Best of French Pharmacies! รวมมิตรของดีควรซื้อจากฝรั่งเศสที่สาวๆ ไม่ควรพลาด

รีวิวดรักสโตร์ไอเท็มจากประเทศฝรั่งเศสที่สาวกบิวตี้ไม่ควรพลาด

ทุกครั้งที่มาประเทศฝรั่งเศส สำหรับคนคลั่งบิวตี้อย่างเราสิ่งแรกที่นึกถึงและต้องแวะทุกครั้งไม่ว่าจะมาเรื่องงานหรือท่องเที่ยวก็ตามคือร้านขายยา (Pharmacie) ซึ่งพูดได้เลยว่าร้านขายยาที่นี่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สามารถหาได้ทุกทั่วมุมถนนเสมือนเป็นมินิมาร์ตเลยทีเดียว 

นอกจากเป็นแหล่งซื้อยาที่มีเภสัชกรประจำร้านแล้ว ยังเป็นสถานที่รวมแบรนด์บิวตี้คุณภาพเยี่ยมทั้งของประเทศฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งแต่ละสาขาจะสต๊อกของไม่เหมือนกัน บางสาขามีแบรนด์หลืบๆ แตกต่างจากร้านอื่นทำให้เสี่ยงต่อการเสียทรัพย์มากขึ้นไปอีก สำหรับเราแล้วถ้าเดินไปไหนคนเดียวและเจอร้านขายยาไม่ว่ามุมไหนมันเหมือนถูกสะกดจิตให้ต้องแวะเข้าไปทุกที

ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในร้านจะเน้นสกินแคร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า อาจมีเมกอัพบ้างตามสาขาใหญ่ๆ ซึ่งแต่ละแบรนด์จะเน้นส่วนผสมที่อ่อนโยนจากธรรมชาติและแพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่แนะนำ คนฝรั่งเศสที่นี่จึงให้ความไว้วางใจเป็นอย่างมาก

แบรนด์หลักๆ ที่เราคุ้นเคยและมีขายในบ้านเราก็มี Bioderdma, La Roche Posay, Vichy, Avène และ Biotherm ซึ่งสินค้าก็ยังมีอีกหลายตัวที่ไม่มีขายในบ้านเราเช่นกันน อกจากสินค้าที่ต้องมาซื้อประจำแล้วเราจะเสาะแสวงหาผลิตภัณฑ์ที่ออกใหม่เพราะชอบลองซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราอัศจรรย์ใจกับความล้ำเลิศของมันจนกลายสภาพจากสินค้าใหม่มาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องซื้อประจำไปโดยปริยาย ดังนั้นมาดูแบรนด์โปรดที่เราเพิ่งถอยมาสดๆ ร้อนๆ กันเลย เริ่มจาก

 

Nuxe (นุกซ์)

แบรนด์นี้เคยมีจำหน่ายในบ้านเราแต่ในระยะเวลาสั้นมากโดยมีไลน์ผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเยอะแต่กลุ่มที่ดังที่สุดเห็นจะเป็น Rêve de Miel ใช้ส่วนผสมหลักจากน้ำผึ้งช่วยให้ความชุ่มชื่นและปลอบประโลมผิวและตัวดาวเด่นที่ติดอันดับขายดีตลอดกาลคือ Huile Prodigieuse ดรายออยล์อเนกประสงค์บำรุงได้ทั้งผิวหน้าผิวกายและเส้นผมกลิ่นออกแนวดอกไม้อ่อนๆมีทั้งสูตรปกติและสูตรชิมเมอร์เพื่อช่วยขับผิวให้สวยโกลว์เราชอบซื้อที่มีหัวสเปรย์เพราะช่วยควบคุมปริมาณที่ฉีดออกมาได้และไม่หกเลอะเทอะโดยเฉพาะในเวลาที่เดินทางและยังประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าอีกด้วยเพราะตัวเดียวสามารถแทนที่บอดี้โลชั่นและผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมได้เลย 

อีกตัวที่เด่นไม่แพ้กันและเป็นที่ชื่นชอบของเมกอัพอาร์ทิสต์อย่างมากคือ Ultra-Nourishing Lip Balm เพราะเป็นบาล์มที่ช่วยเคลือบผิวปากที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มอย่างเร่งด่วนที่สำคัญคือพอทาลงไปจะไม่มันวาวแต่ให้เนื้อสัมผัสที่แมตต์ซึ่งทำให้ทาลิปสติกตามได้ง่ายและยังเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มผู้ชายด้วยเพราะจะดูเหมือนไม่ได้ทาปาก

 

Huile Prodigieuse Multi-Usage Dry Oil ออยล์อเนกประสงค์เนื้อแห้งและซึมซาบเร็ว

Ultra-Nourishing Lip Balm ลิปบาล์มเพื่อผิวปากเนียนนุ่ม

 

Darphin (ดาฟาง)

ส่วนตัวชอบแบรนด์นี้มาก โดยสมัยที่เคยมีในบ้านเราก็จะซื้อเป็นประจำ โดยเฉพาะตัวดรายออย์สำหรับผิวหน้าต้องบอกว่าเค้ามีพิธีรีตองในขั้นตอนการลงผลิตภัณฑ์มาก ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของแบรนด์ตั้งแต่การสูดดมกลิ่นการลงออยล์บนผิวหน้าด้วยการลูบแล้วกดจุดซึ่งเป็นการช่วยขจัดของเสียที่ใต้ผิว จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย กลุ่มที่ได้รับความนิยมมากคือ Aromatic Care หรือดรายออยล์เนื้อแห้งซึมซาบเร็วซึ่งมีให้เลือกทั้งสำหรับผิวมัน ผิวแห้ง ไปจนถึงผิวมีริ้วรอยส่วนใหญ่ทางพนักงานจะแนะนำให้ใช้ร่วมกับเซรั่มและครีมบำรุง ในเซ็ตเดียวกันเราชอบตัว 8-Flower Nectar ที่ใช้สารสกัดจากดอกไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ 8 ชนิดเปรียบเสมือนเป็นน้ำปรุงเพื่อชุบชีวิตผิวให้สดใสและล่าสุดได้ออกมาในรูปแบบออยล์ครีม (8-Flower Nectar Oil Cream) ซึ่งถือว่าล้ำมากเพราะปกติเวลาที่ผิวเราแห้งมากจะชอบหยดเฟสออยล์ลงในมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น มาคราวนี้เค้าผสมมาให้เสร็จสรรพเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกและเนื้อครีมยังเนียนนุ่มและซึมซาบเร็ว ช่วยให้ผิวดูโกลว์ฉ่ำน้ำดีมากเลย

 

8-Flower Nectar Oil Cream ออยล์ครีมเพื่อผิวอ่อนเยาว์และฟื้นฟูผิวที่เหนื่อยล้า

 

Klorane (ตลอราน)

กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมดูจะได้รับความนิยมมากกว่าสกินแคร์ซึ่งตัวขึ้นชื่อของแบรนด์คือ Dry Shampoo ซึ่งโดดเด่นตรงที่ช่วยทำให้หนังศีรษะหอมสะอาดสดชื่นโดยที่ไม่ทำให้เส้นผมกระด้างหรือเหนียวเหนอะจำได้ว่าเคยซื้อสูตรลาเวนเดอร์มาก่อนหน้านั้นแล้วชอบมากเพราะกลิ่นผ่อนคลายสุดๆและไม่ทิ้งคราบขาวด้วยเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีสูตรนี้แล้วเหลือแต่สูตร Oat Milk ที่ออกแบบสำหรับทุกสภาพเส้นผมเวลาใช้สูตรนี้ควรใช้มือช่วยจับแต่งและขยี้ๆที่โคนผมด้วยเพื่อให้เนื้อสเปรย์

กลมกลืนไปกับเส้นผมเพราะมีอณูผงแป้งเป็นส่วนผสมอยู่ล่าสุดทางคลอรานเพิ่งออกสูตรมีสีหรือ Natural Tint – Brunettes สำหรับคนผมสีเข้มโดยเนื้อสเปรย์จะออกสีเนื้อซึ่งจะกลมกลืนกับหนังศีรษะและเส้นผมมากขึ้นนอกจากนี้กลุ่มแชมพูและครีมนวดผมก็ดังไม่แพ้กันโดยมีให้เลือกสำหรับเส้นผมทุกสภาพเราซื้อสูตรสำหรับผมทำสีมาซึ่งส่วนผสมจากทับทิมจะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเส้นผมจากมลภาวะซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้สีผมเฝดเร็ว

 

 

Pomegranate Shampoo for Coloured Hair แชมพูสารสกัดจากทับทิมสำหรับผมทำสี

Dry Shampoo with Oat Milk Natural Tint ดรายแชมพูสูตรสำหรับผมสีเข้ม

 

Embryolisse (เอ็มบรีโอลีสส์)

เห็นจากบทสัมภาษณ์ในนิตยสารหลายเล่มว่าเป็นหนึ่่งในบิวตี้ไอเท็มสุดโปรดในหมู่เมกอัพอาร์ทิสต์นางแบบและผู้ใช้ชาวฝรั่งเศสโดยเป็นครีมที่เปรียบเสมือนเป็นตัวฟื้นคืนชีพผิวที่ต้องการให้กลับมาโกลว์และชุ่มชื่นอย่างเร่งด่วนโดยสูตร Lait-Crème Concentré เป็นได้ทั้งมอยส์เจอไรเซอร์มาสก์ไพรเมอร์และเมกอัพรีมูฟเวอร์ในหนึ่งเดียวช่างเหมาะแก่การพกพาในยามเดินทางเป็นอย่างยิ่งเมื่อเห็นความดีงามขนาดนี้แล้วเราเลยไม่รีรอที่จะสอยมาทันทีเพราะอยากรู้นักว่ามันจะดีขนาดไหนแรกเริ่มนั้นครีมบำรุงผิวตัวนี้ครีเอตโดยแพทย์ผิวหนังประจำโรงพยาบาลที่กรุงปารีสสำหรับผู้ป่วยที่มารักษาปัญหาผิวพรรณซึ่งในช่วงพักฟื้นผิวจำเป็นต้องใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยนเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวชั้นนอกให้แข็งแรงหลายคนชอบเพราะเวลาที่ผิวมีปัญหาเช่นพักผ่อนน้อยหรือเดินทางแล้วเจอสภาพอากาศแปรปรวนจนผิวเกิดความเครียดและออกอาการระคายเคืองหรือพื้นผิวมีลักษณะลอกเป็นขุยจะใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลยและพอพื้นผิวกลับมาแข็งแรงแล้วจึงค่อยกลับไปใช้สกินแคร์ปกติที่เราเคยใช้ต่อไปปัจจุบันผลิตภัณฑ์แตกไลน์ออกมาอีกทั้งกลุ่มเคลนเซอร์กลุ่มแอนไทเอจจิ้งกลุ่มผิวบอบบางเป็นพิเศษและกลุ่มผิวแห้งมากเราซื้อสูตรดั้งเดิมลายสีน้ำเงินสำหรับทุกสภาพผิวและสีฟ้าสำหรับผิวแห้งซึ่งเป็นเนื้ออิมัลชั่นเกลี่ยง่ายและรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื่นเคลือบอยู่บนผิวยาวนานส่วนใหญ่จะชอบใช้ตอนกลางคืนหรือช่วงไหนที่ผิวลอกเป็นขุยก็จะใช้ตัวนี้ตัวเดียวเลย 

 

Lait-Crème Concentrê โลชั่นอเนกประสงค์สำหรับทุกสภาพผิว

Filaderme Émulsion อิมัลชั่นบำรุงสำหรับผิวแห้ง

 

Caudalie (คอดาลี)

แบรนด์นี้แม้มีจำหน่ายในบ้านเราแล้วที่ร้านเซโฟร่าแต่เราก็ยังชอบซื้อที่ร้านขายยาที่นี่เพราะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายและราคาจะย่อมเยาว์กว่ามากโดยเฉพาะบางสาขาถ้าโชคดีไปเจอช่วงที่มีโปรโมชั่นราคาก็จะยิ่งถูกลงไปอีกนอกจากตัว Beauty Elixir สเปรย์ฉีดหน้าเนื้อเย็นสดชื่นที่คนผิวมันชอบแล้วกลุ่ม Vinoperfect โดยเฉพาะตัว Radiance Serum จะเป็นตัวขายดีโดยเป็นเซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใสและลดเลือนจุดด่างดำทุกผลิตภัณฑ์ใช้สารสกัดจากองุ่นพันธุ์ดีจากไร่องุ่นซึ่งอยู่ในแคว้น Bordeaux ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสโดยเมล็ดจากองุ่นเขียวนั้นอุดมด้วยสาร Polyphenols และ Resveratrol ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านริ้วรอยได้อย่างดีเยี่ยม 

 

Beauty Elixir สเปรย์โทเนอร์เพื่อผิวสดชื่น

Vinoperfect Radiance Serum เซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใส

 

Roger & Gallet (รอเจอร์แอนด์กาเลต์)

แบรนด์น้ำหอมและเครื่องหอมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 155 ปีโดดเด่นที่ลวดลายแพคเกจจิ้งและกลิ่นต่างๆที่มีเอกลักษณ์กลิ่นส่วนใหญ่จะออกแนวฟลอรัลเราสะดุดกับแบรนด์นี้ครั้งแรกเมื่อหลายปีมาแล้วตอนเห็นพื้นที่ดิสเพลย์สบู่หอมทรงกลมที่ห่อกระดาษหลากสีสันและบรรจุลงกล่องพลาสติกอย่างพิถีพิถันซึ่งเชิญชวนให้เข้าไปหยิบมากมารู้ว่าสบู่ทรงกลมนี้เป็นรูปทรงดั้งเดิมตั้งแต่แรกเริ่มและใช้สูตรส่วนผสมจากธรรมชาติด้วยส่วนผลิตภัณฑ์หลักอื่นๆจะมีน้ำหอมครีมอาบน้ำบอดี้โลชั่นและแฮนด์ครีมสำหรับชนิดของกลิ่นนั้นปรุงโดยนักปรุงน้ำหอมระดับมาสเตอร์ของประเทศฝรั่งเศสโดยกลิ่นที่ได้รับความนิยมได้แก่ Bois D’Oranges หรือกลิ่นดอกส้ม Fleur de Figuier กับกลิ่นหลักจากลูกฟิกและ Fleur D’Osmanthus จะออกแนวสดชื่นเพราะมีส้มแมนดารินและเกรปฟรุตเป็นส่วนผสมคราวนี้เราซื้อสบู่หอมมาหลายชิ้นซึ่งให้กลิ่นเข้มข้นกำลังดีขนาดเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าก็หอมกระจายไปทั่วนอกจากนี้แพคเกจจิ้งของผลิตภัฑณ์ยังใช้วัสดุรีไซเคิลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

Perfumed Soap สบู่หอมก้อนใหญ่เนื้อแน่นใช้ได้ยาวนาน

 

Decléor (เดเคลออร์)

เป็นแบรนด์ที่นิยมใช้ในสปาเพราะโดดเด่นในเรื่องกลิ่นผ่อนคลายและผลิตภัณฑ์ประเภทออยล์หรือบาล์มจะเหมาะสำหรับทำ

ทรีตเม้นต์นวดหน้าและนวดตัวมากแบรนด์นี้เคยมีจำหน่ายในบ้านเราแต่ทุกวันนี้น่าจะยังมีอยู่บางสปาของโรงแรมชั้นนำจุดเด่นของ Decleor คือการใช้เอสเซ็นเชียลออยล์สกัดจากธรรมชาติเข้มข้นเป็นส่วนผสมในทุกผลิตภัณฑ์โดย Aromessence จะเป็น

กลุ่มสกินแคร์ที่โด่งดังที่สุดซึ่งในไลน์จะมีออยล์เซรั่มกลิ่นต่างๆสำหรับผิวแต่ละสภาพช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากมลภาวะใช้เพียง 2-3 หยดก็เกลี่ยได้ทั่วทั้งใบหน้าแล้วเราชอบตัว Aromessence Neroli Amara Oil Serum ซึ่งเป็นตัวขายดีส่วนตัว Night Balm หรือออยล์ในรูปแบบบาล์มบรรจุกระปุกของเขาก็ดังแต่เหมาะสำหรับคนผิวแห้งมากและเหมาะจะใช้ในสภาพอากาศที่เย็นมากกว่า

 

Aromessence Neroli Amara Oil Serum ออยล์เซรั่มช่วยฟื้นฟูผิวล้ำลึก

 

Dr.Hauschka (ดร. โฮชส์คา)

แบรนด์ที่ก่อตั้งโดยนักเคมีชาวออสเตรีย Rudolf Hauschka ซึ่งให้ความสำคัญกับการบำบัดร่างกายและจิตใจด้วยการใช้พืชสมุนไพรธรรมชาติทุกผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นมีคุณสมบัติช่วยเสริมฟังค์ชั่นการทำงานของผิวให้ทำงานอย่างสมดุลแบรนด์นี้จะไม่แบ่งกลุ่มประเภทผิวที่ชัดเจนเพราะมองว่าผิวคนเราสามารถแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือสุขภาพร่างกายของเราดังนั้นทุกคนสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้ทุกตัวขึ้นอยู่กับสภาพผิวในขณะนั้นตั้งแต่รู้จักแบรนด์นี้มากว่าสิบปีผลิตภัณฑ์ที่ซื้ออย่างต่อเนื่องเลยคือ Cleansing Cream เป็นเคลนซิ่งช่วยทำความสะอาดผิวโดยเป็นครีมสครับขัดผิวซึ่งพูดได้เลยว่าให้เนื้อที่ละเอียดและเนียนนุ่มที่สุดเท่าที่เคยใช้มาสามารถใช้ได้ทุกวันใช้แล้วผิวจะสะอาดและดูโกลว์ขึ้นส่วนตัวเนื้อครีมจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลที่ได้จากสารสกัดผลอัลมอนด์บดละเอียดผสานกับคาโมมายล์และ Calendula บรรจุในแพคเกจจิ้งอลูมิเนียมทึบแสงซึ่งจะช่วยปกป้องส่วนผสมไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วเราเป็นคนผิวแห้งและบอบบางฉะนั้นตัวนี้จึงเป็นสครับที่อ่อนโยนที่สุดอีกตัวที่ชอบคือ Lip Care Stick ลิปบาล์มที่ทาแล้วรู้สึกเหมือนผิวปากถูกเคลือบด้วยสมุนไพรนานาชนิดเนื้อดีและใช้เพลินจนรู้สึกว่าหมดเร็วมากทำให้ทุกครั้งที่กลับมาจะต้องซื้อตุนไว้สัก 2-3แท่ง 

 

Cleansing Cream ครีมสครับทำความสะอาดผิวหน้า

Lip Care Stick ลิปบาล์มบำรุงผิวปาก

 

ยังมีแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่อีกมากมายที่น่าลองไว้มีโอกาสกลับไปประเทศฝรั่งเศสจะมาอัพเดตชิ้นเด่นๆกันอีกรอบนะคะ