MAKE UP

นี่คือแบรนด์เมกอัพจากคดีฟ้องร้องระหว่าง Amber Heard และ Johnny Depp ที่กำลังเป็นที่พูดถึง

เมื่อเมกอัพถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานในคดีนี้

     คดีการฟ้องร้องระหว่าง Amber Heard และ Johnny Depp เป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ของวงการฮอลลีวู้ดที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยจอร์นนี่ฟ้องร้องแอมเบอร์ผู้เป็นอดีตภรรยาจากการที่เธอหมิ่นประมาทเขาในบทความที่ให้สัมภาษณ์กับทาง The Washington Post ในปี 2018 ซึ่งเขียนว่า “เธอเป็นบุคคลสาธารณะที่เป็นตัวแทนของคนที่ถูกทำร้ายในครอบครัว” ถึงแม้เธอจะไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของจอร์นนี่โดยตรง แต่การสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้ส่งผลเสียกับชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างมาก โดยทางแอมเบอร์เองก็ได้ฟ้องกลับเช่นกันกับข้อกล่าวหาที่จอร์นนี่ทำร้ายร่างกายเธอในขณะที่ยังเป็นคู่สมรส

     การขึ้นศาลของทั้งคู่ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ถูกเผยแพร่ให้ผู้คนทั่วโลกได้เกาะติดคดีอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายมีการงัดพยานหลักฐานต่างๆ ของออกมาเพื่อสู้คดี ซึ่งหนึ่งในหลักฐานที่ถูกนำมาใช้จากทางฝั่งของแอมเบอร์และกลายเป็นที่สนใจบนโซเชียลมีเดีย คือเมกอัพจากแบรนด์ Milani โดย Elaine Bredehoft ทนายความของแอมเบอร์ได้ชูตลับ Conceal + Perfect All-in-One Correcting Kit  จากแบรนด์ Milani  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คอนซีเลอร์ที่ช่วยปกปิดริ้วรอย  ขึ้นในศาลพร้อมกล่าวว่าแอมเบอร์ได้ใช้ไอเท็มนี้เพื่อปกปิดรอยช้ำบนใบหน้าของเธอตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2016 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เธอคบหากับจอร์นนี่ “คุณจะได้ยินคำให้การจากแอมเบอร์ว่าเธอต้องผสมสีต่างๆ ให้เข้ากันเพื่อช่วยกลบรอยช้ำ” Elaine กล่าว

 

Elaine Bredehoft ชูตลับ Conceal + Perfect All-in-One Correcting Kit  จากแบรนด์ Milani ขึ้นในศาล

 

     หลังจากได้เห็น Conceal + Perfect All-in-One Correcting Kit ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในหลักฐานของคดีนี้ ทางแบรนด์ Milani ได้ทำคลิปวีดิโอออกมาชี้แจ้งบน TikTok โดยภายในคลิปเป็นการคอนเฟิร์มกับแฟนๆ ของแบรนด์ว่าจริงๆ แล้วพาเลตต์คอนซีเลอร์ดังกล่าวถูกปล่อยออกมาในปี 2017 ซึ่งเป็นปีหลังจากที่แอมเบอร์และจอร์นนี่หย่าร้างกันไปแล้ว 

 

 
 
 
 
 
ดูโพสต์นี้บน Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

โพสต์ที่แชร์โดย Angela Farris (@angela.j.farris)

 

 



 

     ดคีการฟ้องร้องระหว่างแอมเบอร์และจอร์นนี่ใช้เวลาพิจารณาคดี 6 สัปดาห์ ซึ่งทางแอมเบอร์ยังคงไม่ได้กล่าวคำให้การใดๆ เกี่ยวกับหลักฐานชิ้นนี้ คดีของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป



WATCH



ข้อมูล : insider.com / nbcnews.com

WATCH