Business Talk with a Twist โว้กบอกเล่าบทสนทนา 8 คนดังสัมภาษณ์กันเองผ่านบาร์ที่สวยสะกดทุกสายตา!

ว่ากันว่าสถานที่บางแห่งเหมือนมีเวทย์มนต์ที่สามารถดึงตัวตนของแต่ละคนให้ออกมาได้ อาจด้วยเพราะเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสถานที่นั้นๆ ผลักดันให้เกิดกลิ่นอายและบรรยากาศบางอย่างที่ขับเคลื่อนความรู้สึกภายในให้ปะทุขึ้น และเมื่อเรานำตัวเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเช่นนั้นกลับเป็นการเผยภาพลักษณ์และตัวตนของตัวเองออกมา 

 

ณ หัวมุมของถนนสุรวงศ์เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร “บ้านสุริยาศัย” โว้กก้าวเท้าเข้าสู่อาณาเขตที่ตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์ด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในสไตล์โคโลเนียลผสมยุควิคตอเรียน บรรยากาศในสวนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้หลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ละทิ้งความวุ่นวายและปัญหาต่างๆ ไว้เบื้องหลัง เมื่อมองไปยังเบื้องหน้า “บาร์สุริยาศัย” ปรากฏตัวผ่านโสตประสาทเข้ามาขณะที่ตัวบาร์เองอิงแอบอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน บาร์ที่ว่านี่แหละเป็นอีกหนึ่งที่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และชัดเจนในตัวเองกับการเป็นบาร์แบบไทยร่วมสมัยที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์และแรงบันดาลใจแห่ง Mekhong สุราที่มีประวัติยาวนานของประเทศไทยมาตกแต่ง ณ สถานที่แห่งนี้ มีการเลือกใช้วัสดุอย่างหินอ่อน ผ้ากำมะหยี่ ไม้ งานฉลุ ฯลฯ ตัดกับสีทอง สีแดงก่ำ และสีเขียวเพื่อเชื่อมโยงกับสีขวดของแม่โขงรุ่นแรก 

หลังจากชื่นชมการตกแต่งอันสวยงามของบาร์แล้ว เราเชื่อเลยว่ากลิ่นอายความเป็นตัวเองอย่างชัดเจนของบาร์สุริยาศัยจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ผลักดันให้คนที่ถูกเชื้อเชิญเข้ามาเริ่มต้นเผยความเป็นตัวเองทีละเล็กทีละน้อยอย่างแน่นอน เราจึงเชื่อว่าบางอย่างจะปะทุตัวขึ้นจากการพบปะกันของบุคคลเหล่านั้นที่ชัดเจนในลายเซ็นของตัวเอง เฉกเช่นการเกิดแฟชั่นเซ็ตและบทสนทนาที่มี Mekhong เป็นสื่อกลางผลักดันให้เหล่าบุคคลในหลากหลายวงการ แตกต่างที่เอกลักษณ์หากชัดเจนในตัวเองได้มาพบเจอกัน โดยแฟชั่นเซ็ตพิเศษนี้ที่จับ 8 บุคคลในแขนงต่างๆ มาร่วมเฟรม พร้อมถ่ายทอดบทสนทนาของพวกเขาที่เกิดขึ้นกลายเป็น Mekhong Business Talk with a Twist โดยมีฉากหลังที่เป็นบรรยากาศแห่งบาร์สุริยาศัยคอยโอบอุ้มและผลักดันการสนทนาให้ไปได้ถึงที่สุดของแก่นแท้ในแต่ละคน

บาส-นัฐวุฒิ (ผู้กำกับ) ถาม เป้-อารักษ์ (นักแสดง, นักดนตรี)

เราสังเกตุเห็นสองหนุ่ม เป้และบาสเลือกนั่งลงบนเก้าอี้สตูลทรงสูงบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ขณะที่แลกเปลี่ยนความเห็นทั้งในเรื่องของภาพยนตร์ไทยและเทศ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอย่างออกรสชาติเหมือนค็อกเทลรสเข้มข้นที่อยู่ในมือของทั้งคู่พร้อมฟังบทนทนาอันเพลิดเพลินที่เราจับประเด็นหลักๆ ได้ว่า

บาส: เป้คิดว่าแนวเพลงที่เป้เล่นอยู่มันมีเสน่ห์อย่างไร แล้วเป้ตั้งเป้าหมายในการประสบความสำเร็จในงานแสดงอย่างไรบ้าง

เป้: เอาจริงๆ ผมเริ่มมาจากเนื้อเพลงก่อนนะพี่ สำหรับผมเนื้อเพลงมันสำคัญสุดอย่างชุดใหม่ที่กำลังจะออกเดือนมีนาคมนี้ก็คนละแนวเพลงกับที่เล่นๆ มาเลย มันเหมือนเรามีโจทย์หลายแบบมากกว่า แต่ก่อนผมอยากแต่งเพลงให้ดูฉลาด ดูเท่ มีประโยชน์ต่อมนุษย์และการเมือง แต่หลังๆ ผมแค่อยากแต่งให้ไม่เหมือนคนอื่นซึ่งมันก็สนุกไปอีกแบบ ก็แค่ทำยังไงให้เพราะ ส่วนเรื่องประสบความสำเร็จในงานแสดง สำหรับผมมันคือการได้ทำไปเรื่อยๆ แบบนี้ทุกๆ วัน ผมว่าผมประสบความสำเร็จแล้วไม่อยากหยุด ซึ่งถ้าโชคดีก็อาจจะได้ทำงานที่เราได้เต็มที่อีกรอบ

เป้-อารักษ์ (นักแสดง, นักดนตรี) ถาม เบนจามิน วาร์นี (นักแสดง, นักดนตรี)

หลังจากหนุ่มเป้จบบทสนทนากับพี่บาสแล้ว เขาเบนเข็มมาที่อีกหนึ่งหนุ่มสายที่เริ่มต้นในสายอาชีพทางดนตรีเหมือนกันก่อนผันตัวสู่งานแสดง ทำให้ทั้งสองได้เปิดใจและพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติและเป็นกันเอง แบบแมนๆ ซึ่งหนุ่มเป้เองก็ดูจะสนใจการใช้ชีวิตและความฝันของหนุ่มเบนไม่น้อยเลยทีเดียว

เป้: เบนเริ่มต้นงานบันเทิงอย่างไร แล้วหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่มอเตอร์ไซค์ล้มตอนนั้นชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง

เบน: ผมเริ่ม 12 ขวบด้วยการแสดงละครเวทีที่เชียงใหม่เลยพี่ พอได้ทำก็ชอบเลย ผมชอบตรงมันได้อิมโพรไวส์ ได้แสดงสด จะเป็นอะไรก็ได้ จะแสดงอะไรก็ได้ ส่วนที่มาเข้าเอเอฟนี้เพราะเพื่อนชวนไป ซึ่งสุดท้ายผมกลับได้นะ แต่เราชอบร้องเพลงอยู่แล้วด้วยแหละแค่ไม่มั่นใจ มันเหมือนสิ่งที่เรารักมากๆ บางทีเราไม่มั่นใจกับมัน ส่วนตอนที่ประสบอุบัติเหตุมันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมคิดได้ว่าเราไม่ควรทำตามใจตัวเอง เราต้องดูแลตัวเองให้ดี ต้องมีวินัยและความรับผิดชอบมากๆ เพราะมันเดือดร้อนคนอื่นไปหมด

เบน-เบนจามิน (นักแสดง, นักดนตรี) ถาม คิทตี้-ชิชา (นักแสดง, นางแบบ)

มาถึงคราวสองหนุ่มสาวตัวแทนวัยรุ่นที่เราเห็นความมั่นอกมั่นใจฉายผ่านแววตาของทั้งคู่อย่างหนุ่มเบนและสาวคิทตี้ ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันทั้งสองจูนกันติดตั้งแต่คำถามแรกที่หนุ่มเบนถาม โดยที่สาวคิทตี้เองก็ตอบอย่างมั่นใจเป็นกันเอง

เบน: จากที่เป็นนักแสดงมาคิทตี้ชอบบทบาทไหนมากที่สุด และหลังจากเกิดข่าวกับเหตุการณ์มากมายตัวตนที่อยากให้คนจดจำเราเป็นแบบไหน

คิทตี้: คิทชอบบทแนนโน๊ะ เพราะมันค่อนข้างใหม่ที่เราจะได้มีโอกาสเห็นการแสดงที่ไม่ถูกจำกัดด้วยคำว่านางเอก นางร้าย ดาราตลก มันแปลกใหม่ดี ซึ่งเรารับเล่นทุกบทอยู่แล้วนะ ยิ่งถ้าได้แสดงกับศิลปินที่ชื่นชอบก็มีความสุขแล้ว ไม่ใช่ต้องได้เงินอย่างเดียว ส่วนอยากให้คนจำเราในแบบไหน ก็แบบนี้แหละเป็นหลายๆ เปอร์เซนต์ของหลายๆ อย่างที่คนจะคิด เป็นจุดที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ไม่มีใครเป็นเราได้มากกว่าที่เราเป็นตัวเราแล้ว 

คิทตี้-ชิชา (นักแสดง, นางแบบ)  ถาม หมู-อาซาว่า (ดีไซเนอร์)

สาวคิทตี้เลือกสนทนาพาทีกับดีไซเนอร์พี่หมู ซึ่งเราขอสารภาพเลยว่าเราได้ดำดิ่งไปกับบทสนทนาของสองคนนี้เป็นอย่างมาก ด้วยคำพูดบางประโยคบ่งบอกถึงประสบการณ์ที่มากล้นของพี่หมูในวงการทำให้ทั้งเราและคิทตี้เองถึงกับกระหายใคร่อยากรู้เรื่องราวชีวิตของพี่หมูมากขึ้น และทำได้แค่เพียงยกแก้วค็อกเทลขึ้นมาจิบเพื่อดับความกระหายที่ว่านั้นแทน

คิทตี้: พี่หมูคิดอย่างไรกับการเป็นดีไซเนอร์ในประเทศไทยและการถูกก็อปปี้เสื้อผ้าของพี่หมู แล้วผู้หญิงแบบไหนที่เหมาะสมกับแบรนด์อาซาว่าที่สุด

หมู: พี่ว่าอาชีพนี้ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนความสนุกอยู่ที่เราอยากเป็นเราชอบ และการที่เขาบอกว่าคุณต้องทำงานอยู่ประเทศนี้แล้วชีวิตคุณจะโด่งดังต้องอยู่ลอนดอน ปารีส ถึงจะเป็นซุปเปอร์แบรนด์ได้ มันไม่ได้เป็นจริงเสมอไปเลย และถ้าถามความรู้สึกเรื่องของก็อปพี่เทคว่ามันเป็นคำชมนะเพราะเรามีของดีใครก็อยากจะขโมย แน่นอนว่ามันดีตรงที่ทำให้เราไม่หยุดนิ่งและต้องพัฒนาฝีมือมากขึ้น ส่วนผู้หญิงที่เหมาะกับอาซาว่า สำหรับพี่คือผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง รู้จักคิด เราต้องรู้จักเนื้อแท้ของตัวเองว่าเราชอบอะไร และมีความสุขกับตัวตนในแบบของเรา มันทำให้ศาสนา อายุ ไซส์ เพศ สีผิว หมดความสำคัญลงไป เพราะความมีตัวตน รู้จักตัวเองต่างหากที่ทำให้เราแตกต่าง

หมู-อาซาว่า (ดีไซเนอร์) ถาม เป๋า-วฤธ (ไฮไซ, นักแสดง)

พี่หมูพักเรื่องราวชีวิตของตัวเองไว้เท่านั้น ก่อนที่จะหันมาแซวความเรียบร้อยสมฐานะของหนุ่มเป๋าอย่างเอ็นดูปนแอบแกล้งพร้อมพูดคุยถึงเรื่องราวการทำงานที่บ้าน และชีวิตการแสดงรวมถึงสิ่งที่คนอื่นๆ มักคาดฝันการเป็นไฮโซว่าต้องมีชีวิตเป็นอย่างไร ซึ่งท่าทางและการโต้ตอบของหนุ่มเป๋ากลับลบภาพลักษณ์ของหนุ่มไฮโซที่ทุกๆ คนคาดคิดออกไปได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว

หมู: งานที่บ้านกับงานบันเทิงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เป๋าได้เรียนรู้อะไรจากงานบันเทิงที่สามารถเอากลับมาใช้ในชีวิตได้บ้างไหม

เป๋า: งานที่บ้านตอนเด็กผมไม่เคยคิดจะทำเลยครับ แต่ถึงเวลาเหมือนเรารู้เองว่าต้องกลับไปทำงานที่บ้าน ซึ่งผมก็โอเคนะ แรกๆ คิดว่าเป็นหน้าที่แต่หลังๆ เราเริ่มสนุก ถ้าเราทำอะไรที่ไม่ชอบมันทำนานไม่ได้หรอกครับ ส่วนงานในวงการบันเทิงตอนนี้น้อยลงมาก ไม่มีใครที่จะได้มาง่ายๆ ซึ่งสนุกครับเราได้เล่นอะไรที่ไม่ได้เป็นตัวเราดี มันได้เรียนรู้ผู้คนไปในตัวด้วยครับ ซึ่งผมแค่อยากทำให้ดีที่สุด คนนอกเขาไม่ทราบว่าจริงๆ งานบันเทิงมันยากเราต้องมีแพชชั่น ต้องอาศัยวินัย ความรักในการทำถ้าคุณไม่ชอบคุณไม่เข้าใจหรอก

เป๋า-วฤธ (ไฮไซ, นักแสดง) ถาม ต้นหอม-ศกุนตลา (พิธีกร, นักแสดง)

หนุ่มเป๋าเดินหน้าต่อเพื่อชี้ชวนพี่ต้นหอมคุยด้วยความเคอะเขินถึงเรื่องราวในชีวิตกับการเริ่มต้นความเป็นแม่ไปจนถึงการทำงานในวงการบันเทิง โดยสาวต้นหอมใช้ความขี้เล่นและเป็นกันเองทลายกำแพงความเขินอายของหนุ่มเป๋าลงให้เหลือแต่บทสนทนาของพี่น้องร่วมวงการที่สนิทและเป็นกันเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

เป๋า: ทำอย่างไรพี่ต้นหอมถึงได้ยืนระยะในวงการบันเทิงได้นานขนาดนี้ครับ ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับโชคไหม

ต้นหอม: พี่เป็นคนวางแผนตั้งแต่เข้าวงการแล้วว่าพี่จะเอาอะไร ตลอดเวลา 10 ปี ทุกอย่างมาจากการวางแผนแล้วมันเป็นไปตามนั้นทั้งหมดเลย แต่พี่เชื่อว่ากราฟชีวิตคนเราเวลาที่เรามีไฟในการทำงานมันจะขึ้น แล้วถ้าวันหนึ่งพออยู่นานๆ มันก็จะนิ่งแล้วก็ดิ่งลงตามอายุ เพราะงั้นวันนี้พี่ทำเพื่อวันที่กราฟมันจะดิ่งลงนั่นแหละ แต่ถ้าถามว่าเพราะโชคช่วยไหม ผู้ใหญ่รักนั่นคือความโชคดีในการได้รับโอกาส แต่สิ่งที่มันไม่ใช่โชคคือเมื่อคุณได้รับโอกาสคุณคว้ามันได้ไหมต่างหาก พี่จึงไม่มีทางปล่อยโอกาสนั้นไปเมื่อมันมาถึงมือ

ต้นหอม-ศกุนตลา (พิธีกร, นักแสดง) ถาม ริกะ-อิชิเกะ (นักสู้ MMA)

สาวต้นหอมเดินข้ามมาอีกฟากหนึ่งของบาร์เพื่อจับคู่กับสาวริกะเม้าท์มอยตามประสาผู้หญิง ซึ่งสาวต้นหอมเองได้สร้างบรรยากาศและสีสันผ่านการพูดคุยกับริกะด้วยความเป็นกันเอง เพื่อผ่อนคลายสาวริกะที่ยังใหม่กับวงการบันเทิงนี้ โดยสาวริกะที่เต็มไปด้วยความเขินอายก็ผลักตัวเองออกมาจากประตูเพื่อเล่าประสบการณ์และความฝันของตัวเธอเองได้อย่างคล่องแคล่วสมกับการมีเลือดนักสู้เลยทีเดียว

ต้นหอม: ที่ริกะเลือกมาเป็นนักสู้ MMA เพราะตอนเด็กๆ ถูกแกล้งในโรงเรียนด้วยหรือเปล่า 

ริกะ: เอาจริงๆ ริกะรู้สึกว่าศิลปะการต่อสู้มันมีเสน่ห์มากกว่า มันเป็นตัวเรา เราได้แนวคิดและทุกอย่างที่หล่อหลอมให้ริกะเป็นริกะในวันนี้ ซึ่งเวลาเราสู้เราคิดแค่ว่าเราไปโชว์เอาความสามารถที่เราฝึกซ้อมไปสู้ว่าเราฝึกมาพร้อมแค่ไหนเท่านั้นเอง ส่วนที่ตอนเด็กๆ โดนมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราอยากต่อยมวยด้วยแหละ แต่ริกะแค่อยากฝึกเพื่อทำให้จิตใจเข้มแข็งขึ้นเท่านั้นนะ เราไม่จำเป็นต้องตอบโต้ด้วยความรุนแรงเสมอไป  

ริกะ-อิชิเกะ (นักสู้ MMA) ถาม บาส-นัฐวุฒิ (ผู้กำกับ)

เมื่อจบบทสนทนาของสองสาวเพียงคู่เดียวภายในงานนี้ สาวริกะสูดหายใจลึกก่อนนั่งลงเพื่อพูดคุยกับหนุ่มบาส เนื่องจากทั้งคู่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานโฆษณาร่วมกัน ทำให้บทสนทนาดำเนินไปอย่างราบรื่น ลักษณะเหมือนเพื่อนร่วมงานเก่าที่ไม่ได้พบมานาน เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากสาวริกะได้อย่างเป็นกันเอง

ริกะ: พี่บาสว่าการบริโภคของคนสมัยใหม่ผ่านการดู Netflix มีผลอย่างไรกับวงการภาพยนตร์บ้างคะ แล้วที่พี่ห่างหายไปหลายปีจากวงการเพราะอะไร

บาส: พี่ว่ามันมีผลอย่างมากทั้งทางบวกและทางลบ การดู Netflix มันก็ทำให้คอนเทนต์เหล่านี้เข้าถึงคนทั่วไปได้กว้างขึ้น เพราะบางคนที่ไม่มีเวลาและไม่รู้ว่าการได้ไปดูหนังเรื่องหนึ่งมันสำคัญยังไง ซึ่งมันทำให้เขาได้ค้นพบจากการนั่งอยู่ในห้องรับแขกที่บ้านมันอาจจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างได้ ส่วนที่พี่หายไปตอนนั้น มันคือความล้มเหลวแหละ แต่ในวันนั้นมันสอนพี่ได้ในหลายๆ อย่างนะ เพราะความล้มเหลวไม่ใช่ทั้งหมด ประสบความสำเร็จเองก็ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือนกัน ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจมากกว่า  

เมื่อเสร็จสิ้นบทสนทนาของทั้ง 8 คนโว้กต้องขอนั่งลงเพื่อพักดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ดับความเข้มข้นและร้อนแรงจากบทสนทนาที่เรียกได้ว่าออกรสออกชาติอันคละเคล้าและปะปนไปด้วยเสียงหัวเราะเลยทีเดียว เพราะมันทำให้เราได้มีโอกาสเห็นตัวตนของแต่ละคนที่ฉายผ่านแววตา ท่าทาง และการพูดด้วยท่าทีอันผ่อนคลายหากบางครั้งหนักแน่นและแข็งแกร่งผ่านสถานที่สุดพิเศษอย่างบาร์สุริยาศัยที่เป็นสื่อกลางสำคัญด้วยการใช้เสน่ห์แห่งบรรยากาศโอบล้อม กลั่นกรอง และคั้นความเป็นตัวตนขนานแท้ให้ออกมาได้ สิ่งที่เราพูดกันไปเมื่อตอนต้นว่าสถานที่บางแห่งเหมือนมีเวทย์มนต์ในการฉุดดึงตัวตนคุณให้ออกมาได้ วันนี้เห็นจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว เพราะเวทย์มนตร์ที่บาร์สุริยาศัยยังคงทำงานอย่างขันแข็งเพื่อให้คุณได้เข้ามาร่วมสัมผัสความงดงามและดื่มด่ำบรรยากาศ รวมถึงรอวันที่คุณจะเปิดเผยตัวตนของคุณ ณ ที่แห่งนี้...

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล