ฉันเป็นคนรุ่นไหนกันแน่! ตอนที่ 1 - TRADITIONALIST ซีรีย์ว่าด้วยเรื่องรุ่นจากโว้กประเทศไทย

“ฉันคือใคร” ไม่ได้ชวนถกคำถามอภิปรัชญา ไม่ได้ชวนไปวิปัสสนา หาหมอดู หรือเข้าคอร์ส Life coaching คำตอบง่ายกว่านั้นมาก อาจจะแค่ตอบตัวเองได้ว่า “ฉันเป็นคนรุ่นไหน” ก่อนหาคำตอบ ขอเริ่มต้นด้วยคำถามว่า

 

ถ้าจะนัดใครสักคนกินข้าว ประชุม ไปเที่ยว คุณจะบอกเขาอย่างไร

S: นัดคุยกันแบบเห็นตัวเป็นๆ

B: เขียนเมมโมฝากข้อความ

X: พิมพ์เมสเสจข้อความละ 3 บาท

Y: ส่ง Inbox ใน Facebook

Z: โพสต์คลิปวิดีโอใน Snapchat

 

จำอักษรหน้าข้อที่เลือก แล้วรออ่านคำอธิบายในซีรีย์ต่อๆ ไปว่าด้วยเรื่องรุ่นจากโว้กประเทศไทย โปรดระลึกไว้เสมอว่าคำอธิบายที่จะได้อ่านต่อไปนี้คือสถิติ อะไรคล้ายกันก็เก็บใส่ตะกร้าเดียวกัน อาจจะเจอว่าที่คิดมาตลอดว่าคุณเป็น X แต่จริงๆ แล้วเป็น B ที่คุณไม่ชอบหน้า หรือเป็น Y แต่มีสิ่งที่ตรงกับ B ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ และมันคือสภาพที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเราในเวลานี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของมนุษยชาติที่มีคน 5 กลุ่มหรือมากกว่าใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน อ่านตัวเองเพื่อจะเห็นและเข้าใจคนอื่น เพื่อต่อจากนี้ไม่มีอีกแล้วที่จะมองบนแล้วบ่นว่า “เด็กสมัยนี้…” วันนี้คุณรู้ Generation ของตัวเอง แล้วหรือยัง วันนี้มาเริ่มกันที่รุ่นแรกอย่าง “TRADITIONALIST”

 

TRADITIONALIST - Silent, Lucky & Wealthiest

 

Best Actress: Audrey Hepburn in Roman Holiday (1953)

 

เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก ราวๆ ปี 1925-1942 ของคนช่วงอายุ 76-93 ปีในปัจจุบัน คติชีวิตของคนยุคสมัยนั้นเรียบง่ายระคนคับข้องใจ เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ปริปากตามครรลองสังคมที่เชื่อว่า “โผล่มาแต่หน้า อย่าให้ได้ยินเสียง” (seen, but not heard) ซึ่ง Woody Allen ไหวไหล่อธิบายว่า “80 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตคนรุ่นนี้คือการไปเสนอหน้าในที่ทำงาน” กอปรกับความรังเกียจคอมมิวนิสต์ที่ถูกบ่มเพาะผ่านวุฒิสมาชิก Joseph McCarthy ผู้คนจึงระแวงและระวังปากไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ จนสังคมสงัด นิตยสาร Time ถึง กับสัพยอกเข้าให้ในบทความปี 1951 เมื่อตั้งฉายาที่คนรุ่นนี้ไม่อยากยอมรับว่า Silent Generation

 

Movie: Wizard of Oz, Citizen Kane

 

แต่อีกด้านหนึ่งคนรุ่นเม้มปากแน่นเป็นหอยกาบเหล่านี้มีชื่อเล่นให้ผยองว่า The Lucky Few เหตุผลเดียวที่อธิบายได้ถึงความโชคดีของคนรุ่นนี้ก็เพราะ (ดัน) เกิดในช่วงเวลาที่ดีชีวิตจึงดี พวกเขาเกิดช้าเกินกว่าจะเป็นวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดเร็วเกินกว่าจะบุกเบิกสิ่งใหม่ได้ในยุคเศรษฐกิจพังภินท์ในทศวรรษ 1930 (The Great Depression) เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในยุค 1950 เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวพอดี จึงเรียนจบพลันได้งาน และเพราะไม่อยากแร้นแค้นเหมือนคนรุ่นพ่อแม่ที่ต้อง ไปรบราและกลับมาตุภูมิอย่างยากจนเพราะสงครามอีกแล้ว สิ่งแรกที่ถามเอาความจากนายจ้างคือแผนเงินบำนาญเป็นอย่างไรและได้เท่าไร สิ่งนี้ยึดโยงให้พวกเขามีกำลังใจทำงานในองค์กรเดียวตราบจนเกษียณ อดทนเพื่อจะไต่เต้าไปตามสายงาน ขยันขันแข็งอย่างหาตัวจับยากและจินตนาการแห้งแล้งไม่มีใครเทียม สมยอมกับระบบและซื่อตรงจนทึมทื่อเพราะยึดถือว่า “กฎมีไว้ให้เดินตาม”

 

 

Hero: Superman, Pop Icon: Micky Mouse

 

หากการอุทิศชีวิตเพื่อทำงานกลายเป็นดาบสองคม ทิ่มแทงชีวิตส่วนตัวอย่างฉกรรจ์ พวกเขาแต่งงานตั้งแต่อายุ 21 มีน้ำอดน้ำทนในชีวิตคู่เป็นเลิศเพราะมีค่านิยมค้ำคอหอย หมดเสน่หาแล้วก็ยังต้องอยู่ด้วยกันไปจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร เหตุเพราะการหย่าร้างในยุคนั้นเป็นตราบาปราวกับก่ออาชญากรรม ผู้หญิงมีหน้าที่เกิดมาไม่จำเป็นต้องมีการศึกษาสูงมาก หาผู้ชายดีๆ มีเงินมรดกสักคนมาแต่งงานด้วย จากนั้นเป็นแม่บ้านตลอดชีพ เลี้ยงลูกและตายไป ความขัดแย้งขาว-ดำของชีวิตในบ้านและนอกบ้านทำให้คนรุ่นนี้ทิ้งมรดกที่ลูกหลานใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายสืบมาว่า “วิกฤตวัยกลางคน”

 

 

ผู้นำทางการเมืองในยุคนี้ทอดทิ้งภาพลักษณ์เผด็จการแล้วสวมใส่เครื่องแบบผู้เชี่ยวชาญที่แลดูรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ ในอเมริกาไม่เคยมีชาวไซเลนต์รายใดเป็นประธานาธิบดี อเมริกันชนวางใจใน George Bush Sr คนรุ่น G.I. ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 และข้ามหน้าข้ามตาไปลงคะแนนเสียงเลือกเบบี้บูมเมอร์อย่าง Bill Clinton แม้จะยึดถือความปลอดภัยในชีวิตเป็นคุณค่าสูงสุด และมีคัมภีร์ไบเบิลคือวรรณกรรมในดวงใจ แต่ชาวไซเลนต์เขย่าโลกด้วยการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนผิวสีนำโดย Martin Luther King Jr. ฟังดนตรีร็อกแอนด์โรลเขย่าประสาทของ Elvis Presley ตะลึงลานไปกับภาพที่ Sonny Liston พ่ายแพ้ในปี 1964 ให้แก่นักมวยวัย 22 นามว่า Cassius Clay หรือชื่อใหม่หลังจากเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามว่า Muhammad Ali เฝ้ามองวินาทีที่ Neil Armstrong ปักธงชาติสหรัฐฯบนผิวดวงจันทร์ในปี 1969 และได้เคี้ยวหมากฝรั่งเป็นครั้งแรกจากการคิดค้นของ Walter E. Diemer

 

Fashion: New Look; Christian Dior

 

ด้วยรายได้ที่ดีและมั่นคง ผู้ชายรุ่นนี้จึงมีบ้านและรถได้ก่อนอายุ 30 จ่ายดอกเบี้ยต่ำเตี้ยและผ่อนทุกอย่างหมดสิ้นก่อนเงินเฟ้อเฟื่องฟูในปี 2010 ชาวไซเลนต์เป็นคนรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตวัยชราร่ำรวยกว่าคนวัยหนุ่มสาวถึง 5 เท่า และเพราะการวางแผนเกษียณที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน จึงกำเงินก้อนโตออกมาใช้ชีวิตวัยชราอย่างสุขอุรา วันเวลาที่เหลืออยู่ของชาวไซเลนต์พวกเขายังทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขันเฉกเช่นในช่วงวัยหนุ่มสาว คือจ่ายค่าเล่าเรียน ค่ากิน ค่าเที่ยว ตลอดจนค่าฟ้องหย่าให้ลูกชาวเบบี้บูมเมอร์กับหลานๆ ชาวเจนเอกซ์ที่ยากจนกว่าพวกเขามาก...มาก

(ติดตามซีรีย์ว่าด้วยเรื่องรุ่นจากโว้กประเทศไทย ตอนที่ 2 - BABY BOOMER ได้ในวันพรุ่งนี้...)

อ่านเพิ่มเติม:

  1. เจ้าสาวผู้ไม่ใส่ชุดเจ้าสาว! ลิสต์ชุดแต่งงานสุดโมเดิร์นที่สามารถใช้ต่อได้
  2. เข้าไทยแล้ว! แบรนด์หมวกปานามาเบอร์หนึ่งของโลกจากเอกวาดอร์ที่กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
  3. เจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องเล่า! เรื่องจริงของ Sinon Loresca ชายร่างบึ้กกับความฝันที่จะเป็นนางแบบ
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล