้องการ แม้จะต้องยอมแลกด้วยเงินตราหรือแม้กระทั่งชีวิต

เทรนด์ผิวขาวในหน้าประวัติศาสตร์

ในช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 ของประเทศฝั่งยุโรป สีผิวขาวเป็นเหมือนเทรนด์แฟชั่นที่ผู้คนต่างนิยมทำตามกัน ซึ่งความขาวที่ว่าไม่ใช่เพียงความขาวกระจ่างใสของผิวธรรมดา แต่เป็นความ ‘ขาวซีด’ หรือ ‘ขาวเผือก’ สีผิวนี้เป็นที่นิยมในยุคนั้นเพราะเป็นเหมือนสิ่งที่บ่งบอกความร่ำรวย ไม่ต้องออกไปทำงานตากแดดตากลมตามไร่นาจนผิวคล้ำแดด

ภาพ : history1700s

ผิวขาวด้วยการ ‘ฟอก’

เพื่อผิวขาว ผู้คนต่างหาวิธีเพื่อเปลี่ยนสีผิวเดิมตามธรรมชาติ หนึ่งวิธียอดนิยมในช่วงเวลานั้นคือการฟอกผิว โดยอุปกรณ์ที่ใช้คือครีมทาหน้าที่ถูกอวดอ้างคุณสมบัติว่าสามารถขจัดทุกข้อบกพร่องของผิวอย่างรอยคล้ำ จุดด่างดำ สิว และคงความขาวได้อย่างถาวร ซึ่งแน่นอนว่าตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติขนาดนี้ มีเพียงส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีอันสุดแสนอันตรายต่อผิว

เครื่องสำอางเปลี่ยนผิวขาว

นอกจากวิธีการฟอกผิวด้วยครีมที่ไม่ทราบส่วนผสมแน่นอนแล้วนั้น ยังมีวิธีการเปลี่ยนผิวขาวแบบชั่วคราวด้วยเครื่องสำอางอย่างรองพื้น โดยการใช้งานจะเป็นการทารองพื้นเหมือนปัจจุบัน แต่จะทาตั้งแต่หน้า ลำคอและหน้าอก รวมถึงอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่มองเห็นได้อย่างแขนและขา วิธีนี้อาจดูปลอดภัย แต่ส่วนผสมของรองพื้นสีขาวที่ถูกใส่มาจะประกอบด้วยสารตะกั่วเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่วนประกอบอย่างสารตะกั่วหากอยู่บนผิวนานเกินไปจะสะสมภายในร่างกายและเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากการใช้เครื่องสำอางที่มีสารตะกั่วมากเกินไปในยุคนั้นคือ “มาเรีย” เคาน์ติสแห่งโคเวนทรี่ด้วยอาการเลือดเป็นพิษ ในช่วงอายุประมาณ 27 ปี

ภาพ : eighteenthcenturylit

แม้เทรนด์ผิวขาวในช่วงหลายปีมานี้อาจดูลดความนิยมลงไปกว่าอดีต แต่ในบางสังคมยังคงเชื่อในมาตรฐานความงามแบบเดิมๆ ยึดติดกับความงามที่มาคู่กับผิวขาว ซึ่งตามจริงเรื่องเหล่านี้ไม่มีผิด-ถูกหากเป็นความเชื่อที่ส่งผลกับชีวิตของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อใดมาตรฐานความงามที่เราเชื่อถูกนำไปตัดสินกับผู้อื่น เมื่อนั้นจะเกิดความไม่เหมาะสมและนำมาซึ่งปัญหามาตรฐานความงามที่อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมได้

ข้อมูล : Demodecouture, Danceshistoricalmiscellany