ในวันที่Mekhongเป็นมากกว่าแค่ค็อกเทล ร่วมลิ้มรสเอกลักษณ์อันเจนจัดพร้อมดื่มด่ำสุนทรียภาพแห่งสปิริตไทย

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าหลายปีที่ผ่านมาวัฒนธรรมการดื่มกินของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากทั้งอิทธิพลที่ได้มาจากโลกตะวันตกเองหรือแม้แต่การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่เองก็ตามที รสชาติของอาหารในปัจจุบันที่นอกจากจะมีกรรมวิธีการปรุงอาหารที่แตกต่างออกไปจากเดิมรสชาติเองก็ยังเปลี่ยนไปอีกด้วย เช่นเดียวกับรสชาติของค็อกเทลที่ส่วนผสมที่นำมาใช้นั้นก็มีการดัดแปลงให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นเพื่อการดื่มกินที่ง่ายกว่าเดิมเช่นเดียวกัน วันนี้โว้กได้มีโอกาสทำความรู้จักอย่างลึกซึ้งกับแอลกอฮอล์แบรนด์ไทยที่เดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ดังกล่าวมาหลากหลายปีผ่านการผลิตซ้ำรวมถึงผลิตใหม่เพื่อให้ได้ส่วนผสมและรสชาติที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมในทุกครั้งอย่างแบรนด์สุรา “Mekhong” หลังจากที่เราเคยได้มีโอกาสร่วมกันสร้างแคมเปญระดับประวัติศาสตร์อย่าง Business Talk with a Twist ที่ได้เหล่าคนดังในหลากหลายวงการอย่างหนุ่มเป้-อารักษ์ สาวคิทตี้-ชิชา พี่หมู-อาซาว่า ต้นหอม-ศกุลตลา และอีกมากมายมานั่งจับเข่าเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนาสุดเข้มข้นที่แกล้มด้วยค็อกเทลที่มีส่วนผสมของ Mekhong รสละมุน นอกจากแคมเปญสุดเก๋ที่ดึงเอาคนที่มีลายเซ็นอันเจนจัดมาชนกันแล้ว โว้กยังคงให้ความสนใจไปที่อีกหนึ่งสิ่งก็คือค็อกเทลจากแบรนด์ และหลังจากที่เราเสร็จสิ้นแคมเปญที่กล่าวไปนั้น โว้กก็ได้มีโอกาสนั่งลงบนเก้าอี้สตูลทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์เพื่อรับฟังประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่ถูกจารึกมาอย่างยาวนาน และขณะนี้เรากำลังจะส่งหน้าประวัติศาสตร์นี้ต่อถึงคุณ 

 

 แคมเปญ Business Talk with a Twist

 

Mekhong ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2484 หลังรัฐบาลต้องการลดการนำเข้าวิสกี้จากต่างประเทศ ณ เวลานั้นกรมสรรพสามิตซึ่งมีหน้าที่ดูแลโรงงานสุราบางยี่ขันจึงวางแผนผลิตสุราไทย 35 ดีกรีขึ้นเป็นครั้งแรก โดยปรุงขึ้นจากการนำอ้อยไปแปรรูปเป็นสำแดง บ่มกับข้าวเหนียวพื้นเมือง รวมกับยีสต์หลายสายพันธุ์ที่มีหัวเชื้อเป็นสมุนไพรไทยต่างๆ ตามเภสัชตำรับยาดองเหล้าแบบโบราณเช่น ขิง พริกแห้ง น้ำผึ้ง คาราเมล จันทร์แปดกลีบ อบเชย ฯลฯ รัมไทยขวดนี้จึงมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีทั้งความหอมและเผ็ดร้อนต่างจากสุรานำเข้า

เวลากว่า 80 ปีแห่งการเดินทาง วันนี้ Mekhong เป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่มสำหรับคนยุคเก่าเพียงเท่านั้น เพราะแบรนด์ได้ยกระดับการดื่มของคนไทยให้ก้าวไกลไปกว่าแค่การดื่มแบบคลาสสิกค็อกเทล หรือการดื่มแบบออน เดอะ ร็อก เนื่องจากปัจจุบันคนรุ่นใหม่มักมองหาสิ่งที่แตกต่างออกไปจากเดิมและความเป็นเอกลักษณ์ที่เจนจัดเฉพาะตัว ทางแบรนด์จึงสนับสนุนร้านอาหารหรือบาร์ไทยที่ต้องการนำเสนอความเป็นไทยไปสู่สากลนั่นเอง ขณะเดียวกันยังถูกยกระดับด้วยการเลือกใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการทำค็อกเทลสูตรพิเศษโดยเฉพาะเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเราเล่ามาถึงขนาดนี้แล้ว หากคุณอยากจะลิ้มรสสปิริต Mekhong แบบออริจินัลถึงแก่นแท้และหลากหลาย “บาร์สุริยาศัย” คือสถานที่ที่คุณนั้นไม่ควรพลาด เพราะประวัติศาสตร์ของแบรนด์เริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้..

Seat in

“บาร์สุริยาศัย” อิงแอบอยู่บนชั้น 2 ของร้านอาหาร “บ้านสุริยาศัย” ที่ตั้งอยู่บนหัวมุมของถนนสุรวงศ์อันคึกคัก อาณาเขตของบ้านอันร่มรื่นเชื้อเชิญเราได้เป็นอย่างดี และทันทีที่โว้กก้าวเท้าเข้าสู่โถงกลางบนชั้น 2 อันเป็นโถงต้อนรับของบาร์สุริยาศัย ก็ได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ตกแต่งแบบร่วมสมัยที่ผนวกเอาความเป็นไทยและฝรั่งมาบดรวมกันได้อย่างลงตัวที่สุด ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนผสมโคโลเนียล โดดเด่นด้วยการเลือกใช้วัสดุอย่างหินอ่อน ผ้ากำมะหยี่ ไม้ มาตัดกับสีทอง สีแดงก่ำ สีเขียวที่เชื่อมโยงกับสีขวดของ Mekhong รุ่นแรก ผสมผสานด้วยลวดลายงานฉลุจึงสร้างเอกลักษณ์แห่งความร่วมสมัยได้อย่างน่าชม เราเดินชมการตกแต่งภายในด้วยขวด Mekhong ในยุคสมัยต่างๆ ที่ให้คุณได้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่สะสมคอลเล็กชั่นส่วนตัวในสไตล์วินเทจ ในขณะที่การจัดวางที่นั่งยังมีเอกลักษณ์ที่ให้ความเป็นส่วนตัวอย่างเป็นสัดส่วน และเมื่อเราซุกตัวนั่งลงบนเบาะหนังเนื้อนุ่มภาพแฟลชแบ็คจากหนังฟิล์มเก่าเมื่อวันวานกลับถูกฉายซ้ำขึ้นมาทันที

Sip in

มาถึงช่วงที่ใครหลายคนรอคอยกันบ้างกับรสชาติของค็อกเทลสปิริตไทยเลิศรสที่มีโครงสร้างหลักเป็น Mekhong และผสมผสานโครงสร้างรองที่เป็นสมุนไพรไทยร่วมสมัยจำพวกตะไคร้ ใบมะกรูด ซึ่งทวิสต์ให้เข้ากับความโมเดิร์นด้วยการผสมกับพีช ผลส้ม หรือผลไม้ชนิดอื่นๆ เพื่อขับให้มีกลิ่นหอมบวกกับการเชื้อเชิญให้ดื่มง่ายมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการแสดงคาแรกเตอร์ของไทยแบบร่วมสมัยขนานแท้เลยทีเดียว และวันนี้โว้กได้มีโอกาส (จิบ) ทำความรู้จักกับค็อกเทลขึ้นชื่อของบาร์สุริยาศัยทั้ง 8 แก้ว จะมีอะไรบ้างตามไปดูกัน

(จากซ้าย) เผด็จศึก, ขุนนาง, ขุนศึก

Phaded Suek (เผด็จศึก) 

ใครที่เป็นนักดื่มผู้โชกโชนก็จะเหมาะกับเผด็จศึกที่มีรสชาติเข้มข้น ด้วยส่วนผสมของ Mekhong เมอร์ริเดียน โคล่าไซรัป แพนดัลและกานพลู ให้รสแรงหนักแน่นด้วยความเป็นสปิริตขนานแท้ถือเป็นค็อกเทลสไตล์ spirit-forward ที่สวมความเป็นไทยให้ได้มากที่สุดด้วยการใส่สมุนไพรเพิ่มลงไปนั่นเอง  

Koon Nang (ขุนนาง)

เป็นการอ้างอิงจากไทยสมัยก่อนเมื่อเวลาออกรบแล้วได้ชัยชนะกลับมาจึงเปรียบเสมือนการเฉลิมฉลองปิติยินดี ขุนนางจึงให้รสชาติหอมนวล ละเมียดละไม ด้วยส่วนผสมจากเบสอย่าง Mekhong มาร์ตินีดราย ผสมผสานกับคราฟสองตัวที่ทางบาร์สุริยาศัยคิดค้นขึ้นมาเองเป็นพีชกับมะม่วง และตบท้ายด้วยการใส่แตงป่า

Koon Suek (ขุนศึก) 

ก่อนออกรบในสมัยก่อนต้องมีการดื่มน้ำจัณฑ์เพื่อสร้างความฮึกเฮิมให้กับนักรบทั้งหลาย จึงเป็นที่มาของเจ้าขุนศึกที่มีส่วนผสมของ Mekhong มาร์ตินีดราย ไวน์แดง น้ำเชื่อม น้ำมะนาว เพิ่มเติมด้วยสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ และใบโหระพา และค็อกเทลขุนศึกนั้นยังชนะการประกวดการแข่งขันจากงาน Mekhong Thai Spirit Cocktails 2017 อีกด้วย

(จากซ้าย) แม่โขงไทยสบาย, เกสร, แม่โขงเอสเซ้นส์

Mekhong Thai Sabai (แม่โขงไทยสบาย) 

มาถึงค็อกเทลที่ดื่มง่าย สบายๆ และรสชาติไม่หนักจนเกินไปกับไทยสบายที่เป็นค็อกเทลตัวแรกของประเทศไทย โดยมีส่วนผสมหลักเป็น Mekhong ใบโหระพา น้ำเชื่อมและน้ำมะนาว เหมาะกับการจิบเรื่อยๆ คู่ไปกับการทานอาหาร

Gay Sorn (เกสร) 

ชื่อหวานขนาดนี้แน่นอนว่าเป็นค็อกเทลที่เหมาะกับบรรดาสาวๆ เป็นที่สุดด้วยส่วนผสมที่มีผงชาเสิร์ฟร้อนซึ่งในตัวใบชาจะมีส่วนผสมของกระเจี๊ยบ ส้ม ผลส้มจีน แล้วนำไปอินฟิวส์กับสุราบางยี่ขัน มีเบสเป็น Mekhong จากนั้นใส่น้ำแอปเปิ้ลแล้วท้อปด้วยน้ำขิง ให้ความหอมสดชื่นเหมือนเดินอยู่ในสวนดอกไม้

Mekhong Essence (แม่โขงเอสเซ้นส์) 

กลิ่นมะพร้าวน้ำหอมสุดหอมหวานเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบมะพร้าวเป็นที่สุด โดยมีเบสเป็น Mekhong เช่นเคย ผสมผสานด้วยน้ำมะพร้าวสด และเพิ่มความหวานอีกนิดด้วยไซรัปจะทำให้ได้กลิ่น Mekhong ชัดเจนที่ตบท้ายด้วยกลิ่นมะพร้าวน้ำหอม

(จากซ้าย) อัสดง, อบเชย

At Sa Dong (อัสดง) 

อัสดงได้แรงบันดาลใจมากจากพระอาทิตย์ยามอัสดง โดยมีส่วนผสมหลักเป็นMekhong น้ำมะขามเปียกที่ทำขึ้นสำหรับเป็นคราฟผสมลงไป แต่งเติมรสด้วยน้ำเชื่อมและน้ำมะนาว ให้รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน ใครที่ชอบมะขามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแนะนำตัวนี้เลยแหละ

Opchoei (อบเชย)

อบเชยมีส่วนผสมหลักเป็น Mekhong และน้ำแอปเปิ้ล ผสมผสานไซรัปกลิ่นพิเศษที่ทางบาร์ผสมขึ้นเองด้วยกานพลู กระวาน ใบมะกรูดด้วยการนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลจนงวดได้ที่ และเมื่อได้กลิ่นของส่วนผสมทั้งสามที่ใส่ลงไป แล้วจึงผสมส่วนผสมหลัก Mekhong ตามด้วยน้ำเชื่อมและน้ำมะนาว

 

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาจนถึงก้าวสุดท้ายที่เดินออกจากบาร์สุริยาศัยนั้นกลับมีรอยยิ้มแต้มขึ้นที่มุมปาก มันคือความอิ่มเอมใจที่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสัมผัสประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน เพราะบรรยากาศที่สัมผัสด้วยตาไปจนถึงการชิมรสค็อกเทลที่สัมผัสด้วยลิ้น เรายังสัมผัสได้ด้วยใจถึงความสุข ความมีตัวตน และความภาคภูมิใจของ Mekhong ที่เกิดขึ้นจากที่แห่งนี้อีกด้วย ตอนนี้ถึงคราวของคุณแล้ว มาลิ้มรสสัมผัสค็อกเทลที่เปี่ยมด้วยสปิริตแบบไทยแท้ๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศไทยร่วมสมัยที่ยากนักจะหาเจอในเจเนอเรชั่นนี้ได้เลย

 

อ่านเพิ่มเติม:

  1. Business Talk with a Twist โว้กบอกเล่าบทสนทนา 8 คนดังสัมภาษณ์กันเองผ่านบาร์ที่สวยสะกดทุกสายตา!
ร่วมแสดงความคิดเห็น
VOGUE Daily
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล