กระเป๋าผ้าไหมไทยสุดอินเตอร์ แหวน-ปวริศา เปิดแบรนด์กระเป๋าที่ทุกใบเป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น!

     ประเทศไทยนับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ชื่อว่ามีวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันรุ่มรวย หนึ่งในนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น "ผ้าไหมไทย" มรดกงานศิลป์ที่ได้รับการสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน อีกทั้งความน่าสนใจยังอยู่ที่ ในปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยยังหันกลับมาปัดฝุ่น พร้อมเชิดชูคุณค่าความเป็นไทยในส่วนนี้ ให้กลับมาเป็นที่สนใจของคนในสังคม และชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น เฉกเช่นเดียวกับ คุณแหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ ผู้ที่มีความรัก และชื่นชอบในความงดงามของผ้าไหมไทยมาเป็นเวลานาน...

     ด้วยปณิธาณอันแน่วแน่ และแรงกล้าที่ต้องการจะส่งเสริม และต่อยอดงานหัตถศิลป์ภูมิปัญญาของไทยอันล้ำค่านี้ ให้ไปสู่เวทีแฟชั่นในระดับสากล พร้อมทั้งต้องการสร้างค่านิยมครั้งใหม่ให้กับลุ่มวัยรุ่นให้ได้หันกลับมาเล็งเห็น และชื่นชมในคุณค่าของผ้าไหมไทย และสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเราจึงได้เห็นแบรนด์กระเป๋าผ้าไหมไทยอย่า PAVA (พาวา) ได้ถือกำเนิดขึ้น และด้วยความคิด และทัศนคติที่น่าสนใจ โว้กจึงไม่พลาดที่จะขอมานั่งจับเข่าคุยกับผู้ก่อตั้ง และครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ PAVA อย่าง คุณแหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ แบบเจาะลึก ถึงที่มาและรายละเอียดเบื้องหลัง กว่าที่จะมาเป็นกระเป๋าผ้าไหมไทยทรงคุณค่า และน่าครอบครองเช่นนี้...

คุณแหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ ในชุดผ้าไหมไทยหลากสไตล์ / ภาพ :  whanpavarisa

 

     จุดเริ่มต้นของคุณแหวนแหวน และผ้าไหมไทย

     เราชื่นชอบผ้าไหมไทยมาเป็นเวลานาน เมื่อตอนที่ได้ไปเรียนที่ต่างประเทศ เราก็มักจะแต่งตัวด้วยผ้าไหมไทยอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเรามีความรู้สึกว่าเราอยากจะแตกต่าง และมีความเป็นไทย เราก็เลยจะชอบเอาผ้าพันคอผ้าไหมไทย หรือไม่ก็พวกแจ็กเก็ตผ้าไหมไทยมาสวมใส่ในชีวิตประจำวันตอนนั้น แม้ในวันที่เราจบการศึกษาเรายังเลือกใส่ชุดผ้าไหมสีแดงที่พี่ฌอนแห่ง Poem เป็นคนตัดให้ ซึ่งทุกครั้งที่เราใส่ชิ้นผ้าไหมไทย เพื่อนต่างชาติทุกคนก็จะเข้ามาชื่นชมว่าสวยมาก ถึงขั้นที่ว่ายังมีบางคนคอยสนับสนุนให้เราทำผลิตขายเลยก็มี จุดนั้นก็เลยเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของไอเดียความคิดในการเริ่มทำธุรกิจด้วยเหมือนกัน เพราะตอนนั้นเราก็แอบนึกว่า น่าจะดีเหมือนกันนะ เราก็มีเพื่อนอยู่ที่ต่างประเทศมากพอสมควร ถ้าเราสามารถสร้างแบรนด์ขึ้นมาได้จริงๆ แล้ว เราก็อาจจะอาศัยตลาดต่างประเทศ ที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยอย่างเดียว เพื่อให้คนทั่วโลกเห็นความงามของผ้าไหมไทยได้ด้วยเหมือนกัน

     ในวันที่คุณแหวนแหวนให้กำเนิดแบรนด์กระเป๋าผ้าไหมไทย PAVA

     พอเรามองกลับมาที่บ้านเราแล้ว เราก็เกิดไอเดียว่า ถ้าเราทำให้ผ้าไหมมีความทันสมัยขึ้นมา แล้วคนรุ่นใหม่สามารถใส่ได้จริงด้วย ก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีมากทีเดียว ผ้าไหมไทยจะได้ไม่หายไปจากสังคมไทย เราเสียดายคุณค่าในสิ่งนั้น ถ้าวันหนึ่งมันจะต้องหายไป เพราะตอนที่เราไปอยู่ต่างประเทศ มันยิ่งตอกย้ำว่ามรดกของชาติที่เรามีในประเทศอยู่แล้วอย่างผ้าไหมไทย มันเป็นสิ่งของที่ล้ำค่ามากเพียงใด... พอเราเรียนจบและกลับมาเมืองไทย เราก็เริ่มต่อยอดความคิดที่จะเปิดแบรนด์ โดยเราก็เริ่มหาช่างตัดเย็บกระเป๋าผ้าไหมที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ และความประณีตอย่างมาก จนในที่สุดเราก็ได้ช่างที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำผ้าไหมไทยโดยเฉพาะ หลังจากนั้นเราจึงเลยเริ่มผลิตขาย ซึ่งตอนแรกเราก็มองไว้ว่าควรจะเป็นเสื้อผ้าดีไหม แต่พอมาคิดอีกที ด้วยข้อจำกัดอะไรหลายๆ อย่าง อีกทั้งถ้าพิจารณากันดีๆ แล้ว คนที่จะสามารถสวมใส่ผ้าไหมไทยทั้งตัวได้นั้น คงจะต้องอาศัยความชอบอย่างจริงจัง ซึ่งนับว่าหาได้ยากมากแล้วในกลุ่มคนยุคปัจจุบัน เราก็เลยมุ่งหน้าไปที่ไอเท็มกระเป๋าที่เราคิดว่ามันตอบโจทย์ที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่สามารถจะใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และเราก็ได้ให้กำเนิดแบรนด์กระเป๋าผ้าไหมไทย PAVA นี้ขึ้นมา

     คอลเล็กชั่นแรกของแบรนด์ PAVA แบรนด์กระเป๋าผ้าไหมไทยที่น่าจับตามอง

     เราเริ่มต้นคอลเล็กชั่นแรกด้วยคอนเซ็ปต์ “Urban Majestic” ที่เราได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหล่าสุภาพสตรีในสังคมเมืองที่เราเคยเห็นในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะมีความเป็นผู้หญิงทำงาน ที่มีสไตล์การแต่งตัวที่เรียบหรู มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของคนเมือง ที่มาพร้อมกับความปราดเปรียว ความกล้าหาญ หากยังแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา ที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของ “PAVA” อย่างแท้จริง โดยในคอลเล็กชั่นแรกของเราก็จะมีทั้งสิ้น 6 รุ่นด้วยกัน ประกอบไปด้วย Regina, Rani และ Rani D, Reya, Dusita, Hera, Athena ไปจนถึง Nakara Strap ที่ต่างมีเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะกระเป๋าทั้ง 6 รุ่นที่กล่าวไปนี้ เรายังได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติิ์ พระบรมราชินีนาถ พระมารดาแห่งไหมไทย และสตรีในตำนานอีกมากมายที่เปี่ยมไปด้วยพลังของผู้หญิง

 

(คลิปวิดีโอแคมเปญคอลเล็กชั่น Urban Majestic จากแบรนด์ @pavaofficial)

     ความพิเศษของกระเป๋าผ้าไหมไทย PAVA อยู่ตรงไหน...

     เราทำด้วยความรักในผ้าไหมไทยอย่างจริงจัง ทั้งการออกแบบ และคัตติ้ง เราตัดเย็บเหมือนกับว่าเราจะเป็นผู้ใช้เอง เราลงพื้นที่เพื่อไปเลือกผ้าเองทุกผืน ซึ่งความพิเศษที่แตกต่างคือเราจะใช้ผ้าไหมทอมือทั้งหมด ซึ่งผ้าไหมมัดหมี่ทอมือที่เราใช้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์นั้น เราใช้ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง ผสมผสานกับหนังคัดพิเศษจากประเทศอิตาลี เพราะเราต้องการให้เกิดความแตกต่าง อีกทั้งเรายังมีอีกจุดประสงค์สำคัญคือ เราต้องการส่งเสริมงานฝีมือหัตถศิลป์ของชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนน้อยลง และหาได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าใจหาย...

     เราเป็นผู้ผลิตที่ไปลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาด้วยตัวเอง เราไปเจอชาวบ้านมาจริงๆ เพื่อที่จะได้รู้ และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวทุกขั้นตอนให้ลูกค้า หรือคนที่สนใจได้ฟังอย่างรู้จริง เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การเลี้ยงหนอหม่อนไหม ไปจนถึงขั้นตอนที่ออกมาเป็นผืนผ้าไหมสุดท้าย ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็คือทำให้เรารู้เลยว่า PAVA ไม่ใช่เพียงแค่กระเป๋าธรรมดาๆ เท่านั้น แต่นี่คืองานศิลปะชิ้นดีเลยก็ว่าได้ เพราะว่าผ้าแต่ละผืนที่จะขึ้นมาอยู่บนกระเป๋าของ PAVA นั้น กว่าที่จะออกมาได้แต่ละผืนมันใช้เวลา ความสามารถของชาวบ้านพื้นถิ่น แรงกาย แรงสมอง และอีกมากมาย ดังนั้นมันจึงมีคุณค่ามากเกินกว่าที่จะประเมินค่าได้ อีกทั้งผ้าแต่ละชิ้นจะมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะทอใหม่ให้เหมือนเดิมได้อีกแล้ว เพราะการย้อมสีในวันที่ฝนตก กับการย้อมสีในวันที่แดดออก ผลลัพธ์ที่ได้ก็ต่างกัน ฉะนั้นเราสามารถเรียกได้ว่ามันคือ The One and Only ที่แท้จริง นอกจากนี้ ในส่วนขั้นตอนการผลิตนั้น เราก็ใส่ใจรายละเอียดถึงขั้นที่ว่า เทคนิกของการวางผ้านั้นต้องให้ลายของผ้ามีความต่อเนื่องกัน และออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

     ผ้าไหมไทยในสายตาของคุณแหวนแหวน

     เราว่าผ้าไทยมีคุณค่า และความยูนีกในตัวสูง เราจะเน้นทุกครั้งว่า PAVA จะใช้ผ้าไหมทอมือทั้งหมด เพราะเราก็ต้องการสนับสนุนชุมชนที่ผลิตผ้าไหม และกลุ่มช่างทอมือพื้นบ้านอย่างจริงจัง ซึ่งเราคิดว่าถ้าเราไม่มาช่วยเขาตรงนี้ เขาจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร...

     มีหลายครั้งที่มีคนเข้ามาถามว่า ทำไมผ้าที่เหมือนกันสองผืนถึงมีราคาต่างกัน พอมีคนตอบไปว่าผืนหนึ่งเป็นผ้าทอมือ ส่วนอีกผืนหนึ่งเป็นผ้าทอเครื่องแล้ว เขาก็จะบอกว่าถ้าอย่างนั้นเขาก็ซื้ออันที่มันถูกดีกว่า... เราเข้าใจนะ แต่สิ่งที่เราคิดในอีกแง่มุมหนึ่งคือเรื่องของคุณค่า และความเป็นหนึ่งในโลกมากกว่าที่มันต่างกันอย่างชัดเจน เพราะงานผ้าทอมือที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ มันใช้ทั้งแรงงานคน ความคิดสร้าสรรค์ และอะไรอีกมากมาย ผลลัพธ์ที่ออกมามันจึงเป็นมากกว่างานผ้าจริงๆ แต่มันมีคุณค่าต่อจิตใจด้วยซ้ำไป

     วันข้างหน้าของแบรนด์กระเป๋าผ้าไหมไทย PAVA

     เราคิดว่าเราต้องขยายให้ใหญ่กว่าเดิมแน่นอน แต่เราก็ต้องหาแรงงานในทีมเพิ่มด้วย ต้องหาคนที่จะมาช่วยดูแล ที่จำเป็นต้องมีรสนิยมเดียวกกันกับเราที่ว่า เราอยากให้ผ้าไหมไทยออกมาเป็นสไตล์ที่เน้นสำหรับผู้หญิงงรุ่นใหม่ที่สามารถถือ PAVA ได้ด้วยความรู้สึกชื่นชอบ และภาคภูมิใจจริงๆ อีกทั้งเรายังคาดหวังว่า เราจะสามารถเป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์ให้คนรุ่นใหม่ หันกลับมาชื่นชมในผ้าไหมไทยมากกว่าเดิม อยากจะลบทัศนคติที่ว่าผ้าไหมไทยเป็นเรื่องเชยนั้นให้หายไป เพราะเราคิดว่าถ้าคุณอยากจะไปติดตามสิ่งที่ต่างชาติเขาชื่นชอบ เราก็จะบอกกับคุณว่าสิ่งนี้แหละคือสิ่งที่ต่างชาติเขาชื่นชมกัน นอกจากนี้เรายังคาดหวังอีกว่า อยากให้คนไทยนำผ้าไหมไทยมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน เราไม่ได้นึกถึงแค่ตัวเราเท่านั้น แต่บางครั้งเราก็ยังสงสารชาวบ้าน ที่เขาท้อมากที่ไม่ว่าเขาจะทอไปแล้วกี่ผืนก็ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนสนใจ ส่วนลูกหลานก็กลับกลายเป็นว่า หันไปทำงานโรงงานกันหมด จนบางครั้งยังคิดว่า ถ้าเราไม่ช่วยกันสนับสนุน มันอาจจะไม่เหลือผ้าไหมทอมือที่เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าอยู่อีกเลยก็เป็นได้ ดังนั้นเราควรเก็บสิ่งนี้ไว้ และช่วยกันสนับสนุนทรัพยากรทางวัฒนธรรมเช่นนี้ที่ต่างชาติเขาพากันอิจฉาให้มากขึ้น แล้วหลังจากนี้ก็อยากให้นายทุน หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องหันมาผลิตผลงานจากผ้าไหมไทยกันเยอะๆ ซึ่งเราไม่กังวลเลยว่า จะเป็นการมาลอกเลียนแบบ PAVA แต่เรามองว่าเป็นเรื่องดีเสียอีก ที่ลูกค้า และคนที่สนใจจะได้มีตัวเลือกมากกว่าเดิม นั่นแหละคือสิ่งที่เราหวังอย่างมาก

     สิ่งที่คุณแหวนแหวนอยากจะฝาก...

     เราไม่เหนื่อยนะที่เราทำงานนี้ตลอด เพราะเหมือนมันเป็นงานอดิเรกของเรา เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว เราไม่รู้สึกว่าเราทำงาน เรามีความสุขมาก เรากล้าพูดว่ากระเป๋าผ้าไหมไทยทุกใบของ PAVA ที่ทำออกมานั้นเรารัก และหวงแหนมาก และอยากให้ลองหันกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่า เมืองไทยมีทรัพยากรทางวัฒนธรรมล้นเหลือที่ต่างชาติพากันอิจฉา แต่เรากลับไม่ชื่นชมในสิ่งนั้นเท่าที่ควร ทำไมเราถึงไม่หันมามอง และแปรรูปสิ่งที่เรามีอยู่ในมือก่อน เพื่อช่วยกันเพิ่มมูลค่าสิ่งเหล่านี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่เราจะไปชื่นชมในสิ่งอื่นที่อยู่ไกลจากเราเป็นพันๆ ไมล์ เราควรจะภูมิใจที่ประเทศไทยมีผ้าไหมไทยเป็นสมบัติของชาติ และเราก็ควรจะเชิดชูสิ่งนี้ให้มีคุณค่ามากขึ้นอย่างเต็มขั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...

     นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยแท้ที่น่าจับตามอง กับการชูโรงความเป็นไทยอย่างเต็มขั้น สามารถเข้าไปชื่นชมความงามของผ้าไหมไทย ในภาพถ่ายแฟชั่นเซต คลิปวิดีโอ และคอลเล็กชั่นเต็มรูปแบบได้ที่บัญชีอินสตาแกรม @pavaofficial เพื่อสนับสนุนมรดกทางภูมิปัญญาของชาติไทยต่อไป...

อ่านเพิ่มเติม:

  1. เจาะลึกทุกเรื่องราว! กว่าจะมาเป็นแบรนด์เครื่องหนัง PIPATCHARA อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล