SKINCARE

นอกจากความเรียบง่าย นี่คืออีก 4 เหตุผลที่ทำให้ Fenty Skin เป็นสกินแคร์ที่ใครลองก็ต้องหลงรัก

5 เหตุผลที่ทำให้ Fenty Skin เป็นสกินแคร์ที่สาวกบิวตี้ต่างหลงรัก

ถึงแม้ปีนี้แฟนๆ ที่ตั้งตารอซิงเกิ้ลใหม่จาก Rihanna จะต้องรอลุ้นฟังเพลงใหม่กันต่อไป แต่ก็ไม่ใช่ปีที่น่าผิดหวังเสียทีเดียวเพราะ Rihanna ได้ปล่อยสกินแคร์ของตัวเองอย่าง Fenty Skin ออกมาให้ดูแลผิวกัน แน่นอนว่าแบรนด์สกินแคร์ที่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันกับ Fenty Beauty ได้ถอดปรัชญาสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์มาใส่ไว้ด้วย ซึ่งก็คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เข้าได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกสีผิว และทุกสภาพผิว วันนี้ทีมโว้กบิวตี้เลยขอพาทุกคนเจาะลึก Fenty Skin ด้วย 5 เหตุผลที่ทำให้สกินแคร์น้องใหม่ไฟแรงคนนี้เป็นอีกหนึ่งสกินแคร์ที่สาวกบิวตี้ได้ลองแล้วจะต้องหลงรัก

 

1. สกินแคร์รูทีนที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ

จากปัญหาที่  Rihanna เคยเจอเกี่ยวกับกับการใช้สกินแคร์ในอดีต อย่าง ขั้นตอนที่ซับซ้อนและส่วนผสมที่เข้าใจยาก ได้จุดประกายไอเดียให้เธอปลุกปั้นแบรนด์ Fenty Skin ขึ้นมา ซึ่งเป็นสกินแคร์ที่รวบรวมสิ่งสำคัญที่เธอมองหาเมื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็คือ ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อผิว มีขั้นตอนที่เข้าใจง่าย และเป็นอะไรที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยทางแบรนด์ได้เปิดตัวด้วยสกินแคร์รูทีน 3 สเต็ป ประกอบไปด้วยเคลนเซอร์ โทนเนอร์ และมอยซ์เจอรไรเซอร์ ซึ่งเป็น 3 ขั้นตอนพื้นฐานของการดูแลผิวที่ผ่านการทดสอบว่าเข้าได้กับทุกสภาพผิว อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ผสานเข้ากับส่วนผสมทรงประสิทธิภาพ อย่าง ไฮยาลูรอนิกแอซิดและ Niacinamide 

 

2. Clean Ingredient สำหรับทุกคน 

Fenty Skin ให้ความสำคัญกับการใช้ส่วนผสมที่ปลอดภัยต่อผิว ซึ่งส่วนผสมที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ล้วนแต่เป็นส่วนผสมที่มีความคลีน โดยเป็นสูตรที่ปราศจากน้ำมัน ไม่ทดลองกับสัตว์ อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมที่เป็นมิตรกับประการังใต้ท้องทะเล นอกจากการใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วสบายใจ สบายผิวแล้ว Rihanna ยังได้คัดเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากประเทศบาร์เบโดส บ้านเกิดของเธอ อย่าง Barbados Cherries ที่มีวิตามินซีสูงกว่าส้ม มาใส่ไว้ใน Fenty Skin ด้วย

 

 

3. แพ็คเกจจิ้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หากไปซื้อ Fenty Skin แล้วพบว่าสกินแคร์ไม่ได้ห่อหรือซีลมาในกล่องที่หุ้มด้วยพลาสติกก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะนี่คือคอนเซปต์ที่แบรนด์ตั้งใจไว้ ซึ่งก็คือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์บิวตี้ที่เป็นภาระกับโลกน้อยที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการช่วยลดขยะที่มาพร้อมแพ็คเกจจิ้ง อีกทั้งวัสดุที่ใช้ทำขวดผลิตภัณฑ์ก็เป็นแบบรีไซเคิล



WATCH



ขวดของ Hydra Vizor Invisible Moisturizer ถูกดีไซน์ออกมาเป็นแบบรีฟีล

 

4. เหมือนกดปุ่มรีเฟรชให้ผิว

นอกจากเรื่องของส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อผิวแล้ว Fenty Skin ยังมาพร้อมเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมสดชื่นแต่ไม่เอะอะกวนใจ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศทรอปิคอลของเกาะบาร์เบโดส ที่ช่วยให้เวลาของสกินแคร์รูทีนเป็นโมเมนต์ที่ผิวและตัวเราได้รู้สึกผ่อนคลาย

 

5. ครบจบในหนึ่งเดียว

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Fenty Skin มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ แต่ละผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ดูแลผิวแบบ 2-in-1 อย่าง Total Cleans’r Remove-It-All Cleanser เคลนเซอร์ที่ทำได้ทั้งลบเมกอัพและช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากผิวในหนึ่งสเต็ป ส่วน Fat Water Pore-Refining Toner Serum เป็นไฮบริดโทนเนอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นและคืนความกระชับแก่ผิวไปในตัว และสุดท้าย Hydra Vizor Invisible Moisturizer Broad Spectrum SPF 30 ที่ทำหน้าที่เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดในหนึ่งเดียว ช่วยเติมความชุ่มชื่น แถมยังสามารถใช้สำหรับเตรียมผิวก่อนลงเบสเมกอัพได้ด้วย



WATCH