จำชื่อเขาไว้ให้ดี นี่คือเด็กหนุ่มผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของ Call Me by Your Name

นี่คือหนึ่งในหนังตัวเต็งรางวัลแห่งปี กับหนังรักโรแมนติกที่ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่กบห้วงเวลาแห่งความรักและความทรงจำที่รับรองว่าคุณจะต้องจำชื่อของนักแสดนไหน้าใหม่ ทิโมธี ชาลาเมท์ ได้อย่าแม่นยำต่อไปจากบทสัมภาษณ์สุดพิเศษชิ้นนี้

 

ไม่ใช่แค่ Vogue เท่านั้นที่ยกย่องให้ภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name เป็นหนึ่งในสิบหนังที่ดีที่สุดประจำปี 2017 เพราะยังมีสื่อบันเทิงอีกหลายรายพร้อมใจกันตีพิมพ์รายชื่อ "10 หนังแห่งปี" ของตนเองออกมาอย่างคึกคัก และพูดได้ว่าหนังรักแห่งปีอย่าง Call Me by Your Name มีชื่อติดเกือบทุกสำนักจริงๆ และสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายมาเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากนั้น ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการแสดงอันยอดเยี่ยมและทรงพลังของนักแสดงนำของเรื่องอย่าง ทิโมธี ชาลาเมท์ นั่นเอง หนุ่มหล่อคนนี้เริ่มเดินสายกวาดรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ และนักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมจากเวทีแจกรางวัลสำคัญ เริ่มต้นด้วยกอแธม อวอร์ดส์ ซึ่งเป็นพิธีมอบรางวัลให้แก่ภาพยนตร์อิสระ โดยสมาคมอินดิเพนเดนท์ ฟิล์ม โปรเจคต์ (IFP) ครั้งนี้จัดมาเป็นปีที่ 27 แล้ว โดยปกติแล้ว กอแธม อวอร์ดส์จะถือเป็นงานประกาศรางวัลเวทีแรกๆ ของปลายปี และนับเป็นการเปิดฤดูกาลการแจกรางวัลอย่างเป็นทางการ ล่าสุด สมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์ก (New York Film Critics Circle - นิวยอร์ค ฟิล์ม คริติกส์ เซอร์เคิล) เพิ่งประกาศผลรางวัลประจำปีของสมาคม โดยสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ตกเป็นของ ชาลาเมท์  เอาชนะตัวเต็งในสายนี้อย่าง แกรี โอลด์แมน หรือทอม แฮงค์ส มาได้ รางวัลของสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิวยอร์ก นับเป็นหน่ึงในรางวัลใหญ่ในบรรดาสมาคมนักวิจารณ์ทั่วอเมริกาปีก่อนนี้สมาคมฯ มอบรางวัลนำชายให้แก่ เคซี่ย์ แอฟเฟลก ซึ่งลงท้ายด้วยการคว้ารางวัลออสการ์สาขาเดียวกันนี้ สื่อหลายสำนักคาดหมายว่า Call Me by Your Name จะมีบทบาทในเวทีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงเวทีออสการ์ที่จะมาถึงในปีหน้านี้ด้วย

 

 

ทิโมธี ชาลาเมท์ นักแสดงลูกครึ่งฝรั่งเศสวัย 21 ปี

 

ทิโมธี ชาลาเมท์ (Timothée Chalamet) เป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส (พ่อ) อเมริกัน (แม่) โตที่นิวยอร์ก ตอนนี้เขาอายุ 21 ปี พ่อกับแม่สนับสนุนให้เขาทำงานในวงการตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ถ่ายโฆษณา และเล่นละครเวที เขาเริ่มเป็นที่รู้จัก จากการแสดงในซีรี่ส์ Homeland และเป็นที่รู้จักในหมู่วัยรุ่นมากขึ้น เมื่อเขาตกเป็นข่าวซุบซิบว่า กำลังคบหาอยู่กับ ลอร์เดส ลีออน (ลูกสาวของมาดอนน่า) เนื่องจากชอบการแสดง เขาจึงเรียนไฮสกูลที่ “ลากัวร์เดีย” ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมที่เน้นศิลปะและการแสดง หลังเรียนจบไฮสกูล ชาลาเมท์ก็สอบเข้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยโคลัมเบียได้ทันที เขารับบทนำเป็น เอลิโอ ในหนัง Call Me by Your Name และกลายเป็นดาราดังในชั่วข้ามคืน ใน Call Me by Your Name ทิโมธี ชาลาเมท์ ได้แสดงความสามารถหลายอย่างมาก ตั้งแต่พูดภาษาอิตาลี พูดภาษาฝรั่งเศส เล่นเปียโน เล่นกีตาร์ จูบผู้หญิง จูบผู้ชาย และมีเซ็กซ์กับลูกพีช?!

 

ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปมากไหม หลังจาก Call Me by Your Name

หลังจากหนังออกฉายที่ซันแดนซ์ (ต้นปี 2017) ผมก็เดินทางไม่หยุดหย่อนเลยครับ ผมต้องให้สัมภาษณ์คำถามเดิมๆ คำตอบเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ผมสนุกกับมันมากเลยล่ะ ผมรู้สึกดีมากจริงๆ

 

ทิโมธี ชาลาเมท์ จากภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name

 

คุณไม่ใช่นักแสดงโนเนมอีกต่อไปแล้ว

อย่ายกย่องผมเกินไป (หัวเราะ) ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะยังไงต่อ เพียงแต่ผมชอบการแสดง อันที่จริง ผมก็ยังไม่ชินกับการแสดงหนังหรอกนะ ผมไม่ใช่คนที่ดูหนังเยอะ ผมโตมากับละครเวที และถนัดแสดงละครเวทีมากกว่า แต่จากนี้ไปชีวิตคงเปลี่ยน

 

การตั้งใจเป็นนักแสดงเต็มตัว กระทบกับชีวิตของคุณบ้างหรือเปล่า

ผมต้องลาออกจาก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย หลังจากเรียนได้แค่ปีเดียว ซึ่งผมเสียใจมาก แต่เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากการได้เข้าเรียนที่นั่น หมายถึงคุณต้องตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง คุณต้องโฟกัสไปที่ตำราและงานวิชาการ ซึ่งผมต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าตอนนี้ผมอยากโฟกัสกับอะไรกันแน่

 

 

สองนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name

 

คุณมาเล่น Call Me by Your Name ได้อย่างไร

มันเริ่มจากเอเยนต์ของผม เป็นคนส่งผมไปเจอลูกา กัวดาญิโน ตอนนั้นเขากำลังทำบท Call Me by Your Name ร่วมกับเจมส์ ไอวอรี่ และผมเพิ่งอายุ 17 เอง ใสกว่าตอนนี้มาก (หัวเราะ) ผมค่อนข้างกล้าๆกลัวๆ นะ ผมไม่กลัวบทที่ท้าทาย แต่กลัวว่าจะทำให้พวกเขาผิดหวัง ซึ่งหลังจากนั้นก็ผ่านไปนานเป็นปี กว่าที่พวกเขาจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง แล้วบอกว่าพร้อมถ่ายทำแล้วล่ะ

 

คุณประหม่าไหม

มากครับ แต่ผมไม่อยากตัดโอกาสตนเอง การได้ทำงานกับคนเก่งๆ นั้นเป็นโอกาสที่ควรคว้าเอาไว้ ผมรู้สึกดีมาก ตอนได้เล่นหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลนเรื่อง Interstellar หรือกับเจสัน ไรต์แมนใน Men, Women & Children ซึ่งผมก็คงไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไป มันมีทั้งลูกา, เจมส์ ไอวอรี่ ได้เล่นประกบนักแสดงอย่าง อาร์มี แฮมเมอร์

 

 

ฉากหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name ที่ได้ทิโมธี ชาลาเมท์มาแสดงนำ

 

คุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ลูกา กัวดาญิโน เป็นคนวางแผนการเตรียมตัวให้กับผมครับ ตอนนั้นผมกำลังเล่นละครเวทีอยู่ที่นิวยอร์ก ลูกาโทรบอกผมว่า เล่นเสร็จแล้วบินมาที่อิตาลีทันทีเลยนะ ผมเล่นละครรอบสุดท้ายเสร็จ วันรุ่งขึ้นก็ไปที่โน่นเลย มันเป็นเมืองเล็กๆ ชื่อว่า เครมา ซึ่งบ้านของลูกาก็อยู่ที่นั่น ผมต้องไปอยู่ล่วงหน้านานกว่าทุกคนเป็นเดือนๆ เพื่อให้ชินกับสถานที่ ผมต้องเรียนเปียโนเพิ่มเติม และต้องเรียนภาษาอิตาเลียนด้วย มันเหมือนการไปเรียนซัมเมอร์แคมป์น่ะ

 

การทำงานร่วมกับอาร์มี แฮมเมอร์เป็นอย่างไรบ้าง คุณสองคนต้องเล่นบทที่ใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวกันตลอดเรื่อง

อาร์มีเป็นคนตลก วันแรกที่เขามาถึงอิตาลี ผมกำลังซ้อมเปียโนอยู่ เขาตะโกนบอกให้ผมออกไปข้างนอกกัน และเนื่องจากผมไปอยู่ที่นั่นก่อนเขาเป็นเดือนแล้ว ผมเลยรู้จักเมืองแห่งนั้นดี ผมเลยพาเขาขี่จักรยานรอบเมือง ถ้าคุณได้ดูหนัง มันจะเหมือนในหนังเลยละ (หัวเราะ)

 

แต่คุณไม่มีค่อยมีความเคอะเขินสักเท่าไหร่ อาร์มี แฮมเมอร์ให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะจูบเล่นกับคุณก่อนเข้าฉากทุกครั้ง จริงเหรอ

เขาก็พูดเกินไป (หัวเราะ) เราก็มีซ้อมๆ กันบ้าง ส่วนหนึ่งเพราะเราแทบจะเป็นคนอเมริกัน 2 คนที่อยู่ในกองถ่ายก็เป็นได้ เราใช้ทีมงานที่เป็นคนต่างชาติเกือบทั้งหมด และอยู่ในโลเกชั่นที่ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเลย เราใช้เวลาด้วยกัน...เกือบตลอดเวลา อาร์มีเป็นเพื่อนและพี่ชายที่ยอดเยี่ยม

 

 

สองนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name

 

พวกคุณแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ

คืออย่างงี้ครับ ในความเห็นของผม หนังเรื่องนี้ลูกาและสยมภู (มุกดีพร้อม) ผู้กำกับภาพชาวไทยที่น่ารักของเรา ตัดสินใจว่าพวกเขาจะถ่ายหนังโดยใช้เลนส์เพียงตัวเดียว คุณนึกออกใช่ไหม หนังเรื่องอื่นๆ เขาก็จะใช้เลนส์หลากหลาย และจะมีเวลาที่ต้องพักเปลี่ยนเลนส์ แล้วแสดงใหม่ อะไรแบบนั้น แต่เรื่องนี้ เราเลยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเลนส์ นักแสดงจึงสามารถเล่นได้ยาวไปเลย การเล่นได้ยาวๆ นั้น มันทำให้เราไม่ต้องคอยทำอารมณ์ใหม่ มันจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เราสามารถเล่นไปนานเท่าไหร่ก็ได้

 

ทุกคนต้องถามคุณเรื่องฉากคุณกับลูกพีชแน่ๆ

แน่นอน (หัวเราะ) ก็อย่างที่คุณเห็นในหนัง โชคดีมากที่ลูกา เป็นคนให้ความสำคัญกับทุกฉากเท่าๆ กัน เขาไม่ทำให้ฉากไหนดูเอิกเกริกเกินกว่าฉากไหน เช่น เขาจะไม่มีมากดดันว่า เอ้า เราจะถ่ายฉากเซ็กซ์แล้วนะ เตรียมตัวไว้ๆ ไม่เลย เขาทำเหมือนการถ่ายทุกฉากที่ผ่านมา ในกรณีลูกพีช เราเคยคุยกันก่อนหน้านี้ว่าจะเล่นอย่างไร ลูกาบอกว่า งั้นลองทำดูว่ามันทำได้จริงไหม เขาไม่ใช่แค่ให้ผมลองทำนะ ตัวเขาเองก็ลองทำด้วย (หัวเราะ)

 

ต้องยอมรับว่าหนังนำเสนอฉากนั้นได้อย่างมีรสนิยมมาก

ลูกาเป็นคนที่เก่งมากในการนำเสนอสัมผัสที่อ่อนไหวบนจอหนัง ถ้าคุณได้ดูหนังเรื่องก่อนๆ ของเขาอย่าง I Am Love และ A Bigger Splash คุณจะเห็นสไตล์ของเขาชัดเจนเลยว่า เขาใส่ใจกับความอ่อนไหวของอารมณ์มากขนาดไหน ผมคิดว่าเขาอัจฉริยะจริงๆ

 

 

ฉากหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name ที่ได้ทิโมธี ชาลาเมท์มาแสดงนำ

 

ตอนคุณได้ดูหนังครั้งแรก คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

ผมได้ดูหนังครั้งแรกที่งานซันแดนซ์ พร้อมกับผู้ชมเต็มโรง ผมบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน มันท่วมท้น มันรู้สึกดี ตื่นเต้น พบหนังจบ ผมภูมิใจกับมันมาก ผมคิดว่าอย่างน้อยเราก็ไม่ได้ทำให้ฉบับนิยายต้องมัวหมอง และผมขอพูดอีกครั้งว่าลูกาเป็นคนที่เก่งจริงๆ

 

ในความเห็นคุณ Call Me by Your Name พิเศษอย่างไร

ผมจะไม่พูดเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ผมได้รับจากการทำงานก็แล้วกัน เพราะมันพิเศษสำหรับผมมากๆ แต่ผมจะพูดถึงตัวหนัง ผมคิดว่าคุณค่าอย่างหนึ่งของ Call Me by Your Name คือ การที่หนังแสดงท่าทีว่า สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตเรา คือการยอมรับสิ่งที่ตัวเราเป็น ผมมักจะเล่าเรื่องตอนเราพูดคุยกับผู้ชมหลังหนังฉายจบที่ซันแดนซ์เสมอ มีผู้ชมคนหนึ่งยกมือขึ้น แล้วบอกว่า ถ้าเขาขออะไรสักอย่างได้ เขาอยากให้พ่อของเขา พูดแบบเดียวกับที่พ่อของเอลิโอพูดในหนัง ผมคิดว่าฉากนั้นมันดีมากจริงๆ และมันสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์ยอมรับและมีความสุขกับความเป็นตัวเอง

 

ตอนนี้คุณถ่ายทำหนังเรื่องใหม่แล้วหรือยัง

ผมกำลังถ่ายหนังเรื่องใหม่ของวู้ดดี้ อัลเลนครับ เล่นกับ เซลินา โกเมซและแอล แฟนนิ่ง แต่ผมยังมีหนังอีกเรื่องออกฉาย คือ Lady Bird ซึ่งกำกับโดย เกรตา เกอร์วิก เธอเก่งมากๆ ครับ

 

 

โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name

 

ขณะนี้ Call Me by Your Name ได้คะแนนเฉลี่ยจากเว็บ Rotten Tomatoes สูงถึง 98% และในเว็บไซต์ Metacritics.com ซึ่งรวมผลคะแนนที่ละเอียดกว่า หนังก็ได้ไปถึง 95% ซึ่งถือเป็นหนังที่ได้คะแนนดีที่สุดในรอบปี 2017 ของ Metacritics.com และกำลังกลายเป็นกระแสฮือฮาในอเมริกา ทั้งๆ ที่เปิดฉายเพียง 4 โรงเท่านั้น (ก่อนจะฉายในวงกว้างต้นปีหน้า) ผู้เชี่ยวชาญด้านบ็อกซ์ ออฟฟิศวิเคราะห์ว่า หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังที่ดึงดูดผู้ชมทุกเพศ โดยไม่ได้มีเนื้อหาที่จำเพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มชายรักชายเท่านั้น และเมื่อหนังได้รับการจับตาว่าจะมีบทบาทสำคัญบนเวทีออสการ์ นักดูหนังสายคุณภาพก็หันมามองหนังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

 

(Call Me by Your Name มีโปรแกรมเข้าฉายเมืองไทย 14 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

เฉพาะที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอที่เดียวเท่านั้น)

 

อ่านเพิ่มเติม:

  1. ความอลังการ! Longines ฉลองครบ 185 ปีในสถานที่ประวัติศาสตร์อายุกว่าร้อยปีกลางกรุงปักกิ่ง
  2. คู่แรกของโลก! Nike เปิดตัวรองเท้าผูกเชือกเองได้แบบในหนังเรื่อง Back to the Future
  3. เมื่อ Chanel หยิบเอาเสื้อกะลาสีเรือมาเล่าเรื่องเมืองฮัมบวร์ก
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล