FASHION

ช่วงโควิด-19 มนุษย์จะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะมีเด็กสาวในคราบหุ่นยนต์ตัวนี้

เมื่อทีมวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์มองว่าผู้คนกำลังประสบปัญหาความห่างเหินระหว่างกัน Grace จะมาช่วยกอบกู้สถานการณ์นี้เอาไว้

     รูปแบบสังคมในปัจจุบันบีบบังคับมนุษย์เราให้ห่างเหินกันมากขึ้นทุกที การปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันลดลงอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมาชิกในครอบครัวและผู้สูงอายุ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นปัจจัยหลักให้ผู้คนต้องเพิ่มช่องว่างซึ่งกันและกันมากขึ้น จากแค่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมระดับย่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีปัจจัยเร่งอย่างโควิด-19 นี้ก็ยิ่งทำให้มันกลายเป็นปัญหาระดับโลกทันที ทีมวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะจึงสร้างผลงานที่จะกอบกู้สถานการณ์นี้ไว้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ข้อจำกัดด้านความถนัดของพวกเขาเอง

     นับเป็นข่าวใหญ่ด้านเทคโนโลยีประจำกลางเดือนมิถุนายน 2021 เมื่อทีมวิจัยและพัฒนาจากฮ่องกงเผยหุ่นยนต์ต้นแบบตัวใหม่ล่าสุดชื่อ “Grace” โดยทีมมุ่งเป้าให้เกรซเจาะตลาดทางการแพทย์และออกแบบให้หุ่นยนต์ตัวนี้สามารถสื่อสารโต้ตอบกับผู้สูงอายุที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันได้ เพราะตอนนี้เหล่าผู้สูงอายุรวมถึงผู้ป่วยโควิด-19 ห่างเหินจนแทบจะหลุดวงโคจรของสังคม แทบจะหาใครปฏิสัมพันธ์ด้วยไม่ได้ ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นปัญหาด้านจิตใจที่ค่อยๆ คืบคลานกัดกินความรู้สึกภายในของความเป็นมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

     เกรซคือตัวช่วยที่จะทำให้มนุษย์ได้สร้างการปฏิสัมพันธ์ที่คล้ายกับการสนทนาโต้ตอบกับมนุษย์มากที่สุด เธอมีลักษณะทางกายภาพเหมือนเด็กสาวผู้อ่อนโยน ผมสีน้ำตาล มาพร้อมชุดพยาบาลสีขาวฟ้าและกล้องตรวจจับอุณหภูมิ อีกทั้งยังสามารถแสดงสีหน้าท่าทางได้มากกว่า 48 แบบและพูดโต้ตอบได้ถึง 3 ภาษาคืออังกฤษ จีนแมนดาริน และจีนกวางตุ้ง เกรซคือแสงสว่างดวงใหม่ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ต้องรับมือกับงานล้นมือจนแทบไม่มีเวลาปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยหรือแม้กระทั่งคนทั่วไป เด็กสาวผู้เปี่ยมความฉลาดในคราบหุ่นยนต์นี้จะกลายเป็นตัวช่วยของมนุษย์ให้รับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โดยทางบริษัทผู้พัฒนาอย่าง Hanson Robotics และ Singularity Studio มีกำหนดการปล่อยหุ่นยนต์ตัวนี้ช่วงปีหน้าในพื้นที่เกาะฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น และ เกาหลี เราหวังว่าเกรซจะกลายเป็นทางออกที่จะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่กำลังประสบปัญหาใหญ่ร่วมกันทั่วโลก

 

ข้อมูล:

nypost.com

unionleader.com

 

ภาพ: Reuters