เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ยอมรับว่าการแสดงยังคงเป็นความฝันที่รอวันทำให้สำเร็จ

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ในวันที่เขายอมรับว่าการแสดงคืออาชีพหลักและงานเพลงยังคงเป็นความฝันที่รอวันทำให้สำเร็จ

 

ทันทีที่ทีมงานของโว้กประเทศไทยรู้ว่าหนุ่มคนโปรดของเรามาเยือนถึงออฟฟิศก่อนหมดปีที่ผ่านมาเพื่อมาแนะนำผลงานซิงเกิลเพลงใหม่ อย่าเล่นกับไฟ ที่เจ้าตัวเพิ่งปล่อยออกมาและเป็น 1 ใน 16 เพลงจากอัลบั้มเหล็กกับไม้ เราทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะถามไถ่และพูดคุยเพื่ออัพเดตเรื่องราวต่างๆ ของนักร้อง นักดนตรี และนักแสดงหนุ่มคุ้นหน้าคนนี้

 

“ตอนนี้ก็มีละครครับ ถือว่าเป็นงานหลักเลยนะ ทุกครั้งที่ผมต้องรับบทอะไรก็จะพยายามทำให้เต็มที่ อย่างตอนต้องเป็นช่างตัดผมก็ไปสิงอยู่ที่ร้านทำผมตลอด ตอนเป็นเชฟก็ไปเรียนทำอาหาร เป็นตำรวจก็ไปอยู่ที่ สน. ไปเรียนยูโด ผมอยากจะทำอะไรแต่ละอย่างให้มันเต็มที่ ซึ่งตอนเด็กๆ เราทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเรายุ่งเกินไป ถึงตอนนี้เราก็คงทำได้ไม่เท่ากับนักแสดงระดับฮอลลีวู้ดหรอก แต่มันก็เข้าใกล้มากขึ้น” นั่นคือหนึ่งในหน้าที่ที่เขาเลือกทำในวันนี้นอกเหนือไปจากงานเพลงที่เราทุกคนรู้กันดีว่าช่วยแจ้งเกิดให้เขาเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง

 

“มันมีความพอใจในอาชีพนี้อยู่นะ แต่มันก็ยังมีความฝันบางอย่างที่เราอยากจะทำให้ได้ อยากทำอัลบั้มที่คนยอมรับ ชอบ และฮิต มันมีช่วงหนึ่งที่ตอนเป็นวง Slur เคยทำได้ แต่พอเรากลับมาเป็นตัวเองทำไมกลับรู้สึกว่ามันยากจัง เลยคิดว่าอยากจะกลับไปทำให้ได้แบบนั้นอีกจัง แต่พอจะลองไขว่คว้าดูเองมันกลับไม่ง่ายเลย มันเลยยังเป็นเป้าหมายของเราอยู่” เขาเล่าอย่างคนที่เข้าใจธรรมชาติของการทำงานในวงการนี้

“ถามว่าทำงานเรื่อยๆ แบบนี้ทำต่อไปได้ไหม ทำได้นะ แต่ให้อยู่กินกับมันเลยคงไม่ได้ สมัยนี้มันไม่มีโจทย์ตายตัว ผมเลยคิดว่าเราก็ทำอะไรตามที่เราชอบดีกว่า ชุดต่อๆ ไปหลังจากชุดนี้ก็คิดว่าจะทำอะไรที่มันเข้าใจได้ง่ายขึ้น สมัยก่อนผมเคยทำเพลงเพื่อชีวิตที่มันเล่าเรื่องราวต่างๆ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ให้คนหันมามองเรื่องพวกนั้นเพิ่มขึ้น หรือช่วยอะไรสังคมได้” นักยูโดสายขาวคนล่าสุดเล่า

 

“ถามว่าเพลงชุดนี้มันดีอย่างที่ผมคาดไว้รึเปล่า ผมว่ามันดีกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะ เหมือนเป็นอัลบั้มดรีมทีม มีพี่เล็ก ฮิวโก้ (จุลจักร จักรพงษ์) มี The Pisat Band มีเจ-มณฑล จิรา แม้ว่าในเรื่องของธุรกิจอาจจะยังอยู่ไม่ได้” เขาเล่าถึงผลงานเพลงที่ทำร่วมกับ The Pisat Band ในนาม Arak and the Pisat Band “สมัยก่อนที่ผมทำ ก็ทำงานไปเต็มที่ ไม่มีอะไรมาดึงหลังเลย มันอาจจะมีตลาดรองรับ มีโชว์ให้เล่น แต่หลังๆ มันเริ่มน้อยลง แม้ว่าบางทีเราอาจจะทำได้ดีขึ้นก็ตาม ช่วงหลังๆ ผมมาคิดว่าทำไมเราจะทำเพลงแบบขึ้นอันดับบิลบอร์ดชาร์ตไม่ได้ ตัวผมเองหลังๆ หันมาฟังเพลงของ The Weeknd, Gina D, Charli XCX ซึ่งพี่เล็ก ฮิวโก้เขาก็มาเปิดศักราชให้กับผมว่า ผมไม่ต้องทำแต่เพลงโฟล์กคันทรี่หรอก ทำแนวไหนก็ได้ มันเหมือนกับเป็นการต่อยอดทางความคิดต่อมาว่า แล้วทำไมเราจะทำเพลงฮิตบิลบอร์ดตามยุคสมัย ไม่ได้”

 

เช่นเดียวกับผลงานในฐานะนักแสดงที่เขาก็ยังมีความฝันที่อยากไปให้ถึงไม่ต่างกัน “ผมอยากให้คนคิดว่าผมสามารถเล่นเป็นอะไรก็ได้ เป็นให้ได้ในทุกบทที่ได้รับ พยายามทำให้คนเชื่อจริงๆ ว่าผมสามารถเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่คนโหดๆ ไปจนถึงคนบ้าๆ บอๆ ผมเป็นคนไม่ได้ยึดติดกับลุคของตัวเองอยู่แล้ว” - มานิตย์ มณีพันธกุล

อ่านเพิ่มเติม:

  1. ดีเทลสุดหลอนแต่ปังมากจากโชว์ Gucci Fall 2018 จากห้องแล็บแฟรงเกนสไตน์!
  2. วัชรินทร์ ผ่องใส คนทำโว้กเล่มแรกของไทยผู้มองเห็นเสื้อผ้าเป็นตัวหนังสือ!
  3. เมื่อโว้กขอคุยกับ 3 นักแสดงฮอลลีวู้ดจากหนังดราม่าเขย่าขวัญ All the Money in the World
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล