LIFESTYLE

เตรียมตัวไป Staycation พร้อมเช็คอินโรงแรมใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้เลย

แพ๊คกระเป๋าแล้วหรือยัง

เราเชื่อว่าช่วงนี้ชาวโว้กทุกคนคงจะกรำศึกในเรื่องงานหรือแม้แต่เรื่องส่วนตัวกันอย่างหนัก การจะขอลาไปเที่ยวพักผ่อนก็ดูจะต้องใช้วันลาที่มีอยู่น้อยนิดเยอะเกินไปหน่อย หากเอาเข้าจริงชาวโว้กรู้หรือไม่ว่าต่อให้มีเวลาเพียงแค่สองวันก็ไปเที่ยวพักสมองได้ เพราะตอนนี้เทรนด์ Staycation กำลังมาแรงสุดๆ หากใครไม่เข้าใจเราขอแปลง่ายๆ เลยก็คือ “เที่ยวใกล้บ้าน” นั่นแหละ มันคือการไปพักผ่อนเพื่อเปลี่ยนที่นอนสั้นๆ ภายในเมืองที่เราอยู่โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 คืนเท่านั้น แต่การเที่ยวแบบนี้แหละกลับสามารถช่วยผ่อนคลาย และลดอาการหรือภาวะเครียดจากงานได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ วันนี้โว้กเลยอยากจะชวนทุกคนไปเช็คอินพร้อมพักผ่อนกายใจแบบสเตเคชั่นกันที่โรงแรม Rosewood Bangkok โรงแรมแห่งใหม่แกะกล่องใจกลางกรุงเทพฯ กัน

Sense of place

โรงแรมโรสวูด กรุงเทพ เป็นโรงแรมลำดับที่ 27 ในเครือยักษ์ใหญ่ของโรสวูด โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท ตั้งอยู่บนใจกลางกรุงเทพฯ อย่างถนนเพลินจิต โอบล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือแม้แต่รถไฟฟ้าที่เรียกว่าอยู่ในระยะก้าวถึงเท่านั้น ตัวอาคารตั้งตระหง่านสูง 30 ชั้นสองฝั่งเชื่อมต่อกันอย่างสง่างามด้วยรูปทรงแบบการประนมสองมือ “ไหว้” อันเป็นเอกลักษณ์อ่อนน้อมของวัฒนธรรมไทย โดยที่โรสวูดนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของปรัชญาการใช้ Sense of Place มาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าชม และแน่นอนว่าตัวตึกสูงตระหง่านฟ้ากลางทำเลทองทำให้การได้ไปพักผ่อนแบบสเตย์เคชั่นที่เปิดหูเปิดตารับวิวทั่วกรุง 360 องศากลายเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว



1 / 5

การตกแต่งบริเวณล็อบบี้




2 / 5

การตกแต่งบริเวณล็อบบี้




3 / 5

ห้องพักแบบดีลักซ์




4 / 5

ห้องพักพรีเมี่ยม




5 / 5

ห้องพักแบบสวีท


Take a look inside

ตามมาชมเรื่องราวด้านในกันบ้าง เพราะโรสวูด กรุงเทพไม่ได้โดดเด่นแค่สถาปัตยกรรมภายนอกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากรายละเอียดภายในก็ยังทำได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน โรสวูด กรุงเทพผนวกเอาการตกแต่งสไตล์ร่วมสมัยที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นราวกับคฤหาสน์ใหญ่ใจกลางเมืองมาใส่ไว้ ณ ที่แห่งนี้และยังสอดแทรกกลิ่นอายความเป็นเมืองเขตร้อนเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นรีสอร์ทเข้าไปด้วยการใช้วัสดุจำพวกไม้ในการตกแต่ง ในส่วนของห้องพักเป็นแบบระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ในสไตล์โมเดิร์นที่สามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้แบบพาโนรามา โดยแบ่งห้องเป็นจำนวนทั้งหมด 159 ห้อง แบ่งเป็นห้องสวีทและห้องขนาดสตูดิโอ 34 ห้อง และห้องสไตล์ ”บ้านพัก” ที่มาพร้อมระเบียงและสระน้ำส่วนตัวอีก 3 ห้อง ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ครีม น้ำตาล และทองผสมด้วยงานกรุไม้และหวายสานสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Fill up my tummy

หลังชมห้องพักกันไปแล้วเราจะพาไปอิ่มท้องกันต่อกับห้องอาหารที่โรสวูด กรุงเทพนำเสนอให้ผู้มาพักผ่อนด้วยอาหารหลากเชื้อชาติและมีให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นอาหารมื้อหนักในห้องอาหารสุดหรู หรือจะเลือกอิ่มอร่อยเบาท้องด้วยคาเฟ่แบบออร์แกนิค หรือจะเลือกจิบค็อกเทลที่บาร์สุดชิคก็ย่อมได้



1 / 5

ห้องอาหาร Lakorn European Brasserie




2 / 5

ห้องอาหาร Lakorn European Brasserie




3 / 5

ห้องอาหาร Nan Bei (หนานเป่ย)




4 / 5

ห้องอาหาร Nan Bei (หนานเป่ย)




5 / 5

บาร์ Lennon’s


Lakorn European Brasserie ร้านอาหารแบบ all-day dining ที่ได้แรงบันดาลใจการตกแต่งร้านมาจากประเพณีของการรำไทยพร้อมเสิร์ฟตั้งแต่อาหารทานเล่นไปจนถึงอาหารจานหลักจากฟากฝั่งตะวันตก รวมถึงเมนูอาหารไทยต้นตำหรับขึ้นชื่อพร้อมรายการไวน์อีกมากมายให้เลือกสรร

ใครชอบอาหารเอเชียเชิญทางนี้ Nan Bei (หนานเป่ย) ห้องอาหารจีนต้นตำหรับที่ได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่งร้านมาจากตำนานจีนเรื่องสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวด้วยประติมากรรมชิ้นเด่นที่สร้างสรรค์ ลิ้มรสเมนูสุดพิเศษจากภูมิภาคเหนือและใต้ของประเทศจีนทั้งอาหารทะเลที่เลื่องชื่อของจีนตอนใต้ รวมทั้งเมนูดังระดับโลกอย่างเป็ดปักกิ่ง หนานเป่ยยังมีส่วนของบาร์ที่เสริฟ์ค็อกเทลหลากหลายรูปแบบให้ได้ชิม

ไปเปรี้ยวปากกันต่อด้วย Lennon’s บาร์สไตล์สปีคอีซี่ บนชั้น 30 เป็นคลังสะสมแผ่นเสียงไวนิลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยการออกแบบและตกแต่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตูดิโอบันทึกเสียงในบ้าน มีแผ่นเสียงกว่า 6,000 แผ่นที่มาในสไตล์เพลงแจ๊ส ป๊อป ร็อคและบลูส์ สามารถเลือกซื้อแผ่นเสียงหรือเปิดเล่นด้วยเครื่องเสียงที่นี่ก็ย่อมได้ เลนน่อนยังมีบริการค็อกเทลตามสไตล์เพลงต่างๆ ในอดีตไว้ให้จิบเล่นอีกด้วย

ต่อกันที่ G&O (“green and organic”) คาเฟ่ออร์แกนิคสุดหรูภายในโรงแรมลักซ์ชัวรี่แห่งแรกของกรุงเทพฯ G&O ได้นำแนวคิด farm-to-table หรือสดจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารมารังสรรค์เมนูอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายเมนู โดยเน้นวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการผลิตทางเกษตรท้องถิ่นที่ปลอดสารเคมีทุกชนิด ยังมีกาแฟ ชาปรุงสด และไวน์ออร์แกนิคไว้บริการ

Rest your mind 

มาถึงบริการอื่นๆ ที่ไม่ธรรมดาในโรสวูด กรุงเทพฯ กันบ้าง เริ่มด้วยคนรักการทำสปาเจอได้ที่ The Serenity of Sense สปาจากโรสวูด กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของโรงแรม มอบบรรยากาศการผ่อนคลายที่หรูหราและเงียบสงบเป็นส่วนตัว โดยได้แนวคิดการบริการมาจากการบำบัดแผนโบราณผสมผสานกับนวัตกรรมความงามล่าสุด โดยมีห้องสปาแบบเดี่ยว 3 ห้องและ ห้องคู่ 2 ห้อง ไว้บริการ เพื่อการฟื้นฟูและการผ่อนคลายที่แท้จริง

ใครชอบนั่งชิลเอ้าท์ดอร์เจอกันที่ สระน้ำโอเอซิสใจกลางเมือง เป็นระบบน้ำเกลือในร่มและกลางแจ้งเพื่อสร้างบรรยากาศสไตล์เซนท่ามกลางความอดุมสมบูรณ์ของพรรณไม้ ยังมีสวนแนวตั้งที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของเหล่าต้นไม้ต่างๆ ช่วยเพิ่มความสดชื่น

เอ็กซ์ตราขึ้นไปอีกด้วยบริการจัดเลี้ยงสำหรับโอกาสพิเศษ โรสวูด กรุงเทพฯ มีบริการจัดเลี้ยงที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับการประชุม งานฉลองหรืองานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ ห้อง เดอะ พาวิลเลี่ยน (The Pavilion) ห้องประชุมที่เป็นเอกลักษณ์ของโรสวูดในบรรยากาศหรูหรา โดยมีห้องครัวเปิดสำหรับสาธิตการทำอาหาร ส่วนห้องเพลินจิต (Ploenchit) เป็นห้องประชุมที่สามารถจัดรูปแบบได้ตามต้องการสำหรับงานประชุมที่หรูหราท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นเอง

 

พูดกันตามตรงเราว่าโรสวูด กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมที่เหมือนรีสอร์ทมากกว่าโรงแรม ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็มครบครันและบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายจึงให้ความรู้สึกของการพักผ่อนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเชื่อได้เลยว่าการพักผ่อนครั้งนี้ที่โรสวูดจะต้องชาร์จพลังแบตเตอรี่ชีวิตได้อย่างเต็มแม็กซ์แน่นอน อ่านมากันถึงตรงนี้แล้วตัดสินใจกันได้หรือยังชาวโว้ก ว่าจะเข้าไปสเตย์เคชั่นที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ กันวันไหนดี

 

คีย์เวิร์ด: Rosewood Bangkok Hotel