อ่านที่โว้กเท่านั้น! Giambattista Valli เปิดใจ เรื่องโปรเจกต์ที่ออกแบบให้ H&M เปิดขายเดือนหน้า

    หลังจากที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับรายชื่อดีไซเนอร์คนล่าสุดที่ H&M ได้ดึงตัวมาร่วมสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นคอลลาบอเรชั่นล่าสุด ที่งานกาล่า amfAR จัดขึ้นที่เมืองคานส์ และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Giambattista Valli อีกหนึ่งดีไซเนอร์มากความสามารถ และเป็นที่รู้จักกันดีผ่านผลงานระดับโอต์ กูตูร์ ที่นับเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นคอลลาบอเรชั่นที่น่าติดตาม เพราะเมื่อแบรนด์ระดับโอต์ กูตูร์ ต้องมาพบกับแบรนด์ไฮสตรีต ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจะสะกดสายตาของเหล่าสาวกได้มากแค่ไหน ครั้งนี้เรายังมีโอกาสได้ล้วงลึกถึงเบื้องหลังการทำงานร่วมกันครั้งนี้จาก Giambattista Valli และ Ann-Sofie Johansson (ตัวแทนจากทีม H&M) ผ่าน 7 คำถามสุดเอ็กซ์คลูซีฟของแต่ละคน เพื่อโว้กประเทศไทยเท่านั้น...

GIAMBATTISTA VALLI

 

     คุณช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่า การเดินทางของคอลเล็กชั่นคอลลาบอเรชั่นระหว่าง Giambattista Valli และ H&M เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร

     ก่อนอื่นผมคงต้องบอกว่ารู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อ H&M ติดต่อมาหา เพราะส่วนตัวแล้วผมคิดว่า H&M ไม่ใช่องค์กรที่จะติดต่อไปหานักออกแบบทุกคน แต่พวกเขากลับเลือกที่จะติดต่อผม ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องพิเศษ และเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟชั่นเฮาส์ของเราด้วยเช่นกัน ทว่านอกเหนือจากการได้รับเกียรติในการถูกทาบทามจาก H&M และการได้ทำงานอยู่ในบริษัทที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งแล้ว ผมยังรู้สึกมีความสุขอย่างมากที่การทำงานร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยให้ผมได้แบ่งปันความรักในความสวยงามของผม ให้กับผู้คนได้เป็นวงกว้างมากขึ้น และยังทำให้ผู้คนจำนวนมากมีความสุขในขณะที่กำลังสวมใส่ผลงานของฉันในโอกาสพิเศษในชีวิตของพวกเขาอีกด้วย เพราะฉันชอบสร้างชิ้นงานที่สวยงาม และมีความโดดเด่นเป็นพิเศษให้กับเหล่าสาวกของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายก็ตาม และฉันก็รู้สึกตื่นเต้นที่สุด เมื่อฉันคิดว่าพวกเขาจะสามารถซื้อ และเก็บสะสมผลงานของฉันที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครตามแบบฉบับของ Giambattista Valli ในราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้อีกด้วย

 

     คุณคิดว่าส่วนที่ยากที่สุดในการทำงานร่วมกันให้เกิดเป็นคอลเล็กชั่นระหว่างแบรนด์โอต์ กูตูร์ และแบรนด์ไฮสตรีตคืออะไร

     กระบวนการในการออกแบบระหว่างสองแบรนด์มีความแตกต่างกันอย่างมาก ด้วยที่ H&M นับเป็นอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มุ่งเน้นให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุผ้า และเทคนิคในการออกแบบ จึงถูกปรับให้สินค้าที่ผลิตออกมานั้นมีราคาไม่สูงมากนัก ซึ่งแตกต่างกับงานโอต์ กูตูร์ของแบรนด์เรา ทว่าฉันก็เห็นว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทบันทึกบนหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Giambattista Valli ก็ว่าได้ เพราะคอลเล็กชั่นที่ได้ร่วมมือกันครั้งนี้ได้ถูกปรับให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าของ H&M แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงทิ้งร่องรอยตัวตนที่สื่อถึงความเป็น Giambattista Valli ครบ 100% ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการออกแบบ ซิลูเอตต์ และกลิ่นอายของแบรนด์ ที่จะยังคงปรากฏอยู่ในคอลเล็กชั่นดังกล่าว

     อีกทั้งในเรื่องของกระบวนการสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังคอลเล็กชั่นนี้ ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากตอนที่ผมนั่งลงที่โต๊ะทำงาน พร้อมด้วยกระดาษเปล่าหนึ่งใบ ก่อนที่จะเริ่มใคร่ครวญ และเริ่มร่างแบบ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือ การไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่จะส่งผ่านในสิ่งที่ผมได้จินตนาการเอาไว้ ไปสู่ความเป็นจริงในที่สุด

 

 

     ราได้เห็นทั้งรัฟเฟิล ผ้าลูกไม้ ไปจนถึงผ้าทูลล์ ทำไมสิ่งเหล่านั้นจึงมีความสำคัญกับคุณมากนั

     ผมตั้งใจสร้างสรรค์ซิลูเอตต์ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพราะซิลูเอตต์ดังกล่าวจะเข้าไปเล่นล้อกับความทรงจำ ในเชิงโครสร้างในคอลเล็กชั่นนี้ ผมพยายามทำให้เห็นทั้ง 2 ด้านของการผสมผสานกันของความเฉียบคมราวกับที่เราได้ลากดินสอไปมาจนเกิดเป็นเส้นที่ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ทำให้มันกลมกล่อมด้วยความเพ้อฝันของผ้าทูลล์ที่เป็นราวกับปุยเมฆ 

 

     แรงบันดาลใจของคอลเล็กชั่นดังกล่าวคืออะไร แล้วคุณได้แรงบันดาลใจนี้มาจากที่ไหน

    เป้าหมายของการทำงานร่วมกันกับ H&M ก็คือ การแบ่งปันความรักในความงามของผม และต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งใน "ช่วงเวลาแห่งความสุข" ของทุกคน เพื่อช่วยสร้างเรื่องราวความรักให้กระจายไปทั่วโลก ดังนั้นผมจึงได้สร้างมาตรฐานในสไตล์ของ Giambattista Valli ขึ้นมา คือเลือกสร้างชิ้นไอเท็มที่ไม่ให้เชยไปตามกาลเวลา หมายถึงการนำมาผสมผสาน และสามารจับคู่ตามสไตล์ของแต่ละคนได้ และต้องได้รับการชื่นชมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะหยิบขึ้นมาใส่เวลาใดก็ตาม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “สไตล์” มากกว่าสิ่งที่เรียกว่า “แฟชั่น”

     หากคุณจะต้องเลือกไอเท็มสักหนึ่งชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้ ให้กับสาวๆ ได้มีไว้ติดตู้เสื้อผ้าของพวกเธอแล้ว ชิ้นนั้นควรจะเป็นชิ้นไหน และเพราะอะไร

     ผมรักไอเท็มทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้ สำหรับผมไอเท็มพวกนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นไอเท็มชิ้นสะสมที่ไม่เหมือนใคร มากกว่าที่จะเป็นชิ้นเสื้อผ้าที่จะถูกทิ้งลงถังขยะเมื่อตกเทรนด์ ไอเท็มทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้สามารถนำออกมาสวมใส่ได้อยู่เสมอ ราวกับเป็นไอเท็มเสื้อผ้าที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้ เพื่อนำออกมาจับคู่กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นในสไตล์ของคุณได้อยู่เสมอๆ 

 

     ผู้หญิงในแบบของ Giambattista Valli ต้องเป็นแบบไหน

    มิวส์ของแบรนด์ Giambattista Valli คงจะต้องเป็นคนจำพวกที่มีจิตวิญญาณที่เป็นอิสระ คิดนอกกรอบ ไม่ยึดติดต่อขนบประเพณี อีกทั้งพวกเธอยังจะต้องตอบสนองต่อแนวคิดของความเป็นอมตะโดยไม่ต้องพยายาม โดยถ้าจะพูดเปรียบเทียบกันอย่างจริงจังแล้ว ผมสร้างสรรค์เสื้อผ้าเพียง 50% จาก 100 เพราะผลงานของผมจะสมบูรณ์ได้นั้น อีกครึ่งหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่สวมใส่ด้วย ซึ่งก็มาจากบุคลิกภาพ ความคิด ไปจนถึงการตีความในสไตล์ที่อิสระของแต่ละคน เพราะฉันมักจะคิดเสมอว่า ผลงานของฉันนั้นจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปัน "ช่วงเวลาที่มีความสุข" ให้กับชีวิตของสาวกแบรนด์ของผมเองด้วย

 

     ในความคิดของคุณ นอกเหนือจากเรื่องราวของเสื้อผ้าชุดสวยสะกดที่สาวๆ สวมใส่แล้ว คุณคิดว่า 3 สิ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรยึดถือไว้ในชีวิตมีอะไรบ้าง

    ตัวตนที่แท้จริง, ความแปลกใหม่ และการมีสไตล์เป็นของตัวเองโดยไม่ต้องพยายาม

____________________________________________

ANN-SOFIE JOHANSSON

 

     อย่างที่ทราบกันดีว่า H&M นับเป็นเจ้าแห่งการคอลลาบอเรชั่นในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทำไมครั้งนี่คุณจึงตัดสินใจร่วมงานกับ Giambattista Valli

    พวกเราได้ตัดสินใจเลือก Giambattista Valli มาทำงานร่วมกันกับนักออกแบบของ H&M ในปีนี้ ก็เพราะว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลงานระดับโอต์ กูตูร์ ที่สามารถสรรสร้างซิลูเอตต์ที่แข็งแกร่ง และน่าสนใจได้ อีกทั้ง H&M และ Giambattista ทั้งคู่ยังต้องการแบ่งปันสิ่งนี้ให้กับคนทั่วโลกในประจักษ์อีกด้วย ซึ่งเราเองก็ยังต้องทึ่ง และจ่อมจมไปกับวิธีการเล่าเรื่องราวของผ่านงานฝีมือ และความงามในการออกแบบของเขา ให้กับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีสมัยใหม่ได้เห็น ผ่านทุกชิ้นไอเท็มที่ปรากฏอยู่ในคอลเล็กชั่นนี้

 

    Giambattista Valli ได้พูดถึงเทรนด์ หรือปรากฏการณ์แฟชั่นบ้างไหม แล้วสิ่งนั้นคืออะไร

     เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสตรีตมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดก็ได้เห็นผลงานเหล่านี้อยู่ในตู้เสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในโอกาสต่าง ๆ อย่างเต็มรูปแบบ แต่ท้ายที่สุดแล้วในความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทีม H&M นั้น Giambattista Valli ได้สร้างคอลเล็กชั่นที่เป็นบทสรุปของสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ที่มาพร้อมกับชิ้นส่วนที่ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน ไม่ตกเทรนด์ ที่ครอบคลุมทั้งชุดของสุภาพสตรี และเสื้อผ้าของสุภาพบุรุษ 

     การทำงานกับ Giambattista Valli เป็นอย่างไรบ้าง

    เราต้องขอบอกว่าผลงานของ Giambattista Valli นั้นเป็นงานฝีมือที่ถูกสร้างขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าสิ่งที่น่าชื่นชมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น กระบวนการความคิดที่ดีเยี่ยมในการทำงานของเขา จากทักษะการออกแบบ ผสมผสานกับความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเนื้อผ้า ไปจนถึงการเลือกสรรคู่สีที่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณของคนหมู่มากได้ Giambattista Valli ยังเป็นดีไซเนอร์ที่ไม่ได้เก่งแต่พูดเท่านั้น หากเขายังลงมือทำอย่างจริงจัง อีกทั้งยังใส่ใจในทุกรายละเอียด ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น น่าสนใจ และยังสร้างแรงบันดาลใจไปในคราวเดียวกัน เมื่อได้ร่วมงานกับดีไซเนอร์ฝีมือดีคนนี้

 

     การทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ของแบรนด์แฟชั่นที่ให้ความสำคัญกับชุดที่สามารถใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน กับการทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ที่ให้ความสำคัญกับงานระดับโอต์ กูตูร์ต่างกันอย่างไร

     ประการแรก ความถูกต้องแม่นยำ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับ Giambattista และการทำงานร่วมกันกับ H&M ครั้งนี้ก็เปรียบเป็นดั่งตัวแทนความฝันกูตูร์ของ Giambattista Valli อย่างแท้จริง ประการต่อมาก็คือ เราทั้งคู่ต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงแนวความคิดที่เกี่ยวกับความงามแบบอมตะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์สำคัญของ Giambattista Valli คือเราตั้งใจให้ไอเท็มในคอลเล็กชั่นดังกล่าวเป็นไอเท็มที่เหล่าสาวกต้องมีติดตู้เสื้อผ้าของตัวเองเอาไว้ นานๆ หรือแม้แต่ตั้งใจให้กลายเป็นไอเท็มชิ้นสะสมสำหรับทุกคน และนอกเหนือจากงานช่างฝีมือแสนประณีตที่เห็นได้ชัดแล้ว แฟชั่นชั้นโอต์ กูตูร์ ก็ยังเป็นเรื่องของความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ได้เปิดหูเปิดตา และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราในขณะที่กำลังทำงานร่วมกับ Giambattista Valli

     แม้ว่าตัวคอลเล็กชั่นดังกล่าวที่ออกมานั้นจะดูเพ้อฝัน และยากที่จะใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่คุณกลับบอกว่า ไอเท็มเหล่านั้นสามารถสวมใส่ได้ง่ายมาก เราจึงอยากรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของคุณในครั้งนี้เป็นใครกันแน่

    ฉันเชื่อว่าจริง ๆ แล้วมีไอเท็มหลายชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้ที่สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน นั่นคือชิ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบสตรีต แต่ก็คงจะไม่มีอะไรที่จะหยุดการจับคู่ของชุดที่หรูหราในคอลเล็กชั่นนี้ได้เช่นเดียวกัน และสำหรับภาพรวมของคอลเล็กชั่นคอลลาบอเรชั่นครั้งนี้ ลูกค้า หรือเหล่าสาวกของทั้งสองแบรนด์ก็สามารถคาดหวังได้เลยว่า ตู้เสื้อผ้าของคุณนั้นจะเต็มไปด้วยชุดสวยสะกดที่สามารถจะสวมใส่ได้ใหลากหลายโอกาสอย่างแน่นอน อีกทั้งยังทำให้คุณสามารถแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้อย่างไม่ต้องเคอะเขิน เป็นตัวคุณได้ในแบบที่คุณต้องการ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ H&M และ Giambattista Valli

 

     ไอเท็มชิ้นไหนในคอลเล็กชั่นนี้ที่คุณเห็นว่า มีความเป็น Vogue มากที่สุด

    สำหรับชุดสำหรับสุภาพสตรีนั้น คงจะเห็นได้ชัดว่าชุดเดรสมีความสำคัญ และนับป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดจากผลงานของ Giambattista Valli ทว่าแจ็กเก็ตก็งดงาม และเครื่องประดับในคอลเล็กชั่นนี้ก็พิเศษไม่แพ้กัน ดังนั้นถ้าจะพูดไปแล้วไอเท็มทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นนี้ก็คือ Vogue ทั้งหมดนั่นแหละ

 

     ช่วยสรุปความเป็น Giambattista Valli ใน 3 คำ ผ่านมุมมองของทีม H&M ให้เรารู้หน่อย

    ความอมตะเหนือกาลเวลา, ความไม่ต้องพยายาม และความงามที่เป็นเลิศ

 

     เมื่อใครก็ตามได้ตามอ่านมาจนถึงตัวอักษรนี้ก็คงจะเห็นภาพอันน่าอัศจรรย์แล้วว่า แฟชั่นเป็นเรื่องของศิลปะอันไร้พรมแดนอย่างแท้จริง เพราะแม้แต่งานระดับโอต์ กูตูร์ ยังสามารถปรับเข้าหาวัฒนธรรมสตรีต เกิดเป็นผลงานที่น่าสนใจได้ถึงเพียงนี้...

Keyword:  
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 

Sign Up for Our Newsletter
สมัครรับข่าววสารทางอีเมล