FASHION

VOGUE MORE คุยลึกกับ “ณิชา-ณัฏฐณิชา” ก้าวย่างที่เติบโตบนเส้นทางการเป็นนักแสดง

เคยเจอบทบาทที่เข้มข้นจนทำให้สารเคมีในสมองเปลี่ยน

ช่างภาพ: เอกรัชต์ อุบลศรี
สไตลิ่ง: ตะวัน ก้อนแก้ว
ทำผม: ภครกร จันทนยิ่งยง
แต่งหน้า: บุศย์รินทร์ หวังวิศาล
อาร์ตไดเร็กเตอร์: วิวาน วรศิริ
กราฟิก: บพิตร วิเศษน้อย
เรื่องและสัมภาษณ์: พรรณธร ธรรมนิภานนท์

 

#VogueMore ครั้งนี้เราพาแฟนๆ เปิดโลกแห่งการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตผ่านมุมมองของนักแสดงสาว “ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์” ที่ก้าวเข้าสู่วงการมาตั้งแต่วัยมัธยมปลายพร้อมเติบโตขึ้นในฐานะนักแสดงแถวหน้าของวงการ ตัวแทนของนักแสดงยุคใหม่ที่ออกปากว่ายังคงตื่นเต้นทุกครั้งที่ต้องมีการสัมภาษณ์หรือถ่ายงาน หญิงสาวที่กล้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองพร้อมพลิกบทบาทสู่คาแรกเตอร์จัดจ้านที่ทำเอาเธอเกือบจะเป็นโรคซึมเศร้า

 

จุดเริ่มต้นของนักแสดงที่ชื่อ “ณิชา”

“ไม่เคยคิดจะเข้าวงการเลย” ณิชาออกปากว่าตัวเองเป็นเด็กธรรมดาๆ ที่ติดจะ Introvert เสียด้วยซ้ำ หากโอกาสทองที่ไม่ได้วิ่งไปหาใครง่ายๆ ผ่านมาถึงมือทำให้เธอต้องรีบคว้าไว้ ก่อนจะเริ่มต้นเดินทางสู่การเป็นนักแสดงในวัย 17 ปี นอกจากการเป็นนักศึกษา การเป็นเพื่อน หรือลูกสาวในครอบครัวอันอบอุ่น บทบาทการเป็นนักแสดงคือเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับสาวคนนี้ “ปรับตัวเยอะมาก ด้วยเราเป็นคนที่ไม่ชอบถูกมอง แต่เราต้องมาอยู่หน้ากล้องให้ทุกคนมองมาที่เรา” ส่วนบทบาทที่ณิชายกให้เป็นบทสุดหินเห็นจะเป็นคาแร็กเตอร์ในละครเรื่องแรกๆ ที่เธอต้องรับบทหญิงสาวที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว “มันยากมากเพราะเราไม่เข้าใจความรู้สึกนั้น มันเป็นความรักในแบบที่แต่งงานแล้ว ใช้ชีวิตกับสามี มีลูก เราไม่เข้าใจเลย มันไกลตัวเรามาก เลยรู้สึกว่ายาก”

เสื้อตัวสั้นเข้ารูปผ้านิตใยวูลจาก COS

นาฬิกาข้อมือสายหนังรุ่น De Ville Tresor Quartz 36mm และเครื่องประดับทั้งหมดจากคอลเล็กชั่น OMEGA Fine Jewellery จาก OMEGA

บทบาทเข้มข้นจนกลายเป็นคนซึมเศร้า

จากบทบาทคนมีครอบครัวที่ว่ายากแล้วเปลี่ยนสู่ความเข้มข้นอีกรูปแบบที่คราวนี้ส่งผลให้สารเคมีในสมองเปลี่ยนจนเธอกลายเป็นคนที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกในชีวิตจริง “เรื่องเสน่ห์นางงิ้วเป็นการถ่ายละครดราม่ายาว 8 เดือน แล้วต่อด้วยการถ่ายละครเพลิงพรางเทียนที่เป็นดราม่ามากอีก รวมๆ แล้วมันเป็นเวลา 1 ปีกว่าๆ ที่เราต้องอยู่กับความเครียดเหล่านั้นจนสารเคมีในสมองมันเปลี่ยน แม้จะถ่ายละครจบแล้วแต่กลายเป็นว่าสมองมันจำว่าต้องหลั่งสารนี้ในทุกๆ วันเพื่อแสดงทั้งความเครียด ความเศร้า ซึ่งจริงๆ แล้วเราแฮปปี้ที่ปิดกล้องแล้วนะ แต่กลายเป็นว่าเราทำอะไรก็ไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อนทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่เราชอบ เป็นขนาดว่านั่งกินข้าวแล้วอยู่ๆ ก็ร้องไห้ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรทั้งๆ ที่ไม่ได้เศร้าอะไรเลย จนต้องบอกคุณแม่ว่าถ้าอีกสักพักไม่หายให้พาไปหาหมอ”

ชุดกระโปรงยาวไหล่เบี่ยงจับเดรปผ้าไหมลาเม่จาก VICK'S WEEKEND

นาฬิกาข้อมือสายและตัวเรือน Sedna™ gold รุ่น Constellation Co-Axial Master Chronometer Chronograph 39mm จาก OMEGA

หากณิชาก็ก้าวผ่านจุดซึมเศร้าในตอนนั้นได้ด้วยคำแนะนำของ “ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง” เมื่อเธอแนะนำว่า “ให้โฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ถ้ารู้สึกเศร้าก็ให้ปล่อยอารมณ์ไป อย่าไปฝืน แล้วดึงสติกลับมาอยู่กับปัจุบันให้ได้มากที่สุด” ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้ณิชาคนที่เคยเป็นเด็กขี้อายชอบทำตัวลีบไปกับกำแพง เด็กที่อ่อนไหวกับบทบาทการแสดงกลายเป็นคนใหม่ที่กล้ามากขึ้น รู้จักความรับผิดชอบ และมีสติกับตัวเอง “การเป็นนักแสดงเปิดโอกาสให้ณิชาได้กลายเป็นคนใหม่ เราได้โอกาสในการเรียนรู้และเข้าใจคนอื่นมากขึ้นว่าทั้งหมดมันมีเหตุและผลเสมอ เรารักอาชีพนี้ เพราะอาชีพนี้ให้โอกาสเราหลายอย่าง ได้ช่วยเหลือสังคมเพราะเรามีเสียงที่ดังขึ้น ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นความหลงใหลในอาชีพที่ไม่ใช่ความกดดันอีกต่อไปแล้ว”

ชุดกระโปรงยาวคล้องคอเปลือยหลังผ้าฝ้ายเข้ารูปจาก PITCHANA

นาฬิกาข้อมือสายหนังตัวเรือนทองประดับเพชรล้อมรุ่น Speedmaster Co-Axial Chronometer Chronograph 38mm และเครื่องประดับทั้งหมดจากคอลเล็กชั่น OMEGA Fine Jewellery จาก OMEGA

แฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่

นอกจากบทบาทการเป็นนักแสดงแล้วณิชายังพัฒนาสไตล์การแต่งตัวของเธอเองจนกลายเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ที่หลายแบรนด์ให้ความสนใจไม่น้อยอีกด้วย “เริ่มชอบแฟชั่น เสื้อผ้า จิวเวลรี นาฬิกา ตั้งแต่ ม.3 เลยค่ะ อาจด้วยโตขึ้นก็เลยเริ่มรักสวยรักงาม พยายามหาอะไรใหม่ๆ มาใส่บ้าง แต่สไตล์ที่ชอบจริงๆ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์นี่แหละค่ะ อย่างวันนี้ณิชาเองได้มาทำงานร่วมกับแบรนด์ OMEGA ก็แฮปปี้มากๆ ชอบมากค่ะ เพราะเอาจริงๆ รู้จักโอเมก้ามาตลอดเลย แล้วยิ่งวันหนึ่งเรามีโอกาสได้ทำงานร่วมกับแบรนด์เลยรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ เรารู้สึกว่าเขามีเอกลักษณ์แล้วมันไม่หวานเกินไปหรือแมนเกินไปด้วย อย่างก่อนหน้านี้ใส่แบบสเตนเลสมาตลอดเลยค่ะ แต่พอมาเห็นรุ่นนี้นี่แหละค่ะ (ยกนาฬิกาโชว์) ซึ่งชอบมาก เขาเป็นแบบหนัง เห็นแล้วเปลี่ยนใจนิดหน่อยเลย” เมื่อเราถามต่อไปว่าในอนาคตมีเป้าหมายในการทำงานด้านแฟชั่นไปถึงขนาดไหน เธอตอบเราว่า “มีความฝันตั้งแต่เด็กๆ คืออยากเจอ Karl Lagerfeld ตัวจริงแต่ว่าตอนนี้ไม่ทันแล้ว เป้าหมายตอนนี้ก็คงอยากไปเปิดโลกแฟชั่นให้กว้างขึ้น อยากไปแฟชั่นวีก หรืออีกอย่างก็คือวันหนึ่งถ้าเรามีโอกาสก็อยากลองทำเบื้องหลังดู ได้เห็นอะไรใหม่ๆ เพราะโลกแฟชั่นมันเปิดกว้างมาก” 

เสื้อผ้าไหมทูลล์ตัดต่อแขนพองจาก VORANIDA

นาฬิกาข้อมือสายและตัวเรือน Canopus Gold™ รุ่น Speedmaster Moonwatch Master Chronometer Professional Chronograph - 42 mm - Calibre 3861 และแหวนเพชรจากคอลเล็กชั่น OMEGA Fine Jewellery จาก OMEGA

เป็นนักอนุรักษ์ตัวน้อย

ยิ่งไปกว่านั้นณิชาเองยังเป็นอีกหนึ่งนักอนุรักษ์ตัวน้อยที่พร้อมเสมอในการลงมือและลงแรงสนับสนุนโครงการช่วยเหลือธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “ณิชาเป็นคนเชียงใหม่ เราจำความรู้สึกได้ว่าทุกเช้าต้องใส่เสื้อแขนยาวไปโรงเรียน เพราะอากาศมันหนาว เราจำความรู้สึกได้ว่าอากาศมันดีขนาดไหน หรือแม้แต่ตอนขับรถผ่านทุ่งกว้างๆ แล้วมันสวยขนาดไหน แต่ปัจจุบันมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ทุกครั้งที่กลับเชียงใหม่มีแต่มลพิษ ไฟป่า อากาศร้อน รถติด เรารู้สึกว่าเราอยากให้บ้านเรากลับมาเป็นเหมือนเดิม นั่นคือสิ่งที่เราได้เห็นว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เลยเริ่มต้นลงมือช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการของเพื่อนๆ อย่างของพี่นท พี่โน่ พี่เต้ยก่อน เพราะเราอาจจะยังไม่ได้ลุยทำเต็มตัวได้ขนาดนั้น”

ชุดกระโปรงสั้นแขนยาวคอปีนกระดุมหน้าผ้าวูลจาก Saint Laurant

นาฬิกาข้อมือสายและตัวเรือน Canopus Gold™ รุ่น Speedmaster Moonwatch Master Chronometer Professional Chronograph - 42 mm - Calibre 3861 และเครื่องประดับทั้งหมดจากคอลเล็กชั่น OMEGA Fine Jewellery จาก OMEGA

ในขณะที่โครงการที่คนคุ้นหูมากที่สุดคงต้องยกให้กับ One Man and the Sea “เรารู้เจตนาของพี่โน่ว่าทำไมเขาถึงทำขึ้นมา ทำไมเขาถึงอยากให้คนเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะจริงๆ แล้วมันพ่วงต่อกันหลายเรื่องกลายเป็นระบบนิเวศ ถ้าเราช่วยกันทำเรื่องหนึ่งได้มันก็ทำเรื่องต่อๆ ไปได้ โลกไม่ได้ต้องการให้เราไปทำร้ายเขา เพราะเขาคือบ้านของเราทุกคนที่เราต้องช่วยกันรักษาต่างหาก” ณิชาทิ้งทายไว้พร้อมรอยยิ้ม

 

จากการพูดคุยกันในวันนี้ทำให้เราได้รู้ว่าเบื้องหลังการเป็นคนหน้าม่านไม่ได้สวยงามและง่ายแบบที่ใครคิด เพราะมันต้องแลกมาด้วยเวลา ความสุข สุขภาพกาย หรือแม้แต่สุขภาพจิต นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โว้กได้ร่วมงานและพูดคุยกับเธอ แต่เป็นครั้งแรกที่เราได้คุยลง “ลึก” ถึงตัวตน ภายใต้รอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาคือหญิงสาวมากความสามารถที่มีหลายบทบาทในตัวเอง และวันนี้เราได้รู้จักและเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของนักสู้ตัวน้อยที่ชื่อ “ณิชา” มากขึ้นแล้ว

 

พบกับ #VogueMore ปกดิจิทัลของโว้กประเทศไทย และสกู๊ปพิเศษบน Vogue.co.th ได้ทุกวันพุธที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน