Supermodels VS Instagirls เมื่อโลกของนางแบบเปลี่ยนไป ในยุคดิจิทัล!

     อย่างที่ทราบกันดีว่า 'อุตสาหกรรมแฟชั่น' นั้น ประกอบไปด้วยหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่พนักงานผู้อยู่เบื้องหลังผลงานสุดสร้างสรรค์มากมาย ตัวของแบรนด์แฟชั่นเอง ดีไซเนอร์ ลากยาวไปจนถึง วงการนางแบบ ผู้ที่เป็นดั่งเบื้องหน้าสำคัญแห่งอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านแห่งนี้ ซึ่งหากจะว่าไปแล้ว ก็นับเป็นอีกภาคส่วนที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ภาคส่วนอื่นๆ เพราะเมื่อเราได้ย้อนกลับไปบนรันเวย์โชว์คอลเล็กชั่นประจำฤดูกาลใบไม้ผลิ ปี 2018 ของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Versace ที่ผ่านมาแล้วนั้น เรายังได้เห็นการกลับมารวมตัวกันของนางแบบระดับแนวหน้าของโลกแห่งยุค 1990s ที่ได้ชื่อว่าเป็นดั่ง Supermodels ทั้ง 5 คน ไม่ว่าจะเป็น Cindy Crawford, Naomi Campbell, Claudia Schiffer, Carla Bruni, และ Helena Christensen จนกลายเป็นกระแสได้ในที่สุด หากหลังจากนั้นไม่นาน กับโชว์รันเวย์คอลเล็กชั่นคอลาบอเรชั่นระหว่าง Moschino และ H&M ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอีกคอลเล็กชั่นขายดีในปีที่ผ่านมานั้น เรายังได้เห็นการร่วมวาดลวดลายบนรันเวย์เดียวกันของซูเปอร์โมเดลในตำนานอย่าง Naomi Campbell พร้อมเหล่าโมเดลสาวรุ่นใหม่อย่าง Gigi Hadid, Bella Hadid และอีกมากมาย ที่เราต่างให้คำนิยามพวกเธอว่าเป็น Instagirls (โมเดลยุคใหม่ที่แจ้งเกิดในยุคโซเชียลมีเดีย) อีกด้วย... นั่นจึงทำให้เรา และใครหลายๆ คนได้เห็นว่าวงการนางแบบมีการเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว อีกทั้งในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเช่นนี้ ก็ยังเป็นเรื่องน่าสนใจอีกว่าวงการ “นางแบบ” ได้เปลี่ยนไปในทิศทางใดบ้าง

     หากย้อนกลับไปถึงวงการนางแบบในยุค 1980s จนถึง 1990s หลายคนคงเคยได้ยินสิ่งที่เรียกว่า ซูเปอร์โมเดล กันอย่างหนาหู ซึ่งนับเป็นนางแบบแนวหน้าที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักมากกว่านางแบบทั่วไป ดังที่ดีไซเนอร์หลายๆ คนในสมัยนั้นยังไว้ใจให้ได้เดินชุดฟีนาเล่อยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งพวกเธอยังยึดอาชีพนางแบบเป็นอาชีพหลักอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น Naomi Campbell, Cindy Crawford, Linda Evangelista, Claudia Schiffer, Gisele Bundchen หรือ Kate Moss ก็ตาม ที่ในขณะนั้นยังมีการตั้งฉายาประจำกลุ่มให้กับเหล่านางแบบซูเปอร์โมเดลเหล่านี้ว่าเป็น "The Trinity" และ "The Big Five" อีกด้วย อีกทั้งเส้นทางการก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบในยุคซูเปอร์โมเดลนี้ยังน่าสนใจ เมื่อครั้งหนึ่งที่นาโอมิ แคมป์เบลล์ ในวัย 44 ปี เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับรายการโทรทัศน์อเมริกันว่า เส้นทางการเป็นซูเปอร์โมเดลของเธอและเพื่อนๆ นั้นไม่ได้ง่าย และรวดเร็วอย่างที่ใครคิดไว้ มันต้องใช้เวลานานมากพอสมควรที่จะต้องนั่งรถไฟใต้ดิน เพื่อไปให้ถึงเมืองหลวง อย่างมหานครนิวยอร์ก ลอนดอน และมิลาน เพื่อไปทำงานของเรา และเรายังทำงานกันอย่างหนักมากจริงๆ กว่าที่จะมาถึงจุดที่เรายืนอยู่นี้ได้...

ภาพถ่ายบนปก Vogue ประเทศอังกฤษ ฉบับเดือนมกราคม 1990 / ภาพ : British Vogue

 

     โลกหมุนเปลี่ยนไปฉันใด สถานการณ์ที่แวดล้อมโลกใบนี้ก็ต้องหมุนเปลี่ยนตามไปฉันนั้น ในวันที่โซเชียลมีเดียก้าวเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากกับชีวิตของเราทุกคน นำมาซึ่งความสะดวกสบาย และความทันสมัยนับไม่ถ้วน หากโซเชียลมีเดียเดียวกันนี้ก็พรากวัฒนธรรมซูเปอร์โมเดลให้เลือนลาง และจางลงไปมากทีเดียว พร้อมถือกำเนิดเหล่า Instagirls มาแทนที่อย่างน่าใจหาย

ภาพถ่ายบนปกนิตยสาร Vogue September Issue ในคอนเซ็ปต์ Instagirls / ภาพ : Vogue

 

     แล้วเมื่อเราอยากจะพูดถึง Instagirls ขึ้นมา เราก็คงจะต้องเริ่มพูดถึงแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า Instagram ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะโปรแกรมอินสตาแกรมนี้เอง ที่เป็นดั่งจุดกำเนิดของ Instagirls ในวงการแฟชั่นมากมาย ซึ่งเหล่านี้เองคือเด็กสาวที่แจ้งเกิดการเป็นโมเดลได้จากอินสตาแกรม ด้วยสไตล์ และภาพถ่ายที่น่าสนใจ อีกทั้งยังรวมไปถึงทายาทของเหล่าโมเดลในตำนานที่เกิดในยุคโซเชียลมีเดีย (อย่างเช่น Kaia Gerber อีกด้วย) ที่จะถูกขนานนามให้ว่าเป็น Instagirl เช่นกัน หากก็ใช่ว่าพวกเธอเหล่านี้จะต่ำต้อยด้อยค่าไปกว่าเหล่าตัวแม่ยุคก่อนที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะกระแสของ Instagirls ที่โหมกระพือตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ยังลอยไปสะกิดนิตยสารแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งของโลกอย่างโว้ก พร้อมยังเคยอุทิศหน้าปก และเรื่องราวด้านในของนิตยสารให้กับคอนเซ็ปต์ Instagirls มาแล้ว… ซึ่งนั่นก็เกิดเป็นประเด็นอันน่าสนใจ เมื่อเราในปัจจุบันได้มองย้อนกลับไปในอดีตว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Supermodels และ Instagirls นั้นแตกต่างกันอย่างไร…

ภาพ : Independent

 

     ความแตกต่างที่เราคิดว่าหลายคนคงจะเห็นได้ชัดนั่นก็คือ การนำเสนอตัวตน เริ่มจากการนำเสนอตัวตนบนรันเวย์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อเราพูดถึงเรื่องของการเดินแบบในยุคของซูเปอร์โมเดลนั้น เรายังเห็นการนำเสนอเสื้อผ้าผ่านความ Dramatic (การละครเล็กน้อย) บนรันเวย์ หากปัจจุบันนี้นางแบบรุ่นใหม่บนรันเวย์ยังต้องหมุนตามโลก กับการนำเสนอเสื้อผ้า ราวกับเป็นไม้แขวนเสื้อที่แท้จริง ไม่มีลูกเล่นมากนัก กระชับ และรวดเร็ว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการนำเสนอตัวตนในด้านของการเป็นนางแบบอีกด้วย ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นว่าในยุคสมัยเก่าผู้ที่เป็นนางแบบซูเปอร์โมเดลนั้น จะมีภาพของความเป็นนางแบบอย่างชัดเจนกว่าสมัยนี้มาก หากในยุคปัจจุบันนี้ โซเชียลมีเดียก็ได้เข้ามาพร่าเลือนพรมแดนของความเป็นนางแบบ อินฟลูเอ็นเซอร์ พรีเซ็นเตอร์ และเซเลบริตี้ให้จางลง และผสมผสานเข้าหากันมากกว่าที่เคยเป็น ดังที่หนึ่งบุคคลจะสามารถถูกจำกัดความได้หลายอย่างในคราวเดียว ที่เป็นได้ทั้งนางแบบ พร้อมควบตำแหน่งอินฟลูเอ็นเซอร์ไปด้วยในตัวก็ไม่ปาน 

ภาพ : Pinterest 

 

   อายุที่น้อยลง ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดในวงการนางแบบ เนื่องจากทุกคนสามารถแจ้งเกิดได้เอง โดยที่มีสื่อโซเชียลมีเดียอยู่ในมือ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศไหน หรืออายุเท่าไหร่ คุณก็สามารถถ่ายรูปพร้อมสไตล์แสนเก๋ อวดโฉมลงบนอินสตาแกรม เพื่อเรียกยอดผู้กดถูกใจ และผู้กดติดตามให้มากเท่าที่ต้องการได้ไม่ยาก จนอาจจะกลายเป็นกระแสในที่สุด และแมวมองที่คอยจ้องเหยื่อ ก็พร้อมที่จะตะครุบคุณให้เข้ามาอยู่ในสังกัด แล้วพาไปอยู่บนรันเวย์เป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงได้ในที่สุด เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเด็กสาวทุกคน (ซึ่งมีอายุเท่าไหร่ก็ได้) ก็อาจจะมีลุคน่าสนใจ เตะตาโมเดลลิ่งใดโมเดลลิ่งหนึ่ง พร้อมจับหนูๆ เหล่านั้น ขึ้นมาเป็นนางแบบได้ทุกเมื่อ จนปัจจัยนี้อาจจะกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่ประเด็นร้อน ที่ทั่วโลกยังทัดทานกันอยู่ กับประเด็นของ Age Appropriate ที่กำลังร้อนแรงในอุตสาหกรรมนี้ ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ภาพ : Pinterest

 

     ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะความเปลี่ยนแปลงต่อมาที่เรามองเห็นได้ชัดเจนก็คือ อำนาจการชี้ขาดว่าใครควรได้เข้ามาเฉิดฉายอยู่ท่ามกลางสปอร์ตไลท์นั้นถูกเปลี่ยนมือแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่เพียงโมเดลลิ่งเท่านั้นที่มีหน้าที่เด็ดขาดเพียงผู้เดียวในการเฟ้นหานางแบบ เพื่อนำมาเสิร์ฟให้กับทุกคนได้ยลโฉมกัน หากผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียก็มีส่วนไม่น้อย ที่จะเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจของโมเดลลิ่งต่างๆ เพราะก็คงไม่มีใครเถียงหรอกว่า หากยอดผู้ติดตามบนอินสตาแกรมของสาวคนนั้นพุ่งทะยานสุดฟ้า มีหรือที่โมเดลลิ่งจะไม่ตามหาตัวสาวคนนั้นกันให้วุ่น ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าสิทธิ์เด็ดขาดในการแจ้งเกิดนางแบบสักคนหนึ่งจะไม่ได้อยู่ที่โมเดลลิ่งเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป อีกทั้งสาวคนนั้นที่กำลังจะมีดวงได้เป็น Instagirl ก็ยังไม่ต้องตั้งใจวิ่งเข้าหาโมเดลลิ่งดังที่นางแบบรุ่นพี่เคยทำในยุคก่อนๆ หากเป็นฝ่ายโมเดลลิ่งเสียเอง ที่ต้องคอยเลื่อนไถหน้าฟีดอินสตาแกรม และโซเชียลมีเดียเพื่อตามกระแสโลก พร้อมหาเพชรเม็ดงามแห่งยุคอย่างจริงจังให้เจอ

ภาพของนางแบบสาว Winnie Harlow บนรันเวย์ของแบรนด์ Victoria's Secret / ภาพ : Victoria's Secret

 

     ความน่าสนใจหนึ่งในยุคของ Instagirls ที่นับว่าเป็นเรื่องดี ก็เห็นจะหนีไม่พ้นการเพิ่ม Catagories จากนายแบบ และนางแบบ เท่านั้น ให้มี Transmodel ขึ้นมาอีกแขนงอย่างชัดเจนตามโมเดลลิ่งต่างๆ เพื่อเป็นการสอดรับกระแสโลกที่พัดเวียนมา อย่างกระแส Androgyny และ Gender Fluidity ที่ไม่ได้จำกัดกรอบเพียงว่านายแบบต้องเดินแบบอย่างผู้ชาย หรือนางแบบต้องเดินแบบอย่างผู้หญิงเสมอไป เราจึงได้เห็นการปรากฏตัวของเหล่าโมเดลยุคใหม่ ในลุคของ Androgyny อย่างมากหน้าหลายตา เป็นการเปิดโอกาสให้กับอีกหลายๆ กลุ่มคนในสังคมบนโลกใบนี้ได้อย่างน่าชื่นชม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงความหลากหลายทางความงามอีกมากมายนับไม่ถ้วน ที่พร้อมทำลายกฎเกณฑ์ความงามของนางแบบในยุคเก่าลงไปได้อย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น Winnie Harlow นางแบบผิวด่าง ที่เธอได้ยืนยันกับโลกใบใหม่ใบนี้แล้วว่า นิยามของความงามนั้นกว้างกว่าที่คิด

ภาพถ่ายคู่ของนางแบบดังแห่งยุค 1990s ระหว่าง Naomi Campbell และ Kate Moss / ภาพ : EW

 

     กระนั้นความแตกต่างที่น่าสนใจอีกประการ ระหว่าง Supermodels และ Instagirls ก็คือ ความรู้สึกเข้าถึง ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เพราะเมื่อเราพูดถึงนางแบบในยุคซูเปอร์โมเดลแล้วนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หากจะเข้าถึงความเป็นเธอเหล่านั้น ด้วยภาพลักษณ์ของพวกเธอที่ผูกติดกับแบรนด์แฟชั่นระดับหรู พร้อมกับชีวิตฟู่ฟ่าที่ได้รับการนำเสนอออกมา นั่นจึงเป็นดั่งเขตห้ามที่กันชีวิตในฝันของพวกเธอให้ออกจากคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง แต่กลับกันเมื่อเราได้พูดถึง Instagirls แล้ว เราก็คงจะเข้าถึงความเป็นพวกเธอได้ง่ายมากกว่าเป็นไหนๆ ด้วยแพลตฟอร์มอินสตาแกรมที่ทุกคนมีอยู่ในมือ ก็เหมือนกับเราได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเธอแล้ว เมื่อพวกเธอได้โพสต์ภาพไลฟ์สไตล์บนหน้าฟีดแต่ละครั้งนั่นเอง และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องนับรวมด้วย นั่นก็คือกระแสของแฟชั่นแนวสตรีต (ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้) ที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากแบบไล่เรี่ยกันกับช่วงกระแสของ Instagirls ที่หลายคนก็แจ้งเกิดจากแฟชั่้นแนวนี้ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เข้ามาสนับสนุนการเข้าถึงที่มากกว่าของนางแบบในยุคนี้ได้เช่นกัน

     อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คล้ายกันกับที่เราเคยพูดถึงเรื่องของหนังสือในยุคของดิจิทัลนั่นแหละ... มื่อโลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างก็ต้องปรับเปลี่ยนตามกัน ดังที่เราคงได้เห็นเหล่านางแบบซูเปอร์โมเดลระดับตำนานหลายคนในบทบาทใหม่ๆ ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังในยุคนี้ ที่ก็นับเป็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ครั้งที่พวกเธอยังเคยเป็นนางแบบแถวหน้า และวาดลวดลายอยู่บนรันเวย์เมื่อก่อน...

อ่านเพิ่มเติม:

  1. Naomi Campbell เติมรักฉ่ำครั้งใหม่กับหนุ่มสุดฮอตอดีตสมาชิกวง One Direction
  2. จัดตารางรอเลยเพราะนี่คือ 9 โชว์ในนิวยอร์กแฟชั่นวีคที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาด!
  3. เมื่อ Anna Wintour วิจารณ์สไตล์การแต่งตัวของ Rihanna
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล