#VOGUEreview ถึงเวลาเล่นของหนัก! รีวิวเลเซอร์ E-Matrix รุ่นใหม่สำหรับจัดการปัญหาหลุมสิวโดยเฉพาะ!

ใครที่กังวลใจกับปัญหาหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียน คุณหมอคนเก่งจาก The Demis Clinic ชวน Vogue Beauty มาลองยิงเลเซอร์ E-Matrix ตัวใหม่ล่าสุด! ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร มาดูกัน!

ปัญหารอยแผลเป็นจากสิวและหลุมสิวนี่เป็นปัญหาผิวที่น่าหนักใจที่สุดจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลุมสิวที่มีลักษณะเจาะลึกลงไปในผิวหน้า เพราะไม่ว่าเราจะพยายามเมกอัพกลบแค่ไหนก็ไม่สามารถปกปิดได้เรียบเนียนเหมือนเดิมอยู่ดี แต่แล้ว The Demis Clinic ก็เชื้อเชิญให้ Digital Beauty Editor ของเรา (ซึ่งมีปัญหาผิวหน้านี้อยู่จริงๆจ้า!) ให้ไปทดลองเลเซอร์ตัวใหม่นามว่า E-Matrix ID400 ซึ่งเป็นเลเซอร์เพื่อการรักษารอยแผลเป็นจากสิวและหลุมสิวตัวพัฒนาใหม่ล่าสุด การรักษามีขั้นตอนอย่างไร ผลลัพธ์ผิวหน้าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร (ใช่แล้ว เราทำมาประมาณ 1-2 เดือนได้แล้วละ เราลงทุนรอให้ผลลัพธ์ชัดเจนก่อนถึงมาบอกสาวๆเลยนะเนี่ย!) และหากสาวๆคนไหนสนใจ อะไรคือสิ่งที่ควรต้องรู้ก่อน?

โดยคุณหมอผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผิวหน้าของเราในครั้งนี้ คือ คุณหมอโจ้ นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ คุณหมอผิวหนังคนเก่งแห่ง The Demis Clinic ที่บอกได้เลยว่าแค่เห็นหน้าคุณหมอเราก็มั่นใจในฝีมือ 555 (เพราะผิวคุณหมอดีมว๊ากกก) ก่อนอื่นเรามาสัมภาษณ์คุณหมอโจ้ถึงรายละเอียดของเจ้าเลเซอร์ตัวนี้กันก่อน

Vogue Beauty: เลเซอร์ตัวนี้ช่วยเรื่องอะไรบ้างคะ? และเหมาะสำหรับใครบ้าง?

คุณหมอโจ้: เลเซอร์ตัวนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องหลุมสิวจากการที่เคยมีสิวเม็ดใหญ่ที่ถูกฉีดถูกกดซ้ำๆจนรูขุมขนฉีกขาด เวลาเป็นสิวซ้ำที่เดิมก็เม็ดใหญ่กว่าเดิมเพราะพื้นที่ซึ่งหนองเติบโตได้มันถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น เลเซอร์ E-Matrix จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงที่เรียกว่า RF ในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นล่างเพื่อปิดให้ช่องโหว่ใต้ผิวหนังลดน้อยลง ทำลายพังผืดให้หลุมสิวตื้นขึ้น นอกจากจะช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นแล้ว ในอนาคตหากมีสิวขึ้นบริเวณเดิมสิวจะเม็ดเล็กลง หรือบางทีอาจจะไม่ขึ้นอีกเลย เพราะเลเซอร์ตัวนี้ช่วยให้ต่อมไขมันแห้ง และยังได้ผลพลอยได้ในเรื่องของความกระชับของผิวหน้าจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิวด้วย เพราะเป็นแสงเลเซอร์ประเภทเดียวกับทรีทเม้นต์เทอร์มาจ

Vogue Beauty: แล้วรุ่นใหม่นี้แตกต่างจาก E-Matrix รุ่นก่อนหน้านี้ยังไงบ้างคะ?

คุณหมอโจ้: รุ่นใหม่ (ID400) ตัวนี้คลื่นพลังงานสามารถลงไปใต้ชั้นผิวได้ลึกยิ่งขึ้น ละเอียดขึ้น และกว้างขึ้น ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้นและชัดเจนขึ้น ซึ่งในการยิงเลเซอร์ตัวนี้ควรยิงกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะต้องใช้เทคนิคในการปรับความร้อนและระดับความลึกของเลเซอร์ให้พอดีเป๊ะกับสภาพผิวหน้าในแต่ละส่วน ข้อดีของเจ้าเลเซอร์ตัวนี้เมื่อเทียบกับทรีทเม้นต์เพื่อรักษาหลุมสิวตัวอื่นๆ คือความปลอดภัย เพราะผิวหนังชั้นบนจะโดนความร้อนน้อยลงครับ

Vogue Beauty: สำหรับคนไข้ใหม่ที่อยากเข้ามารักษาหลุมสิว คุณหมอมีขั้นตอนการรักษายังไงบ้างคะ?

คุณหมอโจ้: ก่อนอื่นเลยต้องดูสภาพผิวหน้าของคนไข้ก่อน หากยังมีสิวขึ้นอยู่เรื่อยๆ หมอจะแนะนำให้เคลียร์สิวและทำให้ผิวหน้าแข็งแรงก่อน ด้วยเลเซอร์ Isolaz ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อสิวและทำให้หนองใต้ผิวแห้งลง และเลเซอร์ V-Beam เพื่อรักษารอยแดงจากสิวและกระตุ้นให้ผิวแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าหากเป็นคนที่สภาพผิวแข็งแรงดีแล้วก็สามารถยิงเลเซอร์ E-Matrix ได้เลย

Vogue Beauty: แนะนำให้ทำกี่ครั้งขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนคะ?

คุณหมอโจ้: จำนวนครั้งที่แนะนำคือ 3 ครั้งขึ้นไป แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของคนไข้แต่ละคนด้วยครับ

เอาละเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า! เมื่อทำความสะอาดผิวหน้าของเรา พร้อมทั้งทายาชาทิ้งไว้เรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็เริ่มลงมือยิงเลเซอร์บนผิวหน้าเรา จากในภาพจะเห็นได้ว่าหัวยิงเลเซอร์นั้นมีลักษณะเหมือนปืนเลย ตรงปลายเป็นฐานที่ทำจากทองคำ ซึ่งมีเข็มเล็กมากๆ อยู่จำนวน 64 เข็มด้วยกัน ขณะทำเลเซอร์อาจจะรู้สึกร้อนผ่าวและเจ็บจี้ดๆนิดหน่อย (แต่ยังอยู่ในระดับที่เราทนได้) หลังทำเลเซอร์ทันทีผิวจะมีอาการบวมแดงเหมือนโดนความร้อน อย่าตกใจไปนะ เพราะเดี๋ยวจะค่อยๆหายไปเอง แต่สิ่งที่เราอยากเตือนสาวๆก่อนทำคือ...

เคลียร์นัดสำคัญให้เรียบร้อยก่อน เพราะผิวของเราจะห้ามโดนน้ำเลย 24 ชั่วโมงหลังทำเลเซอร์ คุณหมอจะห้ามเราแต่งหน้า 2 วันหลังจากทำเลเซอร์ รวมทั้งผิวของเราจะตกสะเก็ดเล็กๆแบบในภาพ โดยสะเก็ดจะค่อยๆหลุดไปเองภายใน 1 อาทิตย์จ้า

นี่คือภาพของเราหลังทำ 3-4 วัน ช่วงที่สะเก็ดค่อยๆหลุด จะเห็นได้แล้วว่าผิวบางส่วนบริแวณแก้มของเราดูเรียบเนียนขึ้น

นี่คือสภาพผิวของเรา ณ ปัจจุบัน หลังจากเลเซอร์มาประมาณ 1 เดือน ผลลัพธ์โดยรวมนั้นเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ทำครั้งแรก คนรอบข้างทักเราเยอะมากๆ ว่าผิวเนียนขึ้น ละเอียดขึ้น ส่วนตัวรู้สึกว่านอกจากผิวจะเรียบเนียนขึ้นแล้วสิวยังขึ้นน้อยลงด้วย ซึ่งคุณหมอบอกเราว่าผิวหน้าเรายังจะดีขึ้นได้เรื่อยๆใน 2-3 เดือนจากนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คอลลาเจนใต้ชั้นผิวสร้างตัวครบสมบูรณ์ 

สุดท้ายแล้ว เลเซอร์ทรีทเม้นต์ตัวนี้เป็นตัวที่เราอยากแนะนำให้สาวๆที่มีปัญหารอยหลุมสิวได้ลองสักครั้ง ส่วนสนนราคานั้นเริ่มต้นที่ 7,500 บาท ราคาของการทำทั่วหน้าอยู่ที่ 15,000 บาท แต่ทั้งนี้ทางคลินิกบอกว่าราคาอาจจะแตกต่างขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าแต่ละคนด้วยจ้า ทางที่ดีเราแนะนำให้สอบถามโดยตรงที่ The Demis Clinic รายละเอียดตามด้านล่างเลย

สาขา สยามสแควร์วัน โทร. 084-695-0712

สาขา รามคำแหง ซ.110 โทร. 084-695-0186

Website: www.thedemisclinic.com