จริงหรือที่โลกเรายังต้องใช้เวลาอีก 169 ปี!! กว่าผู้หญิงและผู้ชายจะเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง

จริงหรือที่เราต้องใช้เวลาอีก 169 ปี!! กว่าผู้หญิงและผู้ชายจะเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง? ในยุคดิจิทัลที่เรามีทั้งเทคโนโลยีล้ำๆ รวมถึงวัฒนธรรมที่เจริญถึงขีดสุด หลายคนคิดว่ายังต้องมานั่งพูดเรื่องความเสมอภาคระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายกันอยู่อีกหรือ ถ้าคุณกำลังคิดแบบนี้อยู่ขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด ในความเป็นจริงถึงแม้นี่จะเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ที่ทุกอย่างเจริญแต่รู้หรือไม่ว่าผู้หญิงยังเป็นเพศได้รับการปฏิบัติด้อยกว่าผู้ชายอยู่ โดยเฉพาะในที่ทำงาน ซึ่งผู้หญิงมักจะถูกมองว่าเป็นเพศที่ต่ำต้อยกว่า!

ซีอีโอผู้หญิงมีน้อยมาก
อย่างล่าสุดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังออกมาบอกเองว่าในจำนวนบริษัทที่ประสบความสำเร็จติดอันดับ Fortune 500 มีแค่ 5% เท่านั้นที่มีผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้หญิง ยิ่งกว่านั้นคือมีบริษัท 4% เท่านั้นที่มีผู้หญิงเป็นซีอีโอ ทั้งที่บริษัททั่วโลกมีพนักงานเกินครึ่งเป็นผู้หญิง แต่พอมองในระดับสูงกลับเห็นแต่ผู้ชายที่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บริหาร

ถ้าเกิดเป็นผู้ชายคงดีกว่านี้
หนึ่งในสามของผู้หญิงทั่วโลกอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า ถ้าฉันเป็นผู้ชายคงได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะผู้หญิงในรัสเซียจะรู้สึกมากเป็นพิเศษ

ผู้ชายมองตัวเองว่าไง
ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองมีความทะเยอทะยานมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ชายรัสเซียและอังกฤษ

ผู้หญิงกล้าเผชิญปัญหา
ทั้งๆ ที่ผู้หญิงและผู้ชายสองในสามก็ยอมรับว่า ผู้หญิงเผชิญหน้ากับอุปสรรคในการทำงานมากกว่าผู้ชาย (เอ้า! แล้วทำไมผู้หญิงไม่ก้าวหน้า?)

และนี่คืออคติที่มีต่อผู้หญิงในที่ทำงาน
หลายบริษัทไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำงานสำคัญๆ เพราะมีอคติในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น
1. ผู้หญิงมีอารมณ์อ่อนไหวกว่าผู้ชาย มีความเซนซิทีฟสูง ให้ตัดสินใจอะไรสำคัญๆ ไม่ได้
2. ผู้หญิงผูกมัดตัวเองกับงานไม่ได้เพราะมีสามีและลูกให้ห่วงหน้าพะวงหลัง
3. ผู้หญิงไม่มีความเป็นระบบระเบียบ
4. ผู้หญิงไม่กล้าย้ายไปทำงานในสาขาไกลๆ และไม่กล้าเสี่ยง
5. ผู้หญิงขับรถแย่ บลาๆๆ สารพัดอคติที่ผู้หญิงถูกมองและทำให้ไม่ได้รับความก้าวหน้าในอาชีพ
ซึ่งทั้งหมดนี้จะโทษความอคติอย่างเดียวก็ไม่แฟร์ บางครั้งผู้หญิงเองก็มีแนวคิดหลายๆ อย่างที่บล็อกตัวเองไม่ให้ประสบความสำเร็จด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือความไม่กล้าคิดกล้าทำ ซึ่งนี่คืออุปสรรคอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงต้องก้าวข้าม

ผู้หญิงเป็นผู้นำได้ดีกว่าผู้ชายตรงไหน?
1. ผู้หญิงทุ่มเทมากกว่า - เพราะผู้หญิงคิดอยู่เสมอว่าจะต้องทุ่มเทให้ได้เป็นสองเท่าของผู้ชาย ถึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ
2. ผู้หญิงไม่ทะนงตัว - ด้วยความที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะคิดอยู่เสมอว่าฉันยังไม่เก่งพอ ผู้หญิงจึงเปิดใจรับฟังมากกว่าผู้ชาย (ซึ่งตามรีเสิร์ชพบว่าเป็นเพศที่ค่อนข้างวางมาดและชอบควบคุม) ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสได้พัฒนาตัวเองมากกว่า
3. ผู้หญิงเข้าใจมากกว่า - เพราะเพศหญิงเป็นเพศที่ใช้ใจ ผู้นำหญิงทั้งหลายเลยชอบที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในทีม รวมถึงฟังปัญหาและพยายามเข้าใจลูกน้อง

บัญญัติ 3 ข้อที่ผู้หญิงต้องท่องเพื่อประสบความสำเร็จ
1. จัดการอารมณ์และทัศนคติให้มั่นคง – เป็นเรื่องจริงที่ผู้หญิงมักจะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ซึ่งบางครั้งก็เป็นข้อดี บางครั้งก็เป็นข้อเสีย ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ให้นิ่งขึ้นจะเป็นผลดีต่อผู้หญิงมากๆ
2. มั่นใจ - ความมั่นใจคือทุกอย่าง ท่องไว้ว่าฉันทำได้ทุกอย่างในโลกนี้ถ้าตั้งใจจริง!
3. มองภาพรวม – สิ่งที่ผู้ชายได้เปรียบผู้หญิงคือผู้ชายเป็นเพศมองภาพรวม ส่วนผู้หญิงจะติดนิสัยลงรายละเอียด ซึ่งการลงรายละเอียดนั้นจริงๆ เป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งการที่มัวลงรายละเอียดยิบย่อยอาจทำให้คุณพลาดบางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นต้องฝึกมองทั้งสองภาพให้เป็น

 
เรื่อง: ปภัสรา นัฏสถาพร
 

อ่านเพิ่มเติม:

  1. รับลมร้อนก่อนใคร! โฉมหน้าคอลเล็กชั่น Spring 2018 จาก Michael Kors
  2. 10 สารคดีแฟชั่นที่สายแฟต้องดูก่อนตาย!
  3. 6 ดาราดังที่ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะรับบทหลุดโลกถึงเพียงนี้!
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล