เลเยอร์สกินแคร์อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด?

ลงอะไรก่อน-หลังบ้าง โว้กบิวตี้มีทิปส์ในการเลเยอร์สกินแคร์มาฝาก

Photo: @amyhanlinmcnally (shot by @angelamarklew

หากอยากมีผิวหน้าที่สวยสุขภาพดี แน่นอนว่าสิ่งสำคัญอย่างแรกที่ต้องคำนึงคือการเลือกใช้สกินแคร์ที่ตอบโจทย์และเหมาะกับผิวของเรา อย่างที่สองคือการใช้สกินแคร์อย่างถูกต้อง นั่นคือการเลเยอร์สกินแคร์แต่ละชนิดให้ถูกต้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อผิวของเรา หลักการง่ายๆ ที่สาวโว้กสามารถจำไปใช้ได้ง่ายๆ คือ ‘ลงจากบางสุดไปหนาสุด’ โดยในแต่ละรูทีนสาวๆ ควรลงสกินแคร์ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบาสุดแล้วจึงเลเยอร์ทับด้วยเนื้อสัมผัสที่หนากว่า เช่นมอยส์เจอไรเซอร์หรือออยล์ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ที่บางเบาที่สุดอย่างเอสเซ้นส์หรือโทนเนอร์ จะซึมเข้าสู่ผิวได้ไวกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์ที่หนา ส่งผลให้แต่ละผลิตภัณฑ์ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ วันนี้โว้กบิวตี้จึงได้นำ 10 ขั้นตอนเบสิกในการลงสกินแคร์แต่ละประเภทมาฝากกัน

เมกอัพรีมูฟเว่อร์/ เคลนซิ่งออยล์

ผิวสวยสุขภาพดีเริ่มต้นที่ผิวสะอาด ความสะอาดมีบทบาทสำคัญในบิวตี้รูทีนไม่ว่าจะสั้นหรือยาว การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นขั้นตอนแรกของดูแลผิวที่ไม่ควรมองข้าม โดยในช่วงเช้าและเย็นอาจจะต่างกันเล็กน้อย สำหรับหลังตื่นนอนสาวๆ ที่มีผิวปกติถึงผิวผสมอาจจะล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอ หรือถ้าสาวคนไหนที่มีกังวลเรื่องความมันก็ใช้เคลนเซอร์ช่วยขจัดความมัน ทั้งนี้ควรเลือกใช้เคลนเซอร์ที่ช่วยคงความชุ่มชื้นในผิว สังเกตุได้จากหลังล้างหน้าแล้วไม่มีเสียงเอี๊ยดบนผิว

ในตอนกลางคืนหลังจากที่ลุยมาตลอดทั้งก็ถึงเวลล้างเมกอัพและสิ่งสกปรกออก โดยแนะนมำให้ใช้เมกอัพรีมูฟเว่อร์ หรือเคลนซิ่งออยล์สำหรับเมกอัพที่ติดแน่น ออยล์จะช่วยดึงคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกออกมาจากผิวหน้าของเราได้อย่างหมดจด หลังจากเช็ดเครื่องสำอางออกหมดจดแล้ว การล้างหน้าด้วยเคลนเซอร์ต่อหรือที่เรียกว่าการ Double Cleanse (ดับเบิ้ลเคลนซ์) จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าผิวหน้าสะอาดจริง 

ขจัดเซลล์ผิว

หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว ผลัดเซลล์ต่อด้วยก็ดีนะสาวๆ การผลัดเซลล์ผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวของเราได้ผลัดเซลล์เก่าและเผยผิวใหม่ที่เนียนสวย รวมถึงจะช่วยให้ผิวของเราซึมซับสกินแคร์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย หากอยากขจัดเซลล์ให้สาวเลือก Exfoliator ที่เหมาะกับผิวของเรา มีประสิทธิภาพแต่ไม่รุนแรงจนเกินไป แนะนำให้สาวๆ มองหาส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่าง Glycolic Acid

 

ชีทมาส์ก

ถ้าไม่ขจัดเซลล์ผิวและอยากฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน ชีทมาสก์หรือมาส์กคือตัวช่วยที่สาวๆ ไว้ใจได้เลยว่าพึ่งได้ การใช้มาส์กประเภทที่เป็นแบบชีทมาสก์จะช่วยให้คุณค่าของส่วนผสมบำรุงผิวต่างๆ ฟื้นฟูผิวของเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โทนเนอร์

หลังจากขั้นตอนการทำความสะอาด การใช้โทนเนอร์จะช่วยปรับค่า Ph ในผิวของเราให้กลับมาสมดุล ขั้นตอนนี้เป็นการเช็คผิวครั้งสุดท้ายก่อนลงสกินแคร์ว่าผิวของเราสะอาดดีแล้ว โดยหากใช้โทนเนอร์บนสำลีเช็ดหน้าก็จะสามารถสังเกตปริมาณสิ่งสกปรกบนแผ่นสำลีหลังเช็ดผิวได้ นอกจากช่วยปรับสมดุลผิวแล้วยังเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมกับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป

เอสเซ้นส์

ผลิตภัณฑ์ประเภทเอสเซ้นส์มีความบางบาง จึงเหมาะที่จะใช้เป็นขั้นตอนแรกๆ ถัดจากการโทนผิว โดยส่วนผสมที่อยู่ในเอสเซ้นส์ที่ช่วยในเรื่องต่างๆ อย่างเพิ่มความชุ่มชื้น หรือต่อต้านริ้วรอย จะซึมเข้าผิวและทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ทรีทเม้นต์

ต่อมาก็ถึงเวลาของสกินแคร์ในกลุ่มที่เป็นทรีทเม้นต์อย่างเช่นเซรั่มหรือบูสเตอร์ที่จะช่วยปรับสภาพผิวหรือแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น ช่วยลดริ้วรอย เป็นต้น

อายครีม

หลังจากลงทรีทเม้นต์แล้ว ตามต่อด้วยการบำรุงผิวใต้ตาด้วยอายครีม โดยจะช่วยดูแลในเรื่องของรอยคล้ำและริ้วรอยใต้ดวงตาของเรา

มอยส์เจอไรเซอร์

ล็อคความชุ่มชื้นและสกินแคร์จากขั้นตอนก่อนหน้านี้ให้อยู่บนผิวของเราได้นานขึ้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

 

เฟสออยล์

ใครยังคิดว่าออยล์จะยิ่งทำให้เราหน้ามัน บอกเลยว่าต้องลบความคิดนี้แล้ววิ่งไปซื้อออยล์มาใช้ เพราะตรงกันข้ามกันใช้เฟสออยล์โดยเฉพาะก่อนนอนจะใช้ปรับน้ำมันในผิวของเรา รวมถึงเติมความชุ่มชื่นให้ผิวแลอิ่มฟูอีกด้วย

SPF

ขั้นตอนสุดท้ายสำคัญไม่น้อยไปกว่าขั้นตอนแรกเลย นั่นก็การปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีด้วย SPF โดยสาวควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย SPF 30 ขึ้นไป ที่สำคัญหากเป็นคนผิวบอบบางควรเลือกที่ปราศจากสารกันเสียและปราศจากออยล์