Powder 101 ทำความรู้จักกับแป้งแต่ละประเภทที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน

แป้งแต่ละเนื้อสัมผัสก็ย่อมให้ฟินิชที่แตกต่างกันไป มาเช็คกันว่าสาวๆ ชอบประเภทไหนบ้าง

"แป้ง" เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยทำให้ใบหน้าดูกระจ่างใสขึ้น ผิวเนียนเรียบ คุมมันระหว่างวัน จึงควรเลือกแป้งแต่ละชนิดให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง เพื่อที่จะสามารถปกปิดจุดบกพร่องของผิวหน้าและทำให้เมกอัพติดทนนาน เพราะการเลือกใช้แป้งที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ไม่อำพรางรูขุมขน จนอาจทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตัน ริ้วรอย และจุดด่างดำตามมาได้ มาดูกันว่าแป้งมีเนื้อสัมผัสแบบไหนบ้าง เหมาะสำหรับผิวแบบใด

Translucent

หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของแป้งไร้สี หรือ แป้งสูตรโปร่งแสง ลักษณะพิเศษตามชื่อคือด้วยความที่อณูแป้งนั้นไม่มีพิกเมนต์สีผสมอยู่ จึงสามารถใช้ได้กับทุกเฉดสีผิว เหมาะสำหรับใช้หลังลงรองพื้นหรือคอนซีเลอร์ เพื่อให้เนื้อลิควิดเซตตัวไม่ไหลเยิ้ม เมื่อทาทับลงบนใบหน้าแล้วเฉดสีรองพื้นหรือคอนซีเลอร์จะไม่เพี้ยนหรือเปลี่ยนแปลง สามารถใช้คู่กับพัฟฟ์ขนกำมะหยี่หรือแปรงสำหรับปัดแป้งโดยเฉพาะก็ได้



1 / 2

Perfect Setting Powder จาก Cover FX (ราคา 1,500 บาท)




2 / 2

Hydra-Mist Set & Refresh Powder จาก BECCA (ราคา 1,420 บาท)


High Definition

แป้งในกลุ่มนี้จะมีลักษณะเป็นแป้งฝุ่นสีขาวอณูละเอียดที่สุดในบรรดาแป้งทั้งหมด ออกแบบมาเพื่อใช้คู่กับรองพื้นในกลุ่ม High Definition เพื่อผลลัพธ์ผิวที่ดูแมตต์และเนียนเรียบขึ้นเพราะแป้งฝุ่นชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยเบลอรูขุมขนให้ดูจางลง ที่มาของชื่อ High Definition นั้นมาจากการที่เหล่าเมกอัพอาร์ทิสต์จะใช้แป้งชนิดนี้ทัชอัพให้บรรดาดาราที่ต้องอยู่หน้ากล้องซึ่งมีความละเอียดสูงนั่นเอง



1 / 2

Studio High Definition Powder จาก Elf (ราคา 500 บาท)




2 / 2

Ultra HD Loose Powder Translucent จาก Make Up For Ever (ราคา 1,620 บาท)


Pressed

แป้งเพรสคือแป้งฝุ่นเนื้อละเอียดเช่นเดียวกับ Loose Powder แต่มาในรูปแบบลักษณะอัดแข็งที่ใช้ง่าย พกพาสะดวก เหมาะสำหรับติดกระเป๋าไว้เพื่อเติมแป้งระหว่างวัน นอกจากนี้ควรพกแปรงขนสัตว์ขนาดกะทัดรัดไว้ด้วยเพื่อใช้คู่กันจะให้ลุคผิวที่นวลเนียนกว่าการใช้พัฟฟ์ฟองน้ำ



1 / 2

Enchanted Duo Charm Compact Powder จาก Srichand (ราคา 320 บาท)




2 / 2

Smooth Operator Amazonian Clay Pressed Finishing Powder จาก Tarte (ราคา 1,390 บาท)


Foundation

แป้งผสมรองพื้นหรือแป้งเค้กที่มาในรูปแบบตลับพร้อมพัฟฟ์ฟองน้ำ สมัยก่อนแป้งเค้กมักทำให้ผิวหน้าดูหนาไม่เป็นธรรมชาติ แต่ปัจจุบันแป้งเค้กหรือแป้งผสมรองพื้นมีการพัฒนาให้อณูเนื้อแป้งบางเบาลง แต่ยังช่วยปกปิดจุดบกพร่องบนผิวหน้าได้ดี สามารถใช้ได้สองวิธีคือใช้พัฟฟ์ฟองน้ำแล้วกดซ้ำๆ บนผิวหน้าหรือใช้แปรงขนสัตว์หัวกลมขนแน่น แตะเนื้อแป้งแล้ววนทั่วใบหน้า



1 / 2

Pristine Complexion Foundation Powder จาก THREE (ราคา 1,750 บาท)




2 / 2

Vitalumiere Compact Douceur จาก Chanel (ราคา 2,250 บาท)


Loose

แป้งฝุ่นเนื้อละเอียดช่วยให้ผิวหน้านวลเนียน รวมทั้งช่วยดูดซับความมันส่วนเกินจากรูขุมขน เหล่าเมกอัพอาร์ทิสต์นิยมใช้หลังลงรองพื้นเพื่อเซตรองพื้นให้อยู่ตัว ใช้คู่กับแปรงขนสัตว์ขนาดใหญ่ไล้ให้ทั่วผิวหน้า หรือใช้พัฟฟ์แตะแป้งฝุ่นแล้วกดซับเบาๆ



1 / 2

Perfecting Loose Powder จาก Estee Lauder (ราคา 1,800 บาท)




2 / 2

Fit Me Loose Finishing Powder จาก Maybelline (ราคา 499 บาท)


Mineral

แป้งฝุ่นที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุบริสุทธิ์เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าไปในตัว ปัจจุบันนี้แป้งฝุ่นมิเนอรัลมีการพัฒนาส่วนผสมในเนื้อแป้งให้หลากหลายขึ้นเพื่อตอบโจทย์หลากปัญหาผิว เช่น ผสมสารสกัดทีทรีออยล์ช่วยลดการเกิดสิว จุดเด่นคือใช้ได้กับทุกสภาพผิวแม้แต่ผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่เพิ่งผ่านการทำเลเซอร์



1 / 2

Mineral Wear Airbrushing Pressed Powder จาก Physicians Formula (ราคา 489 บาท)




2 / 2

Mineral Matte Finishing Powder จาก NYX (ราคา 455 บาท)


คีย์เวิร์ด: powder makeup