เปิดแล้ว! มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ ร้านอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในเมืองไทย แห่งใหม่ล่าสุด

โว้กประเทศไทยเป็นสื่อและผู้มาเยือนกลุ่มแรกของการเปิดร้านอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยอย่าง "มหานคร แบงค็อก สกายบาร์" ที่เพิ่งเปิดสดๆ ร้อนๆ บนความสูงชั้น 76 และ 77 ของตึกมหานคร แลนด์มาร์กในฐานะตึกที่สูงและไอคอนิกที่สุดของเมืองไทย

 

 คำอธิบายภาพ: ซุ้มประตูโค้งทางเข้าของ "มหานคร แบงค็อก สกายบาร์" 

 

กดลิฟต์จอ OLED แสนโด่งดังบนตึกคิงเพาเวอร์มหานครมาที่ชั้น 76 เมื่อประตูเปิดออกจะพบกับ "มหานคร แบงค็อก สกายบาร์" ผลงานการตกแต่งของนักออกแบบชาวฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง Tristan Auer จาก Wilson Associates ที่ลงทุนบิดลัดฟ้าจากกรุงปารีสมาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดในการออกแบบถึงกรุงเทพมหานคร

 

 คำอธิบายภาพ: Tristan Auer นักออกแบบชาวฝรั่งเศสจาก Wilson Associates ผู้ออกแบบตกแต่งภายใน

 

คุณทริสตันพาเราเดินชมรอบๆ ร้านเริ่มต้นจากโถงทางเดินหน้าลิฟต์ที่ถูกตกแต่งด้วยผนังไม้ทรงโค้งอบอุ่น หลักการทำงานของคุณทริสตันเปรียบได้กับการสร้างภาพยนตร์สักเรื่อง ที่ค่อยๆ เล่าเรื่องและมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ชมในแต่ละจุดของร้าน ในส่วนโถงทางเข้านี้คุณทริสตันต้องการให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นกรุงเทพ ก่อนจะเดินผ่านซุ้มโค้งเข้าสู่ด้านในของตัวร้านที่จัดวางพื้นที่ไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตามแนวกระจก 2 ชั้นของตึกมหานครรับวิวกรุงเทพแบบพาโนรามา 

 

 คำอธิบายภาพ: การตกแต่งภายในโซนวีไอพีที่ชั้น 77 ของ "มหานคร แบงค็อก สกายบาร์" 

 

"ผมมองว่ากรุงเทพเป็นเมืองที่มีความเฟมินินมาก ด้วยศิลปะวัฒนธรรมที่มีความอ่อนช้อย ผู้คนก็อ่อนน้อม ผมจึงขอให้นิยามกรุงเทพว่าเป็นเมืองแห่งความเฟมินิน ในขณะเดียวกันบ้านของผมที่กรุงปารีสเองก็ถือเป็นเมืองที่มีความมัสคิวลีนมากเช่นกัน ผมจึงนำเอาความเฟมินินของกรุงเทพกับความมัสคิวลีนของปารีสมาเจอกัน และออกแบบเป็นร้านอาหารแห่งนี้" คุณทริสตันเล่าถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบภายใน "มหานคร แบงค็อก สกายบาร์" พร้อมกับเสริมว่าการเลือกโทนสีภายในร้านแห่งนี้ก็อิงจากความสูงของตึก "สังเกตได้ว่าผมเลือกใช้สีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล ครีม เขียว ในการตกแต่งทั้งหมด เพราะต้องการสร้างบรรยากาศของต้นไม้สูงใหญ่ซึ่งก็เปรียบได้กับตึกมหานครแห่งนี้"

 

 คำอธิบายภาพ: พื้นที่บริเวณหน้าบาร์เครื่องดื่ม

 

พื้นที่ด้านในของร้านถูกแบ่งออกเป็น 3 โซนหลักๆ คือโซนรับประทานอาหารด้านในตึกชั้น 1 ซึ่งเมื่อเดินตรงเข้ามาจากโถงลิฟต์จะเจอกับส่วนนี้ก่อน ใช้สำหรับรับลูกค้าทั่วไป ด้วยโต๊ะกลมและเก้าอี้ที่ถูกจัดหันหน้าเข้าหากันเป็นคู่ๆ และโซฟาแบบเป็นกลุ่ม จึงเหมาะกับการมาเดตและนัดพบครั้งสำคัญ เมื่อเลี้ยวขวาออกไปด้านลิฟต์แก้วจะพบกับโซนเอาต์ดอร์กลิ่นอายสวนย่อมๆ ที่ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ส่วนโซนสุดท้ายอยู่บนชั้น 2 ของร้าน หรือชั้น 77 ของตึก เป็นที่ตั้งของห้องน้ำ และโซนวีไอพี

 

คำอธิบายภาพ: กำแพงสูงใหญ่ทำหน้าที่เป็นผนังกั้นบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 ของร้าน ซึ่งเป็นส่วนของห้องน้ำ และโซนวีไอพี

 

อีกรายละเอียดที่คุณทริสตันนำเสนอคือการตกแต่งภายในห้องน้ำที่ต้องเดินผ่านม่านบังตาถึง 2 ชั้นเพื่อพบกับโถงห้องน้ำที่คุณทริสตันให้นิยามไว้ว่าเป็น "ห้องน้ำห้องนั่งเล่น" ประกอบไปด้วยอ่างล้างมือและกระจกเรียงราย พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับแต่งหน้า ในโซนนี้ทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษจะใช้ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างแปลกเลยทีเดียวสำหรับเมืองไทย โดยมีพนักงานประจำการคอยให้บริการผ้าเช็ดมือและอำนวยความสะดวกต่างๆ อยู่บริเวณเคาน์เตอร์ริมกระจก เมื่อเดินตรงเข้าไปจึงจะพบกับห้องสุขาแยกหญิงและชายที่ด้านใน 

 

คำอธิบายภาพ: เครื่องดื่มไฮไลต์ของร้านคือค็อกเทลที่ปรุงโดยมิกโซโลจิสต์ผู้เชี่ยวชาญ

 

ได้เวลาชิมเมนูอาหารของที่นี่ ฝีมือเชฟ Joshua Cameron กันแล้ว ทางร้านแนะนำให้เริ่มต้นด้วยแชมเปญเรียกน้ำย่อยที่มีส่วนผสมของผลไม้ และต่อด้วยเมนูสตาร์ตเตอร์อย่าง Salmon Rillettes ที่มีเนื้อแซลมอนคลุกเคล้ากับสมุนไพร เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้ง ต่อด้วยเมนู Mr.Jean-Paul, Normandy Oysters หอยนางรมสดส่งตรงจากนอร์มังดีที่มาเป็นคู่ คือแบบ Hot ที่ราดซอสน้ำจิ้มซีฟู้ด และอีกตัวแบบ Cold ราดซอสมัลเบอร์รี่ ซึ่งเชฟแนะนำให้กินแบบ Cold ก่อนแล้วตามด้วย Hot ตามลำดับ เพื่อไม่ให้ความเผ็ดร้อนทำลายรสชาติของซอสมัลเบอร์รี่ 

 

คำอธิบายภาพ: เมนู Mr.Jean-Paul, Normandy Oysters หอยนางรมสดส่งตรงจากนอร์มังดีแบบ Hot และ Cold

 

คำอธิบายภาพ: Hokkaido Uni Panna Cotta พานาคอตต้าไข่หอยเม่น 

 

อีกเมนูไฮไลต์ที่นอกจากอร่อยแล้วยังถ่ายรูปขึ้นคือ Hokkaido Uni Panna Cotta พานาคอตต้าไข่หอยเม่นที่เสิร์ฟบนยูสึผสมไข่หอยเม่นเนื้อเนียน กินคู่กับไข่ปลาแซลมอนและพอนสึ คนรักไข่หอยเม่นห้ามพลาด ต่อด้วยเมนูที่หนักท้องที่สุดในคอร์สอย่างยำหัวปลีกุ้งลายเสือ จากนั้นจึงเข้าเมนคอร์สปลากะพงอันดามันไซส์ใหญ่พิเศษที่ถูกนำออกมาจากครัวทั้งตัวแต่แกะใส่จานที่หน้าโต๊ะ กินคู่กับหน่อไม้ฝรั่งและแครอทย่าง 

 

คำอธิบายภาพ: ยำหัวปลีกุ้งลายเสือ

 

คำอธิบายภาพ: สเต็กเนื้อโทมาฮอว์กวากิวออสเตรเลีย 

 

อีกเมนูที่ถือเป็นจานโปรดที่สุดในค่ำคืนนี้ของผู้เขียนนั่นก็คือ สเต็กเนื้อโทมาฮอว์กวากิวออสเตรเลีย ที่คุณภาพของเนื้อนั้นอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติที่เนื้อดีควรมี ชุ่มฉ่ำกำลังดีและมีพื้นผิวสัมผัสแปลกน่าค้นหา กินกับน้ำจิ้มแจ่วเจลสูตรพิเศษที่แตกต่างจากน้ำจิ้มแจ่วทั่วไปที่ผิวสัมผัสแต่รสชาติแซ่บยังอยู่ครบ ตบท้ายด้วยเมนูของหวานอย่างช็อกโกแลตทาร์ตเนื้อเนียนเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมช็อกโกแลตชอร์เบตที่ให้ความสดชื่นก่อนจบมื้อนี้

 

 คำอธิบายภาพ: เมนูของหวาน "ช็อกโกแลตทาร์ต" เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม

 

คำอธิบายภาพ: เชฟ Joshua Cameron ประจำ "มหานคร แบงค็อก สกายบาร์"

 

“มหานคร แบงค็อก สกายบาร์” เปิดให้บริการเครื่องดื่มและอาหารค่ำทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ www.mahanakhonbangkokskybar.com หรือโทร 02-677-8722

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล