Katy Perry รีบเก็บรองเท้าจากร้านให้วุ่นหลังมีประเด็นว่าสินค้าของเธอเหยียดคนผิวสี!

     หลังจากมีกระแสเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเหยียดชาติพันธุ์ และสิทธิเรื่องเพศต่าง ๆ ทำให้แบรนด์ใหญ่ต่าง ๆ เริ่มระมัดระวังในการปล่อยสินค้า ไม่นานมานี้ Gucci ออกมาแถลงขอโทษเรื่องเสื้อนิต “Blackface” และนำออกจากเชล์ฟขายทันที เช่นเดียวกับแบรนด์จากอิตาลีบ้านเดียวกันอย่าง Prada ที่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน เพราะพวงกุญแจและเครื่องประดับตกแต่งหน้าร้านที่มีสิ่งของสื่อถึงการขโมยวัฒนธรรมคนผิวสีมาใช้ ทำให้ตอนนี้ทุกแบรนด์ต้องระวัง คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนปล่อยสินค้าออกมา และ Katy Perry ก็กำลังตระหนักถึงเรื่องนี้ไม่น้อย

รองเท้ารุ่น Ora Face Block และ Rue Face ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้ / ภาพ: Katy Perry

     นักร้องสาวเจ้าของเพลงฮิตติดชาร์ตบิลบอร์ดหลายต่อหลายเพลงเปิดตัวแบรนด์รองเท้าไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2017 หรือประมาณ 2 ปีที่แล้ว ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแรงบันดาลใจมาจากไอเดียสุดสร้างสรรค์ของเคทีและผู้ช่วยในกลุ่ม Global Brands Group ทำให้ไลน์รองเท้าแบรนด์นี้โดดเด่นมาถึงตอนนี้ แต่ทว่ารองเท้ารุ่นล่าสุดมีสิทธิ์เข้าข่ายเดียวกับสินค้าจาก 2 แบรนด์ดัง เพราะเคทีตัดสินเก็บรองเท้ารุ่น Ora Face Block และสลิปออนโลเฟอร์ Rue Face ที่วางขายในราคา 129 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,000 บาท ออกจากเชล์ฟเช่นกัน เพราะมีลูกค้าหลายคนร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นอันอ่อนไหวนี้

การโปรโมตการแสดงตลกล้อเลียนเพนต์หน้าสีดำของ Charles Correll และ Freeman Gosden ในปี 1949 / ภาพ: CNN

     ความอ่อนไหวของประเด็นไม่ได้อยู่ที่การพิมพ์ลงบนรองเท้า แต่อยู่ที่รูปลักษณ์ของรูปแบบหน้าพื้นผิวสีดำพร้อมประดับตกแต่งอวัยวะเหมือนเป็นการล้อเลียนคนผิวสีโดยตรง รวมถึงขโมยสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมมาใช้โดยไม่ให้เกียรติ โดยสาเหตุมาจากในสมัยก่อนในสังคมอเมริกามีการแสดงที่เพนต์หน้าเป็นสีดำของคนขาวและทำการแสดงตลกล้อเลียนถึงการเหมารวมคนผิวสีสมัยก่อนด้วยพฤติกรรมแย่ ๆ เคทีอาจจะไม่ได้คิดเช่นนั้น นักรองเท้าสาวมองว่าเป็นแค่การรังสรรค์ผลงานให้สวยงามไม่ได้ตั้งใจจะเหยียดหรือล้อเลียนแต่อย่างใด แต่เธอก็ยอมปฏิบัติตามกระแสโลกเพราะความอ่อนไหวและเคารพต่อผู้อื่นโดยเฉพาะคนผิวสี

Katy Perry กับผมทรงคอร์นโรนว์ในมิวสิกวิดีโอและชุดเกอิชาขณะทำการแสดง / ภาพ: beautyeditor.ca - Jezebel

     อีกหนึ่งเหตุผลคือเธอเข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้มันมีความร้ายแรงเพียงใดหลังจากเธอเคยโดนกล่าวหาในแง่มุมด้านวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งการทำผมทรงคอร์นโรว์ในมิวสิกวิดีโอเพลง “This Is How We Do” และเรื่องใส่ชุดเกอิชาขึ้นแสดงมาแล้วในปี 2017 และ 2013 ตามลำดับ “ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไรผิดจนกระทั่งมีคนมาบอกฉัน เขาบอกฉันด้วยความรักและบอกกล่าวถึงที่มาจริง ๆ ของสิ่ง ๆ นั้น” ในโลกที่มีมุมมองความคิดหลากหลายเราจึงควรตระหนักให้ดีว่าสิ่งที่เราทำไปโดยไม่คิดอะไรอาจจะกระทบจิตใจและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้ บางครั้งวัฒนธรรมเป็นเรื่องนามธรรมแต่สามารถสร้างความขัดแย้งเชิงรูปธรรมได้ จงทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมและตั้งตนถือตัวเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับผู้อื่นทุก ๆ คนโดยไร้ซึ่งการเอาเปรียบกันในทุกรูปแบบ

อ่านเพิ่มเติม:

  1. เปิดคอลเล็กชั่นเสื้อรอยยิ้มที่ Justin Bieber ออกแบบและใส่เองแทบทุกวัน!
  2. Supermodels VS Instagirls เมื่อโลกของนางแบบเปลี่ยนไป ในยุคดิจิทัล!
  3. เปิดเรื่องราวดาร์กวาเลนไทน์อันโหดร้ายของ Alexander McQueen ที่ทำให้เพื่อนรักถึงขั้นฆ่าตัวตาย!
Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล