LIFESTYLE

เผยลิสต์ 100 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดย BBC

ตัดความเก่าทิ้งไป ภาพคลาสสิก และภาพจำที่อาจเคยบดบังคุณภาพของภาพยนตร์ยุคใหม่ วันนี้ลิสต์ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในศตวรรษนี้เผยขึ้นเลย

     ปลายปีแบบนี้หลายคนคงกำลังหาลิสต์ภาพยนตร์หรือความสุดยอดด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองความบันเทิงรับเทศกาลวันหยุดกันอย่างแน่นอน วันนี้โว้กหยิบเอาลิสต์ 100 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของศตวรรษที่ 21มาไล่เรียงให้แฟนโว้กได้ชมกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง โดยลิสต์ในครั้งนี้เป็นการจัดอันดับโดย 177 นักวิจารณ์ภาพยนตร์ทั่วโลก ส่วนใหญ่ภาพยนตร์ระดับท็อปที่ทำรายได้มหาศาลหรือภาพยนตร์ตีกระแสสังคมที่สามารถจุดไฟตั้งคำถามอาจได้รับแสงสปอตไลต์จดเบียดภาพยนตร์เรื่องเล็กเรื่องน้อยให้ตกอันดับไปโดยไม่ตั้งใจ ลิสต์นี้จึงเป็นลิสต์ที่สะท้อนให้เห็นว่า 100 ภาพยนตร์คุณภาพจริงๆ นั้นจะมีเรื่องอะไรบ้าง

 

     ลิสต์นี้มาจากโพลล์ของบีบีซีที่ ภาพยนตร์ยุคนี้มีการปรับรูปแบบเพื่อตอบสนองรสนิยมของคนยุคใหม่มากขึ้น บางครั้งฟอร์มยักษ์อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป ความหลากหลายด้านเนื้อหาและวิธีการนำเสนอนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแม้โลกภาพยนตร์จะดูเหมือนน้ำนิ่งไม่มีอะไรขยับหวือหวา แต่แท้จริงแล้วมีการพัฒนาอย่างเข้มข้นเปรียบดั่งน้ำวนที่ไหลลึกอยู่ข้างใต้เสมอ แต่หนึ่งจุดที่ทำให้ภาพยนตร์เหล่านี้ไม่ได้ทะลุเข้ามาในลิสต์สุดยอด...ต่างๆ นานา เพราะคำว่า “ภาพจำ” ความคลาสสิกของภาพยนตร์เรื่องต่างๆ จากยุคก่อนสร้างมาตรฐานและประสบการณ์ฝังลึกให้ผู้ชมถ่ายทอดกันต่อไปเรื่อยๆ จนบางครั้งความใหม่ก็เอาชนะกำแพงนี้ไม่ได้ วันนี้เราตัดเรื่องความคลาสสิกออกหยิบมาแต่ภาพยนตร์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เสียงจากนักวิจารณ์ 177 จากทุกทวีปทั่วโลกบอกว่านี่คือ 100 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 21 จะมีเรื่องใดบ้างมาชมลิสต์ด้านล่างกันได้เลย

 

Toni Erdmann (Maren Ade, 2016)100. Requiem for a Dream (Darren Aronofsky, 2000)
100. Carlos (Olivier Assayas, 2010)
99. The Gleaners and I (Agnès Varda, 2000)
98. Ten (Abbas Kiarostami, 2002)
97. White Material (Claire Denis, 2009)
96. Finding Nemo (Andrew Stanton, 2003)
95. Moonrise Kingdom (Wes Anderson, 2012)
94. Let the Right One In (Tomas Alfredson, 2008)
93. Ratatouille (Brad Bird, 2007)
92. The Assassination of Jesse James by the Coward Robert Ford (Andrew Dominik, 2007)
91. The Secret in Their Eyes (Juan José Campanella, 2009)
90. The Pianist (Roman Polanski, 2002)
89. The Headless Woman (Lucrecia Martel, 2008)
88. Spotlight (Tom McCarthy, 2015)
87. Amélie (Jean-Pierre Jeunet, 2001)
86. Far From Heaven (Todd Haynes, 2002)
85. A Prophet (Jacques Audiard, 2009)
84. Her (Spike Jonze, 2013)
83. A.I. Artificial Intelligence (Steven Spielberg, 2001)
82. A Serious Man (Joel and Ethan Coen, 2009)
81. Shame (Steve McQueen, 2011)
80. The Return (Andrey Zvyagintsev, 2003)
79. Almost Famous (Cameron Crowe, 2000)
78. The Wolf of Wall Street (Martin Scorsese, 2013)
77. The Diving Bell and the Butterfly (Julian Schnabel, 2007)
76. Dogville (Lars von Trier, 2003)
75. Inherent Vice (Paul Thomas Anderson, 2014)
74. Spring Breakers (Harmony Korine, 2012)
73. Before Sunset (Richard Linklater, 2004)
72. Only Lovers Left Alive (Jim Jarmusch, 2013)
71. Tabu (Miguel Gomes, 2012)
70. Stories We Tell (Sarah Polley, 2012)
69. Carol (Todd Haynes, 2015)
68. The Royal Tenenbaums (Wes Anderson, 2001)
67. The Hurt Locker (Kathryn Bigelow, 2008)
66. Spring, Summer, Fall, Winter…and Spring (Kim Ki-duk, 2003)
65. Fish Tank (Andrea Arnold, 2009)
64. The Great Beauty (Paolo Sorrentino, 2013)
63. The Turin Horse (Béla Tarr and Ágnes Hranitzky, 2011)
62. Inglourious Basterds (Quentin Tarantino, 2009)
61. Under the Skin (Jonathan Glazer, 2013)
60. Syndromes and a Century (Apichatpong Weerasethakul, 2006)
59. A History of Violence (David Cronenberg, 2005)
58. Moolaadé (Ousmane Sembène, 2004)
57. Zero Dark Thirty (Kathryn Bigelow, 2012)
56. Werckmeister Harmonies (Béla Tarr, director; Ágnes Hranitzky, co-director, 2000)
55. Ida (Paweł Pawlikowski, 2013)
54. Once Upon a Time in Anatolia (Nuri Bilge Ceylan, 2011)
53. Moulin Rouge! (Baz Luhrmann, 2001)
52. Tropical Malady (Apichatpong Weerasethakul, 2004)
51. Inception (Christopher Nolan, 2010)
50. The Assassin (Hou Hsiao-hsien, 2015)
49. Goodbye to Language (Jean-Luc Godard, 2014)
48. Brooklyn (John Crowley, 2015)
47. Leviathan (Andrey Zvyagintsev, 2014)
46. Certified Copy (Abbas Kiarostami, 2010)
45. Blue Is the Warmest Color (Abdellatif Kechiche, 2013)
44. 12 Years a Slave (Steve McQueen, 2013)
43. Melancholia (Lars von Trier, 2011)
42. Amour (Michael Haneke, 2012)
41. Inside Out (Pete Docter, 2015)
40. Brokeback Mountain (Ang Lee, 2005)
39. The New World (Terrence Malick, 2005)
38. City of God (Fernando Meirelles and Kátia Lund, 2002)
37. Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives (Apichatpong Weerasethakul, 2010)
36. Timbuktu (Abderrahmane Sissako, 2014)
35. Crouching Tiger, Hidden Dragon (Ang Lee, 2000)
34. Son of Saul (László Nemes, 2015)
33. The Dark Knight (Christopher Nolan, 2008)
32. The Lives of Others (Florian Henckel von Donnersmarck, 2006)
31. Margaret (Kenneth Lonergan, 2011)
30. Oldboy (Park Chan-wook, 2003)
29. WALL-E (Andrew Stanton, 2008)
28. Talk to Her (Pedro Almodóvar, 2002)
27. The Social Network (David Fincher, 2010)
26. 25th Hour (Spike Lee, 2002)
25. ​Memento (Christopher Nolan, 2000)
24. The Master (Paul Thomas Anderson, 2012)
23. Caché (Michael Haneke, 2005)
22. Lost in Translation (Sofia Coppola, 2003)
21. The Grand Budapest Hotel (Wes Anderson, 2014)
20. Synecdoche, New York (Charlie Kaufman, 2008)
19. Mad Max: Fury Road (George Miller, 2015)
18. The White Ribbon (Michael Haneke, 2009)
17. Pan's Labyrinth (Guillermo Del Toro, 2006)
16. Holy Motors (Leos Carax, 2012)
15. 4 Months, 3 Weeks and 2 Days (Cristian Mungiu, 2007)
14. The Act of Killing (Joshua Oppenheimer, 2012)
13. Children of Men (Alfonso Cuarón, 2006)
12. Zodiac (David Fincher, 2007)
11. Inside Llewyn Davis (Joel and Ethan Coen, 2013)
10. No Country for Old Men (Joel and Ethan Coen, 2007)
9. A Separation (Asghar Farhadi, 2011)
8. Yi Yi: A One and a Two (Edward Yang, 2000)
7. The Tree of Life (Terrence Malick, 2011)
6. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (Michel Gondry, 2004)

 

5.Boyhood (Richard Linklater, 2014)

     เรื่องราวของเด็กวัย 6 ขวบและพี่สาวที่จะอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยว ความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างครอบครัวเก่าและใหม่ การเลี้ยงดูที่มีผลต่อรูปแบบชีวิตของทั้งครอบครัว การเรียน ชีวิตความรัก ขีดจำกัดต่างๆ ที่ถูกสร้างโดยแต่ละบุคคลคอยหล่อหลอมให้เรื่องราววิ่งเป็นเส้นที่น่าสนใจ อุปสรรคและรอยยิ้มในชีวิตจะเกิดขึ้นได้อย่างกับปมของเรื่องสุดแสนเข้มข้น ชีวิตที่ต้องเติบโตแบบนี้จะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องนี้เล่าเรื่องได้อย่างมีมิติน่าสนใจ

 

4.Spirited Away (Hayao Miyazaki, 2001)

     ถ้าจะพูดถึงสุดยอดภาพยนตร์แอนิเมชั่นจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ได้ขาด เรื่องนี้กวาดรางวัลระดับโลกมามากมาย และสร้างประวัติศาสตร์ในวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องการทำรายได้มากที่สุด ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิตินี้ได้ โหมดความรัก ความหม่นหมอง ความนิ่งเฉย สิ่งต่างๆ ที่เราอาจไม่ได้เห็นจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากฝั่งตะวันตก ถูกรวบรวมและสอดแทรกประเด็นตามเลเยอร์ต่างๆ ของเส้นเรื่องได้อย่างเข้มข้น ใครกำลังหาคำตอบว่าเรื่องไหนคือสุดยอดแอนิเมชั่น เรารับประกันว่าไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ตลอดกาล

 

3.There Will Be Blood (Paul Thomas Anderson, 2007)

     ภาพยนตร์ทุนสร้าง 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เรื่องนี้ดูโปสเตอร์ปกอาจจะเหมือนกับภาพยนตร์สืบสวนหรือภาพยนตร์แอคชั่นทั่วไปในท้องตลาด ทว่าเนื้อเรื่องที่อิงจากวรรณกรรมเรื่อง Oil! จากปี 1927 กลับสร้างมิติได้มากกว่านั้น ดราม่าอารมณ์ร่วมของความรู้สึกตัวละครคนเหมือง ความศรัทธาในความมั่งคั่งร่ำรวย ตัวอย่างของคำว่า “ทุนนิยม” ที่มาพร้อมกับวิถีชีวิตเพื่อตอบสนองสิ่งนั้น สิ่งรอบข้างล้วนมีพลังผลักดันเรื่องราวให้ยิ่งเข้มข้น คำว่า “เลือด” อาจจางเป็นน้ำเมื่อเทียบกับความเข้มข้นของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

2.In the Mood for Love (Wong Kar-wai, 2000)

     หว่องกาไว ชื่อนี้รับประกันคุณภาพของภาพยนตร์แน่นอน อีกหนึ่งความสุดยอดที่พาภาพยนตร์เรื่องนี้เข้ามาสู่อันดับที่ 2 ต้องเป็นเรื่องของการส่งทอดอารมณ์ความรักที่เลเยอร์ความซับซ้อนไว้ได้อย่างมีมิติ ต่างฝ่ายต่างอับเฉาในร่มเงาความรักของตัวเอง การโคจรมาพบกันของความเหงาทำให้เร้าอารมณ์ความชุ่มชื่นขึ้นแต่ก็ซ่อนด้วยพันธะบางอย่าง ความเปลี่ยวเหงา ชีวิตอมเศร้าเคล้าไปกับบรรยากาศแห่งความอ้างว้างคือสิ่งที่พาให้ห้วงความรักนี้ก้าวขึ้นมาอยู่ถึงลำดับที่ 2 ในลิสต์นี้

 

1.Mulholland Drive (David Lynch, 2001)

     หนังลึกลับฉบับเซอร์เรียลก้าวกระโดดมาคว้าอันดับ 1 ในลิสต์นี้ หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ความซับซ้อนในเรื่องราวของหญิงสาวที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ การรื้อฟื้นความทรงจำคือประเด็นสำคัญ หญิงสาวอีกคนผู้เดินทางความฝันในการเป็นซูเปอร์สตาร์ ทั้งคู่ต้องดำเนินชีวิตด้วยกันเพื่อเป้าประสงค์ต่างขั้ว ฝันหรือจริง ลึกลับหรือแค่คำตอบยาก มีสติหรือไม่มีสติ และคำถามเชิงขั้วตรงข้ามอีกมากมายจะเกิดขึ้นในใจของผู้ชมตลอดทั้งเรื่อง ความอลวนชวนอลเวงกลายเป็นเรื่องราวที่ตั้งใจดูและผูกโยงเข้าหากันอย่างลึกซึ้ง Mulholland Drive จึงกลายเป็นโคตรภาพยนตร์ที่กระโดดคว้าอันดับ 1 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษ 21 เลยทีเดียว