SKINCARE

ใต้ตาดำคล้ำทำไงดี? มารู้จักสาเหตุและวิธีรักษาผิวรอบดวงตาให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

ผิวใต้ตาดำคล้ำส่งผลทำให้ใบหน้าดูหมองและโทรมกว่าความเป็นจริง อะไรคือสาเหตุและจะรักษาได้อย่างไร? โว้กบิวตี้มีคำตอบ

ใต้ตาดำคล้ำ (Dark circles) เป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยๆ เมื่อพักผ่อนน้อย ซึ่งก็มักจะหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่ถ้าหากใต้ตาดำคล้ำมากกว่าปกติและเป็นเวลานาน นั่นอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งวันนี้โว้กบิวตี้ก็จะมาบอกถึงปัจจัยที่ทำเกิดปัญหาใต้ตาดำคล้ำ รวมถึงวิธีการรักษาที่จะช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตากลับมาสดใสได้อีกครั้ง

 


ลักษณะของใต้ตาคล้ำ

ปัญหาผิวบริเวณใต้ตาดำคล้ำเกิดได้ทั้งชายและหญิง มักมาพร้อมกับถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ซึ่งทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อยล้า และดูแก่กว่าวัย


ใต้ตาดำคล้ำเกิดได้จากหลายสาเหตุ

1) ความเหนื่อยล้า: การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือ การอดนอน ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา รวมถึงถุงใต้ตามีอาการบวมร่วมด้วย

2) อายุที่มากขึ้น: เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวจะบางลง อีกทั้งยังสูญเสียไขมันและคอลลาเจนที่ทำหน้าที่รักษาความยืดหยุ่นให้ผิว นั่นทำให้เส้นเลือดดำใต้ผิวหนังมองเห็นได้ชัดขึ้น ผิวบริเวณใต้ตาดูหมองคล้ำลง

3) การใช้ดวงตามากเกินไป: การจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์มากเกินไป ทำให้เกิดความล้าของดวงตา ส่งผลให้หลอดเลือดรอบดวงตาขยายขึ้น เกิดเป็นความหมองคล้ำของผิวรอบดวงตา

4) โรคภูมิแพ้: อาการแพ้และตาแห้งสามารถทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้ เพราะเมื่อเกิดอาการแพ้ร่างกายจะปล่อยฮีสตามีนออกมาเพื่อตอบสนองต่อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ซึ่งฮีสตามีนนี้จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว จึงมองเห็นเป็นรอยคล้ำอย่างเห็นได้ชัด และมักจะมีอาการคัน ตาแดง และตาบวมร่วมด้วย

5) โดนแสงแดดมากเกินไป: เมื่อต้องเจอแสงแดดเป็นเวลานานหรือโดนแสงแดดโดยตรงจะทำให้ร่างกายผลิตเมลานินมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ผิวเข้มขึ้น รวมถึงผิวบริเวณรอบดวงตาด้วยเช่นกัน

6) กรรมพันธุ์: อาการใต้ตาคล้ำอาจถูกสืบทอดมาจากกรรมพันธุ์ เมื่ออายุมากขึ้นอาการใต้ตาดำอาจค่อยๆ หายไปหรืออาจยิ่งแย่ลงก็ได้ รวมถึงกลุ่มโรคต่างๆ เช่น โรคไทรอยด์ อาจส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้เช่นกัน


วิธีรักษาใต้ตาดำคล้ำด้วยตัวเองที่บ้าน

1) ชะโลมใต้ตาด้วยเซรั่มลดรอยคล้ำใต้ตา: บริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ค่อนข้างบอบบาง การเลือกใช้สกินแคร์เข้าฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และลดความหมองคล้ำใต้ตาได้เป็นพิเศษ 

 

 



WATCH



EUCERIN SPOTLESS BRIGHTENING DARK EYE CIRCLE CORRECTOR จาก EUCERIN (ราคา 1,690 บาท)

เซรั่มที่ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากส่วนประกอบอย่าง ไทอามิดอล (Thiamidol) ช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณใต้ตา และลิโคชาลโคน (Licochalcone) ลดการเกิดความหมองคล้ำ ตัวนี้ยังเป็นอายเซรั่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ใต้ตาดูอิ่มฟู จากไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) และโอลิโกเพพไทด์ (Oligopeptides) ส่วนแอพพลิเคเตอร์ ก็ยังช่วยปลอบประโลมรอบดวงตา จากความเย็นส่วนหัวทำให้รอบดวงตาดูสดชื่น เห็นผลตั้งแต่ 2 สัปดาห์*

 

ข้อมูลอ้างอิง : *ผลวิจัยจาก Beiersdorf Thailand โดยผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างไปตามรายบุคคล

 

2) ประคบเย็น: การประคบเย็นช่วยลดอาการบวมและหดหลอดเลือดที่ขยายตัวได้ ซึ่งเมื่อสามารถลดอาการบวมลงได้ ก็จะช่วยลดความหมองคล้ำลงด้วย

Editor’s tips: ห่อน้ำแข็ง 2-3 ก้อนด้วยผ้าขนหนู แล้วนำไปประคบที่ดวงตา ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำแข็งจะละลายหมด หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำเย็นและประคบบนผิวใต้ตาเป็นเวลา 20 นาทีก็ได้ 

3) พักผ่อนให้เพียงพอ: ปล่อยตัวเองให้ได้พักผ่อนนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดใต้ตาดำคล้ำ อีกทั้งแนะนำให้นอนแบบยกศีรษะให้สูงขึ้น (ใช้หมอนซ้อนกัน) เพื่อป้องกันไม่ให้ของเหลวสะสมใต้ตาซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาบวมนั่นเอง

4) มาส์กด้วยถุงชา: ถุงชาช่วยลดรอยคล้ำและอาการบวมใต้ตาได้ เพราะมีคาเฟอีนซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตรอบดวงตา

Editor’s tips: แช่ถุงชาดำหรือชาเขียว 2 ถุงในน้ำร้อนเป็นเวลา 5 นาที นำไปใส่ในตู้เย็นเป็นเวลา 15-20 นาที เมื่อเย็นแล้วให้นำถุงชามาวางบนดวงตา ทิ้งเวลา 10-20 นาที แล้วล้างตาด้วยน้ำเย็น

5) มาส์กตาด้วยแตงกวา: แตงกวาช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าและลดอาการบวมใต้ตาได้ เพราะน้ำและวิตามินซีสูงในแตงกวาจะช่วยบำรุงพร้อมเติมความชุ่มชื่นแก่ผิวรอบดวงตา

Editor’s tips: เพิ่มความสดชื่นให้ดวงตาด้วยแตงกวา เพียงหั่นแตงกวาเป็นลักษณะแว่นบางๆ แปะไว้ที่บริเวณขอบตาล่าง มาส์กทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที


วิธีรักษาใต้ตาดำคล้ำด้วยเทคนิคทางการแพทย์

1) การผลัดเซลล์ผิว (Chemical peel): เป็นการนำกรดอัลฟาไฮดรอกซี เช่น กรดไกลโคลิก มาช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป โดยผิวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จะมีลักษณะเรียบเนียน และทำให้รอยดำใต้ตาแลดูสว่างขึ้นได้

2) การเลเซอร์: เลเซอร์ที่รักษารอยดำคล้ำใต้ตาจะอยู่ในกลุ่มรักษาเม็ดสีหรือเส้นเลือด เช่น IPL, Q switched Nd-yag laser ส่วนเลเซอร์ Ulthera และ HIFU จะช่วยยกกระชับ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน ช่วยแก้ปัญหาผิวใต้ตาหย่อนคล้อย

3) การฉีดฟิลเลอร์: คือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตาซึ่งเกิดจากการมีร่องลึก การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยให้ผิวบริเวณใต้ตาดูตื้นขึ้น สดใส ไม่โทรม เห็นผลทันทีหลังทำ

สำหรับใครที่ประสบปัญหาใต้ตาดำคล้ำอยู่ แนะนำให้ลองรักษาด้วยตัวเองก่อน ควบคู่ไปกับการบำรุงผิวรอบดวงตาด้วยอายครีมและมาส์กใต้ตาร่วมด้วย แต่ถ้าหากทำแล้วยังไม่ดีขึ้นจึงค่อยไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับเรามากที่สุด

ข้อมูล : www.healthline.com, www.medicalnewstoday.com
ภาพ : IG: @vixwill

WATCH