ถอดรหัสไฮไลต์สำคัญ! บนรันเวย์โชว์ Hermès คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2020

     จบลงไปแล้วสำหรับโชว์ของ Hermès ในฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2020 โดยฝีมือการรังสรรค์ของโต้โผคนสำคัญอย่าง Nadège Vanhee-Cybulski ที่กำลังมองหาแก่นหลักของแบรนด์ ผ่าน 2 สิ่งที่เป็นไฮไลต์สำคัญในโชว์ครั้งล่าสุด อย่างเสาแต้มสีคัลเลอร์บล็อก (ซึ่งเหมือนกันกับปลอกลิปสติกของแบรนด์ ที่นับเป็นไอเท็มบิวตี้ชิ้นแรกของห้องเสื้อสัญชาติฝรั่งเศสแบรนด์นี้ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้) ที่ใช้เป็นฉากหลังในครั้งนี้ อันได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องกีดขวางของกีฬาขี่ม้า และอีกไฮไลต์สำคัญอย่าง รายละเอียดของเสื้อผ้าสวยสะกดทั้ง 55 ลุค ที่สะท้อนถึงความมินิมัล การแมตช์สีจำนวนน้อยสีแต่โดดเด่น ซึ่งทั้งสองสิ่งเชื่อมโยงกันได้อย่างพอดิบพอดี อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงทางออกสำหรับการถกเถียงถึงอะไรที่บ่งบอกถึงคุณค่าของชนชั้นกลางอีกด้วย...

     Hermès นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับงานฝีมือ และเทคนิคการสร้างสรรค์ ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ทั้งหลายต้องใช้เวลานาน ในการผลิตผลงานชิ้นประณีตเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเทรนช์โค้ตพอดีตัวที่คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่านั่นทำมาจากหนัง จนกว่าที่คุณจะได้สัมผัสมันด้วยมือของคุณ หรือแม้แต่เหล่าเสื้อโค้ตตัวยาวสีครีมเบจที่เฉิดฉายบนรันเวย์ ซึ่งรายละเอียดดังอธิบายได้ง่ายๆ ผ่านประโยคที่ว่า “If you have to ask the price, you can’t afford it.” ทว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมของแบรนด์ก็ยังคงไม่ต้องการแสดงออกถึงความฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย อย่างที่เราได้เคยเห็นกันมา ครั้งนี้แบรนด์จึงแทนที่สไตล์ดังกล่าวด้วยคุณค่าที่แท้จริงของชนชั้นกลางแทน ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

     เอกลักษณ์ของ Hermès  ที่แตกต่าง ภายใต้การกุมบังเหียนของ Nadège Vanhee-Cybulski คือการที่ไม่ต้องเสแสร้งเดินตามรอยเท้าของใคร และแน่นอนว่าคอลเล็กชั่นครั้งนี้ของเธอ ก็ไม่ได้หยิบยกมาเพียงแรงบันดาลใจจากสนามกีฬาขี่ม้าเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายไปถึงภาพของกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของคอกม้า บ้านในชนบท รวมไปถึงคนที่เติบโตมาในพื้นที่แห่งนั้น ที่พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์บางอย่างเกี่ยวกับกีฬาดังกล่าว ซึ่งแสดงออกผ่านการตัดสินใจเลือกสวมใส่เสื้อผ้าด้วยตัวเอง ที่มีกลิ่นอาสของความสปอร์ต ที่ไม่สามารถมีใครเลียนแบบได้ ดังเช่นเหล่าชุดโค้ตสวยสะกดตัดเย็บกระเป๋าหนังสีแทน ไปจนถึงชุดกระโปรงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเสื้อโปโลที่หลายคนได้เห็นกันไปแล้ว

     โดยในครั้งนี้ Nadège Vanhee-Cybulski ได้เปิดเผยไว้อีกว่า “ฉันต้องการหยิบยกแม่สีขึ้นมาให้มีความโดดเด่น ควบคู่ไปกับศิลปะแบบคลาสสิก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากบุคคลสำคัญอย่าง Jean-Charles de Castelbajac นักออกแบบแฟชั่นโมเดิร์นชื่อดังในยุค 1980 ซึ่งผลงานของเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่จรรโลงโลกแฟชั่นได้อย่างดี ซึ่งก็ได้รวมทั้งความลำลอง และความเย้ายวน ไว้ในเวลาเดียวกัน"

     ดังนั้นบนรันเวย์ในครั้งล่าสุด ก็คงจะไม่ต้องการคำอธิบายให้มากความ เพื่อพิสูจน์คุณค่าของผลงานของเธอ เพราะในฤดูกาลนี้ไม่มีคำอธิบายอันยืดยาวบนกระดาษอย่างที่เคยเป็นมา มีเพียงประโยคสั้นๆ ของ Nadège Vanhee-Cybulski ที่ว่า “What is beautiful must be useful.” หรือ “อะไรที่สวย ต้องใช้งานได้ด้วย” ดังนั้นอะไรที่ไม่สำคัญจะถูกตัดทิ้ง และเหลือไว้เพียงแก่นสารอันสำคัญที่มีประโยชน์ในการใช้งานเท่านั้น...

อ่านเพิ่มเติม:

  1. เปิดประวัติแบรนด์ Hermès จากร้านทำอานม้าสู่แบรนด์กระเป๋าที่แค่มีเงินก็ซื้อไม่ได้!
  2. ย้อนดูที่มา 'Orange H' จากสีเบจหนังหมู สู่สีส้มสุดคลาสสิกในตำนานของ Hermès
  3. LIVE! ถ่ายทอดสดแฟชั่นโชว์ Hermès คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2020 จากปารีส
Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล