LIFESTYLE

เปิดบ้านคู่หวานฮอลลีวู้ด Ashton Kutcher และ Mila Kunis กับบ้านกลางทุ่ง โรงนา เรือนบาร์บีคิว และไร่ข้าวโพด

'เราอยากมีบ้าน ไม่ได้อยากมีคฤหาสน์ เราต้องการให้บ้านดูเหมือนโรงนาเก่าๆ ที่สร้างมานาน' มิลาบอกเรา

PHOTOGRAPHS BY Douglas Friedman

บนเนื้อที่ 15 ไร่นี้ไม่ใช่ที่ตั้งของคฤหาสน์ แต่เป็นบ้าน โรงนา เรือนบาร์บีคิว และไร่ข้าวโพดของ Ashton, Mila และลูกชายอีก 2 คน ซึ่งต้องการความเรียบง่าย 

 

บ้านของคู่ชีวิตนักแสดงแอชตัน คุตเชอร์และมิลา คูนิสบนยอดเขาสวยเหนือลอสแอนเจลิสหลังนี้เปรียบเหมือนบ้านในละครตลกอเมริกันเรื่อง Beverly Hillbillies แอชตันมาจากไอโอวา มิลาเกิดที่ยูเครน แต่บ้านหรูหราที่เบเวอร์ลี่ฮิลส์ของตัวละครจากต่างถิ่นในเรื่องคือเจ็ด แกรนนี ผู้เป็นแม่ยายของเขา และสมาชิกอื่นๆ ของครอบครัวแคลมเปตตส์ มีลักษณะเป็นคฤหาสน์ฝรั่งเศสใหญ่โตสไตล์นีโอคลาสสิกมากกว่า Sumner Spaulding เป็นผู้ออกแบบคฤหาสน์ในเรื่องเมื่อทศวรรษ 1930 และ Henri Samuel นักออกแบบชื่อดังเป็นคนปรับปรุงซ่อมแซมในทศวรรษ 1980 ในทางกลับกัน แอชตันและมิลาเลือกที่จะทำบ้านแบบเรียบง่ายมากกว่า ในระหว่างกักตัวช่วงโควิดระบาด ทั้งคู่ขุดบ่อเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับไร่ข้าวโพดที่ช่วยกันปลูกและตั้งชื่อไร่ของพวกเขาว่า Kuku Farms ด้วย

“เราอยากมีบ้าน ไม่ได้อยากมีคฤหาสน์” มิลาบอกเรา เธอบรรยายถึงบ้านบนเนื้อที่ 15 ไร่ว่าประกอบด้วยตัวบ้านใหญ่เชื่อมต่อกับโรงนา ซึ่งเป็นเรือนรับรองแขกและที่จัดเลี้ยงสังสรรค์ เรือนสำหรับทำบาร์บีคิวซึ่งตั้งอยู่ต่างหาก อาคารเหล่านี้ออกแบบมาอย่างดีและตั้งเรียงรายตามลำดับโดยยึดจากจุดศูนย์กลางเพื่อให้มองเห็นทิวทัศน์ได้รอบด้านจากอาคารแต่ละหลัง “เราต้องการให้บ้านดูเหมือนโรงนาเก่าๆ ที่สร้างมานานหลายสิบปีและถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นบ้านในเวลาต่อมา แต่ก็ต้องมีความทันสมัยและเกี่ยวเนื่องกันด้วย” แอชตันเสริม สามีภรรยาผู้หลงใหลงานดีไซน์ทั้งคู่เริ่มวางแผนออกแบบสร้างบ้านที่กินเวลานานถึง 5 ปีโดยแต่ละคนไปรวบรวมภาพที่ตัวเองชอบจาก Pinterest มาเพื่อหาไอเดีย 

“การเริ่มตั้งแต่ศูนย์ไม่ใช่เรื่องง่าย มันอาจทำให้เรารักกันหรือเลิกกันไปเลย” มิลาหมายถึงงานที่อาจทำให้พวกเขาขัดแย้งกันได้ แต่ท้ายสุดก็ดูเหมือนจะลงเอยด้วยดี “เมื่อเราแลกกันดูภาพต่างๆ บนบอร์ดที่รวบรวมไว้ ปรากฏว่าภาพต่างๆ ที่เราเลือกมาเหมือนกันถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และภาพบ้านส่วนใหญ่เป็นงานออกแบบของฮาวเวิร์ด” แอชตันเล่าต่อ เขาหมายถึงฮาวเวิร์ด แบ็กเคน สถาปนิกบริษัท Howard & Gillam ซึ่งติดอันดับ AD100 

ฮาวเวิร์ดมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องการออกแบบฟาร์มเฮาส์สมัยใหม่ และมีฝีมือฉกาจในการสร้างสรรค์อาคารรูปทรงเรียบง่าย ใช้วัสดุธรรมดาๆ ให้ดูงดงามทันสมัยและมีชีวิตชีวา บ้านของแอชตันและมิลาเป็นตัวอย่างของการใช้ไม้เก่า แผ่นคอนกรีต และกระจกในการทำบ้านได้อย่างงดงาม “ฮาวเวิร์ดเหมือนนักออกแบบซอฟต์แวร์ งานออกแบบของเขาเน้นที่การใช้งาน” แอชตันผู้มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสตาร์ตอัปกล่าวชมสถาปนิกมือหนึ่ง “นักออกแบบซอฟต์แวร์ต้องการทำให้คุณไปยังจุดที่ต้องการโดยผ่านประตูต่างๆ และอุปสรรคน้อยที่สุด นอกจากนี้เขายังรู้ว่าคุณต้องการให้มีสิ่งกีดขวางในพื้นที่บางส่วนเพื่อแสดงขอบเขตและเพื่อสร้างความแตกต่างเล็กน้อย” แอชตันขยายความ

ฮาวเวิร์ดกล่าวชมเจ้าของบ้านว่า “แอชตันและมิลาเป็นคนเก่งและน่าทึ่งที่สุดคู่หนึ่งในบรรดาลูกค้าที่เราเคยทำงานด้วย เราคุยกันทุกเรื่องตั้งแต่ขนาดของคานไปจนถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการยึดและการเชื่อมแผ่นไม้กับคอนกรีต มันไม่ใช่บทสนทนาที่เราจะคุยได้กับลูกค้าทุกคน” Stephanie Gerwin หุ้นส่วนของฮาวเวิร์ดก็เห็นพ้องด้วย “พวกเขาทำงานผ่านร้อนผ่านหนาวมากับเราในทุกขั้นตอนที่แสนยุ่งยากและยาวนาน เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานออกแบบ” 

เธอบอกว่าทั้งคู่มุ่งมั่นอยากจะสร้างที่พักพิงที่ยั่งยืนและอบอุ่นสำหรับตัวเองและลูกชายตัวน้อย 2 คน Wyatt และ Dimitri บ้านหลังนี้ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ แผงโซลาร์เซลล์ถูกซ่อนไว้เหนือหน้ามุขกว้างที่อยู่บริเวณด้านหนึ่งของตัวอาคารหลัก อันที่จริงแผงโซลาร์เซลล์ผลิตพลังงานได้มากกว่าที่บ้านของพวกเขาต้องการด้วยซ้ำ แต่กฎหมายยังไม่อนุญาตให้แบ่งปันพลังงานกันได้ ซึ่งเรื่องนี้บรรดาเจ้าของบ้านทั้งหลายก็หวังว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎข้อนี้ “แอชตันและมิลารู้สึกกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของดิน ความปลอดภัยของอาหารที่รับประทานและน้ำที่พวกเขาดื่ม สำหรับสามีภรรยาคู่นี้การทำการเกษตรแบบยั่งยืนและฟื้นฟูสภาวะเสื่อมโทรมไม่ได้เป็นแค่แนวคิดในเชิงทฤษฎี” ฮาวเวิร์ดบอก

ลักษณะของบ้านและวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นจุดปูทางในการออกแบบตกแต่งภายในโดย Vicky Charles อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ผู้ติดอันดับ AD100 จาก Charles & Co., วิกกี้รับงานนี้ในช่วงที่เธอกำลังจะออกจากตำแหน่งหัวหน้าแผนกดีไซน์โปรเจกต์โซโหเฮาส์ “เราปลื้มกับโซโหฟาร์มเฮาส์และโปรเจกต์อื่นๆ ที่วิกกี้เป็นหัวหน้าทีม ชอบวิธีการผสมผสานสิ่งทอ ลวดลาย และลักษณะพื้นผิวของงานศิลปะที่เธอร้อยเรียงเข้าด้วยกันทั้งหมด” มิลากล่าว

“ตอนที่เราเริ่มทำบ้านหลังนี้ มิลากำลังท้องลูกคนแรก เราใช้เวลาแรมเดือนศึกษาหาวัสดุและสีต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพสิ่งที่ต้องการ เราไม่ได้คุยกันแค่เรื่องที่ดินและลักษณะของบ้าน แต่ยังพูดถึงอนาคตของครอบครัวพวกเขาด้วย” วิกกี้เล่า “เวลาผ่านไป งานออกแบบตกแต่งให้บ้านดูสวยงามแบบฟาร์มเฮาส์ดั้งเดิมกลับกลายเป็นงานออกแบบให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น การใช้โคมระย้าทำจากเหล็กดัดและโซฟานวมที่มีขนาดใหญ่ไม่เหมาะกับบ้านแบบนี้” เธอกล่าว วิกกี้ตกแต่งบ้านด้วยโต๊ะใหม่ที่สั่งทำและโซฟาแสนสวยที่นั่งสบายมาก นอกจากนี้เธอยังใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จากบ้านเดิมของลูกค้าทั้งสองในการตกแต่งด้วย เช่น เก้าอี้มหาราชาสีเงินที่แอชตันสั่งทำระหว่างไปเที่ยวที่อินเดีย โคมไฟแก้วคริสตัลยาวถึง 3 เมตรที่ดูขัดแย้งกับอาคารเรียบง่ายและวัสดุอื่นๆ ที่ดูล้าสมัย 

“ฉันได้งานนี้เพราะไปสัญญาว่าจะหาที่หาทางให้ของตกแต่งเหล่านี้ที่เป็นโจทย์ยากๆ” วิกกี้เล่าขำๆ ในที่สุดเธอก็นำเก้าอี้มหาราชาไปไว้ในห้องน้ำใหญ่ และติดโคมไฟแก้วคริสตัลไว้ที่เรือนรับรองสังสรรค์ “เราคิดว่ามันน่าจะตลกดีที่แขวนเจ้าโคมยักษ์นี้ไว้ในโรงนา ทำให้ดูบ้าไปเลย” มิลาเล่าถึงสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้จะมีอะไรที่นอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่บ้านหลังนี้ก็ยังบอกถึงความพิถีพิถัน ความใส่ใจในรายละเอียดเป็นพิเศษของคู่สามีภรรยาและดีไซเนอร์กับทุกอณูของโปรเจกต์ “ทุกอย่างต้องเป๊ะ เพื่อให้ความรู้สึกว่าบ้านมีความสุขสงบจริงๆ” แอชตัน ทิ้งท้าย “ถ้าสิ่งต่างๆ รอบตัวคุณดูวุ่นวายไร้ระเบียบ ใจของคุณก็ยากที่จะสงบ เมื่อเราอยู่ที่บ้าน โลกจึงดูสงบสุขนั่นเอง”  

 

เรื่อง: Mayer Rus

แปลและเรียบเรียง: วิลาสินี เดอเบส