ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน งานรับปริญญา งานแต่งงาน หรืออีเวนต์ที่ต้องแต่งหน้าตลอดทั้งวัน ‘รองพื้น Long-wear’ ถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ช่วยให้เมกอัพยังคงดูสดใหม่โดยไม่ต้องเติมบ่อย ปัจจุบันรองพื้น Long-Wear ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์มากกว่าความติดทน เพราะหลายสูตรยังให้ความรู้สึกบางเบา ควบคุมความมัน พร้อมผสานส่วนผสมบำรุงผิว เพื่อให้รองพื้นแนบสนิทกับผิวและคงความสวยได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกหนักหน้า
รองพื้น Long-Wear ต่างจากรองพื้นทั่วไปอย่างไร?
รองพื้น Long-Wear ไม่ได้มีจุดเด่นเพียงเรื่องความติดทน แต่ยังอาศัยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เม็ดสีและเนื้อรองพื้นยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Film-forming Polymers, Flexible Pigment Technology หรือเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมความมันและความชื้นบนผิว จึงลดโอกาสเกิดคราบ สีดรอประหว่างวัน หรือการหลุดลอกจากเหงื่อและความชื้น ขณะเดียวกัน หลายแบรนด์ยังเติมส่วนผสมบำรุง เช่น กรดไฮยาลูรอนิก สารสกัดจากพืช และสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อให้รองพื้นยังคงสวมใส่สบายแม้ต้องแต่งหน้าต่อเนื่องหลายชั่วโมง
5 รองพื้น Long-wear ที่ขึ้นแท่นในใจสายบิวตี้
1 / 5
1.Sublimage L'Essence De Teint (ราคา 6,000 บาท) จาก CHANEL
อีกขั้นของงานผิวจาก CHANEL กับรองพื้น Long-wear เนื้อเซรั่มที่ยกระดับผิวให้ดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการผสานสารสกัดจาก Vanilla Planifolia เข้ากับอนุภาคกระจายแสงและพิกเมนต์สี เนื้อสัมผัสบางเบาราวผิวชั้นที่สอง มอบฟินิชผิวเรียบเนียนและดูฉ่ำโกลว์ พร้อมความรู้สึกชุ่มชื้นสบายผิวยาวนานตลอดวัน
ส่วนผสมเด่น: Vanilla Planifolia Water, Vanilla Planifolia Extract และ Diamond Powder ช่วยบำรุงผิวพร้อมมอบความเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือผู้ที่ต้องการรองพื้นระดับลักชัวรี่ที่ให้ทั้งการบำรุงและงานผิว
Experience: เนื้อเซรั่มรองพื้นบางเบา แนบสนิทกับผิว ให้การปกปิดระดับปานกลางที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมฟินิชโกลว์สุขภาพดี และยังคงความสบายผิวแม้แต่งหน้าตลอดวัน
2 / 5
2.Double Wear Stay-in-Place Foundation (ราคา 2,500 บาท) จาก ESTEE LAUDER
หากพูดถึงรองพื้น Long-wear ต้องขอยกให้ Estée Lauder Double Wear ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุมมัน กันเหงื่อ เนื้อรองพื้นแมตต์ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และปกปิดดี สามารถเบลอรูขุมขน รอยสิว และจุดด่างดำได้ดี ที่สำคัญคือไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน แม้ต้องอยู่กลางแดด เนื้อรองพื้นอาจดูแน่นในช่วงแรก แต่พอเซ็ตตัวแล้วจะกลืนไปกับผิว ไม่เป็นคราบ หรือดรอปลง เหมาะกับคนที่มีผิวมัน หรือผิวผสม หรือคนที่ต้องการรองพื้นที่คุมมันและติดทนตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ส่วนผสมเด่น: InvisiFlex Technology พร้อม Oil-controlling Polymers ช่วยให้รองพื้นยืดหยุ่นไปกับผิวและติดทนนาน
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวผสมถึงผิวมัน หรือผู้ที่ต้องการรองพื้นติดทนสำหรับวันที่ต้องแต่งหน้าหลายชั่วโมง
Experience: ให้การปกปิดระดับกลางถึงสูง เซตตัวเป็นฟินิชกึ่งแมตต์ คุมมันดี และขึ้นชื่อเรื่องความติดทนแม้เจอเหงื่อหรืออากาศร้อน
3 / 5
3.Light Reflecting Foundation (ราคา 2,200 บาท) จาก NARS
หากต้องการได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รองพื้น Long-wear จาก NARS Light Reflecting ก็ตอบโจทย์สุดๆ เพราะมอบฟินิชที่ดูเป็นงานผิวแบบกึ่งแมตต์-กึ่งโกลว์ ไม่แมตต์จนแห้งไป แต่ก็ไม่ฉ่ำจนมันเยิ้ม เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวดูสดชื่นและมีมิติ จุดเด่นสำคัญคือมีเทคโนโลยีสะท้อนแสง ทำให้เวลาโดนแฟลชหรือถ่ายรูปออกมาผิวจะดูโกลว์กำลังดี นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ทำให้เกิดคราบแห้งหรือเป็นขุย เหมาะสำหรับคนผิวธรรมดาและผิวแห้งที่ต้องการรองพื้นติดทนแต่ไม่หนักหน้า
ส่วนผสมเด่น: Biomimetic Oat, Japanese Lilyturf และ Cacao Peptides ช่วยเสริมการกักเก็บความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง และต้องการรองพื้นที่ให้ลุคผิวโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ
Experience: เนื้อรองพื้นบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใส พร้อมความติดทนในระดับดีโดยไม่ทำให้ผิวดูแห้ง
4 / 5
4.Unlimited Breathable Lasting Foundation (ราคา 2,300 บาท) จาก SHU UEMURA
รองพื้น Long-wear ในตำนานของแบรนด์ ที่หลายคนยกให้เป็นไอเท็มงานผิวที่ใช้แล้วผิวดูสวยแบบไม่พยายาม ด้วยสัมผัสเนื้อแมตต์/กึ่งแมตต์ที่บางเบา สบายผิว เกลี่ยง่าย ไม่รู้สึกหนักหน้า แต่ให้ฟินิชผิวเนียนละเอียด ดูสมูท ช่วยเบลอรูขุมขนและควบคุมความมันได้ดีระหว่างวัน จุดเด่นคือการออกแบบมาเพื่อผิวชาวเอเชียโดยเฉพาะ ทั้งเฉดสีและเนื้อสัมผัสที่เข้ากับสภาพอากาศร้อนชื้น ให้การปกปิดกำลังดีถึงสูง สามารถบิ้วเพิ่มได้โดยไม่ดูหนา ติดทนนาน เหมาะทั้ง Everyday ลุคและวันที่ต้องการความเป๊ะยาวนาน
ส่วนผสมเด่น: Japanese Camellia Oil และ Breathable Technology ช่วยให้รองพื้นติดทนแต่ยังคงความสบายผิว
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวผสมหรือผิวมัน และต้องการรองพื้นที่ทนต่ออากาศร้อนและความชื้น
Experience: เนื้อรองพื้นบางเบา เกลี่ยง่าย ให้ฟินิช Natural Semi-Matte ช่วยเบลอรูขุมขนและคงสภาพเมกอัพได้ยาวนาน
5 / 5
5.Studio Fix Fluid SPF 15 (ราคา 2,200 บาท) จาก MAC COSMETICS
เรียกว่าเป็นรองพื้นระดับมือโปรฯ เลยที่เดียว สำหรับรองพื้น Long-wear จาก MAC ตัวนี้ ทั้งเป็นที่นิยมในหมู่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพ แถมยังตอบโจทย์วันรับปริญญาสุดๆ ด้วยคุณสมบัติปกปิดแน่น คุมมันเยี่ยม และติดทนตลอดวัน ไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าดรอป หรือจะดูหมองคล้ำ จุดเด่นของรองพื้นตัวนี้อีกอย่างคือช่วยเบลอรูขุมขนและรอยสิวได้ดีมาก เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน และต้องการรองพื้นที่ปกปิดได้ดีโดยไม่ดูหนามากเกินไป เนื้อแมตต์ของรองพื้นยังช่วยให้ผิวดูสดใส ไม่มันวาวเกินไป ทำให้ไม่ต้องคอยซับหน้าบ่อยๆ เหมาะกับคนผิวมันและผิวผสมที่ต้องการเน้นคุมความมัน
ส่วนผสมเด่น: Oil-absorbing Powders และ SPF 15 ช่วยควบคุมความมันพร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวี
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีผิวผสมถึงผิวมัน และต้องการการปกปิดระดับกลางถึงสูง
Experience: ให้ฟินิชแมตต์ที่ดูเรียบเนียน สามารถเพิ่มเลเยอร์เพื่อการปกปิดที่มากขึ้นได้โดยไม่ดูหนา พร้อมความติดทนที่เหมาะกับการแต่งหน้าตลอดวัน
How to ลงรองพื้น Long-Wear ให้ติดทนตั้งแต่เช้าจรดเย็น
การเลือกรองพื้น Long-wear เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้องการให้เมกอัพคงสภาพสวยตลอดวัน การเตรียมผิวและวิธีลงรองพื้นก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน
1. เตรียมผิวด้วยสกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และรอให้ผลิตภัณฑ์ซึมเข้าสู่ผิวก่อนลงรองพื้น
2. ใช้ไพรเมอร์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว เช่น สูตรควบคุมความมันหรือสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้ดีขึ้น
3. ลงรองพื้นเป็นชั้นบางๆ แล้วค่อยเพิ่มการปกปิดเฉพาะบริเวณที่ต้องการ แทนการลงหนาทั่วใบหน้า
4. ใช้ฟองน้ำหมาดกดเบาๆ หลังลงรองพื้น เพื่อให้เนื้อรองพื้นแนบสนิทกับผิวมากขึ้น
5. เซ็ตเมกอัพด้วยแป้งฝุ่นเฉพาะบริเวณที่มีแนวโน้มเกิดความมัน และปิดท้ายด้วยเซ็ตติ้งสเปรย์เพื่อช่วยล็อกเมกอัพให้ติดทนยิ่งขึ้น

